แนวโน้มกำไรอ่อนตัวใน 2H57
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มกดดันกำไร 2H57
ผลประกอบการงวด 2H57 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากครึ่งปีแรก 31% HoH แม้ยอดขายจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 12% HoH แต่คาดว่าจะถูกกดดันจาก (1) ค่าใช้จ่ายในการขายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผู้บริหารยังยืนยันงบประมาณทั้งปีที่ 16% ของรายได้ จากในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่เพียง 13% ของรายได้ (2) ยอดขายเพิ่มขึ้นในขณะที่บริษัทมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเกือบเต็มแล้ว (2Q57 อัตราการใช้กำลังการผลิต 72%, จากกำลังการผลิตเต็มที่ 80%) ทำให้มีสัดส่วนสินค้าจ้างผลิตที่มีอัตราการทำกำไรตํ่ากว่าเพิ่มขึ้น และ (3) ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากครึ่งปีแรก (บริษัทมีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ราว 60% ของยอดขาย) ทั้งนี้ คาดกำไรอ่อนตัวลง QoQ ตั้งแต่งวด 3Q57
ยอดขายผันผวนสูงจากการเปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศ
SAPPE กำลังอยู่ในช่วงเปิดตลาดต่างประเทศทำให้ปริมาณคำสั่งซื้อยังไม่แน่นอน หากพิจารณาเป็นรายไตรมาสจะพบว่ายอดส่งออกมีความผันผวนสูง (1Q57 อยู่ที่ 471 ล้านบาท 2Q57 ลดลงมาอยู่ที่ 400 ล้านบาท) ขณะที่ยอดขายในประเทศมีแนวโน้มหดตัวจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดฟังชันนัลดริ้งก์ ใน 2Q57 ยอดขายในประเทศหดตัว 10% QoQ แม้ว่าจะเป็นฤดูกาลขายนํ้าดื่ม จึงมีความเสี่ยงที่ผลประกอบการจะแตกต่างจากประมาณการหากโมเมนตัมบวกจากการเปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศเริ่มอ่อนแรง
ปรับมูลค่าเหมาะสมขึ้น กำไรงวด 2Q57 ดีกว่าคาด
เราปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมเพิ่มขึ้น 25% มาอยู่ที่ 27.2 บาท (จากเดิม 21.70 บาท) เนื่องจากกำไรงวด 2Q57 ดีกว่าคาด แม้ว่าจะมีทิศทางอ่อนตัวลง QoQ ในทิศทางเดียวกันกับเราคาดตามการหดตัวของยอดส่งออกและค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากยอดขายหดตัวน้อยกว่าคาดและอัตราการทำกำไรสูงกว่าคาด จึงทำให้กำไรดีกว่าคาดอยู่ที่ 98 ล้านบาท รวมงวด 1H57 มีกำไร 241 ล้านบาท ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 57-58 ขึ้นจากเดิม 20-25% เป็น 407 ล้านบาท และ 488 ล้านบาท ตามลำดับ จากการปรับเพิ่มยอดขายราว 4-5% และเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 40%
คาดกำไรอ่อนตัว 2H57 กดดันราคาหุ้น
เรามองว่าราคาหุ้น SAPPE ที่เพิ่มขึ้นกว่า 131% จากราคา IPO ที่ 13.5 บาท ซื้อขายที่ระดับ PE’57 23 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทที่ทำธุรกิจขายนํ้าดื่มอยู่ที่ 20 เท่า สะท้อนกำไรที่เติบโตโดดเด่น 312% YoY ในงวด 1H57 แล้ว ขณะที่ผลประกอบการงวด 2H57 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงเป็นตัวกดดันระดับราคาหุ้นและความคาดหวังการเติบโตในอนาคต และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่เพียง 2-3% ต่อปี โดยมีความเสี่ยงจากแนวโน้มการหดตัวของยอดขายในประเทศและความเปราะบางของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอาจทำให้ยอดขายไม่เป็นไปตามคาด เราจึงคงคำแนะนำ “ขาย”
Investment Case
SAPPE ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และเครื่องดื่มที่มุ่งเน้นนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์เรื่องสุขภาพและความงามให้แก่ผู้บริโภค จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีแบรนด์ที่ได้รับความนิยม เช่น เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์, โมกุ โมกุ และ เพรียว คอฟฟี่ เป็นต้น






