วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จุมพล'คาดหลังควบฟินันซ่าดันAUMพุ่ง

บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล คาดหลังรวมกิจการ บลจ.ฟินันซ่า ดัน AUM สิ้นปีนี้แตะ 8 หมื่นลบ.

นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังการควบรวมกิจการกับ บลจ.ฟินันซ่า จะส่งผลให้ บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารงาน หรือ AUM ทั้งปีอยู่ที่ 80,000 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 70,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตจากปีที่แล้ว 50%

"หลังควบรวมกับฟินันซ่าแล้วจะทำให้เราเติบโตค่อนข้างมาก แบบก้าวกระโดด ซึ่งปีนี้ทั้งปีเราน่าจะมี AUM อยู่ที่ 80,000 ล้านบาทได้แน่นอน"นายจุมพล กล่าว

ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสมดุลตามอายุ ซึ่งเป็นกองทุนรูปแบบใหม่แบบสมดุลตามอายุ ซึ่งเป็นครั้งแรกและกองแรกของประเทศไทย โดยมีการเคหะแห่งชาติเป็นลูกค้ารายแรก ทั้งนี้ การลงทุนในรูปแบบดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้ลงทุนได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในรูปแบบเดิม และลดความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุนเพียงอย่างเดียวด้วย เนื่องจากกองทุนดังกล่าวจะมีกาีจัดพอร์ตให้ลงทุนตามช่วงอายุของผู้ลงทุน โดยการมิกซ์พอร์ตอย่างเหมาะสม  

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทเอกชน และรัฐวิสาหกิจอีก 20 แห่ง เพื่อเลือกใช้กองทุนรูปแบบใหม่ ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร หรือ AUM ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าทั้งปีจะเติบโตได้ 20%

ทั้งนี้ สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบเดิม โดยคิดจากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่ระดับ 2% จะได้ผลตอบแทนไม่เกิน 2-3% และหากลงทุนในตราสารทุนแม้จะได้ผลตอบแทนสูงกว่าแต่ก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน

นายจุมพล กล่าวต่อว่า คาดว่าดัชนีหุ้นไทยปีนี้มีโอกาสแตะที่ระดับ 1,600 จุดได้ โดยปัจจัยที่ต้องจับตามองคือ การเมืองในประเทศ การจัดการเลือกตั้ง นโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลใหม่รวมถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินนโยบายต่างๆว่าจะสามารถปฏิบัติจริงได้หรือไม่ ส่วนกระแสการจัดตั้งรัฐมนตรีที่มีรายชื่อส่วนใหญ่เป็นนายทหารนั้น มองว่าน่าจะส่งผลเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดทุน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้

สำหรับแผนการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ตามแนวคิดของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ที่ต้องการให้จัดตั้งขึ้นเพื่อลดภาระของภาครัฐด้านงบประมาณนั้น บริษัทมีความสนใจที่จะเข้าไปร่วมมือ หากแผนมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยมองว่าการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว จะส่งผลดีต่อประเทศแน่นอน เนื่องจากเป็นการระดมทุนทั้งจากภาคเอกชน และต่างประเทศ รวมไปถึงสามารถลดภาระของภาครัฐได้ด้วย  

" กองทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นแนวทางที่ดีในการหยิบยกมาศึกษา เราก็กำลังดูความชัดเจนว่าจะออกมาอย่างไร"นายจุมพล กล่าว