"สิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล" ประธานบอร์ดมิลล์คอน พร้อมสู้คดีกรณียักยอกทรัพย์ ยันมีหลักฐานชัดเจน
ตามที่ศาลอาญาธนบุรีได้ออกหมายจับนายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทมิลล์คอน สตีล(MILL)หลังไม่มารายงานตัวในฐานร่วมรับของโจร ในคดีอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา4 มีความเห็นควรสั่งฟ้อง บริษัทมิลล์คอนและตัวนายสิทธิชัย ในฐานะส่วนตัว
นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มิลล์คอน สตีล (MILL) กล่าวว่า กรณีอัยการมีคำสั่งฟ้องร้องคดีความยักยอกทรัพย์ นั้น บริษัทและส่วนตัวมีความพร้อมที่จะสู้คดีความ โดยมีหลักฐานชัดเจนว่า ที่ดินที่ได้มามีความถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องคดีความเป็นเรื่องของบิดา นายสมภพ ลีสวัสดิ์ตระกูล และเป็นเรื่องในอดีต
รวมทั้งตอนที่มีการประมูลซื้อที่ดินเกิดขึ้น ตัวเองยังไม่ได้เข้ามาบริหารในบริษัทสตีลน็อค ปัจจุบันคือ บริษัทมิลล์คอน อย่างไรก็ตาม คดีความดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหรือฐานะการดำเนินงานของบริษัทมิลล์คอน แต่จะมีผลกระทบในเชิงภาพลัษณ์ และอาจทำให้เกิดข้อสงสัยถึงหลักบรรษัทภิบาลได้ จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว
"ตอนนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความพร้อมที่จะสู้คดีหากมีการรื้อฟื้นขึ้นมาหลังจากหมดอายุความไปเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยฝ่ายผู้ฟ้องสามารถดำเนินการได้ ขณะเดียวกันหากผู้ฟ้องร้องต้องการจะเจรจา ก็พร้อมที่จะไกล่เกลี่ยเช่นกัน หากเกิดกรณีเลวร้ายสุดแพ้คดี บริษัทต้องจ่ายเงินคืนให้กับผู้ฟ้องตามมูลค่าที่ดิน 4.9 ล้านบาท"
เขากล่าวว่าความคืบหน้าของการดำเนินธุรกิจ ล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทในประเทศพม่า ร่วมกับบริษัทเจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEL) โดยบริษัทมิลล์คอนจะถือหุ้น 45%เจนเนอรัลถือหุ้น 45%ที่เหลือเป็นของพันธมิตรท้องถิ่น การเข้าไปลงทุนครั้งนี้ เพราะเป็นการสร้างโรงงานเหล็กเส้น เพื่อรองรับกำลังซื้อในพม่าที่มีแนวโน้มเติบโต และยังเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าไปลงทุนในประเทศกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลัง จะพลิกมีกำไรจากครึ่งปีแรกที่มีผลประกอบการขาดทุน เนื่องจากลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ และบริษัทหยุดผลิตเพื่อปรับปรุงโรงงาน ขณะที่ราคาเหล็กผันผวน
ภาพรวมผลประกอบการปีนี้ยังขาดทุน แต่จะลดลงจากปีก่อน ส่วนรายได้รวมทั้งปีคาดว่าจะเติบโต 10% จากปีก่อน หรือคิดเป็นยอดขาย 770,000 ตันจากปีก่อนที่มียอดขาย 700,000 ตัน ทั้งนี้ยอดขายไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปีนี้จะดีขึ้น เพราะโรงงานกรีนมิลล์โปรเจ็กจะเริ่มผลิตเหล็กเกรดพิเศษได้สมบูรณ์แบบ ซึ่งอัตรากำไรเหล็กเกรดพิเศษนี้ดีมากอยู่ที่ 15-16% ต่างจากเหล็กธรรมดาอยู่ที่ 6-7%
นายสิทธิชัย กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทเหลือหุ้นเพิ่มทุนที่เตรียมไว้ขายให้กับนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) อีกไม่เกิน 500 ล้านบาทซึ่งเป็นวงเงินที่ประมาณไว้ แต่ถ้าต้องการใช้เงินเพิ่มขึ้นหรือลดลงควรต้องพิจารณาอีกครั้ง และคาดจะขายในส่วนที่เหลือได้ภายในครึ่งปีหลัง และเงินดังกล่าวจะนำเงินไปซื้อทรัพย์สินของบริษัทอุตสาหกรรมเหล็กกล้าไทย(TSSI) โดยบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณานักลงทุนที่เข้ามาร่วมลงทุน ทั้งต่างประเทศและในประเทศ ส่วนวงเงินที่จะขายพีพีนั้น ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เงินในการซื้อทรัพย์สิน
การดำเนินการซื้อสินทรัพย์ของบริษัทอุตสาหกรรมเหล็กกล้าไทยแล้วเสร็จ และบริษัทดังกล่าวสามารถเดินเครื่องในการผลิตเหล็กกล้าชนิดพิเศษที่ใช้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็จะทำให้บริษัทมิลล์คอนมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 ล้านตันต่อปี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 1.2-1.3 ล้านตันต่อปี ซึ่งคาดว่าบริษัทอุตสาหกรรมเหล็กกล้าไทยจะช่วยหนุนให้บริษัทพลิกมีกำไรในปี 2558
ส่วนกรณีการที่ถูกสำนักงานก.ล.ต. สั่งให้ตั้งผู้สอบบัญชีในกรณีพิเศษ เพราะมีการซื้อขายสินค้าในกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวโยงกันและไม่ได้รายงานนั้น ขณะนี้บริษัทได้เข้าไปชี้แจ้งกับสำนักงานก.ล.ต.และเคลียร์ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของก.ล.ต.และคาดว่าจะสามารถปลดเครื่องหมายเอ็นพี จากหุ้นของบริษัทได้ภายในเร็วๆ นี้
การเคลื่อนไหวราคาหุ้นมิลล์คอน ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นลดลง 2.98% จากราคา 1.68 บาท ลดลงเหลือ1.63 บาท









