โรงแรมเร่งดึงยอดเข้าพักโลว์ซีซัน หลังผลประกอบการไตรมาสสองร่วงหนัก เซ็นทาราแจงไม่เล่นสงครามราคา
รุกขยายตลาดออนไลน์ ดึงตลาดกลุ่มสัมมนาที่หันมาใช้สถานที่ในประเทศมากขึ้น ด้านโรงแรมหรูบางแห่ง หั่นราคาห้องพัก 20-25% จากราคาปกติ อัดแคมเปญพัก 2 คืน ฟรี 1 คืน
สถานการณ์ธุรกิจโรงแรมในไตรมาสสอง ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผานมา โดยบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป กำไรสุทธิไตรมาส 2 ลดลงมากที่สุดถึง 111.37% โดยมีผลขาดทุน 83.11 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 731 ล้านบาท รวมทั้งบริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา แม้ยังโชว์กำไรสุทธิ 41.66 ล้านบาท แต่ลดลง 77.91% เทียบกับงวดเดียวกันปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 188.63 ล้านบาท ทำให้ช่วงครึ่งปีหลังแต่ละโรงแรมต้องอัดกิจกรรมการตลาดเพื่อฟื้นยอดขาย
ก่อนหน้านี้ นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ยังคาดการว่า อัตราเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศปีนี้ น่าจะอยู่ราว 50% เท่านั้น ขณะที่ไฮซีซัน 3 เดือนสุดท้ายปีนี้ อัตราเข้าพักอาจกระเตื้องขึ้นมาอยู่ที่ 70-80% แต่ก็เป็นผลักดันได้เฉพาะเชิงปริมาณนักท่องเที่ยว ส่วนราคาห้องพักเฉลี่ยในปีนี้จะลดลงอย่างมากแน่นอน
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผย สถิติของสถานพักแรมในไทยทั้งหมดในปี 2557 มีจำนวนราว 5.81 แสนห้อง จากสถานประกอบการ 13,973 แห่ง โดยในจำนวนนี้มีธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทรวมกัน4.76 แสนห้อง จากธุรกิจราว 9.3 พันแห่ง ส่วนที่เหลือเป็นประเภท เกสท์เฮาส์ โฮมสเตย์ และอื่นๆ รวมถึง เซอร์วิสอพาร์เมนท์ อพาร์ทเมนท์ หรือ แมนชั่น ที่เริ่มเข้ามารับตลาดมากขึ้น
นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหารโรงแรมและรีสอร์ทเครือเซ็นทารา กล่าวว่า การแข่งขันในธุรกิจโรงแรมปีนี้ยังมีแนวโน้มสูง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 โดยเห็นว่าไตรมาสดังกล่าวจตลาดจะมีปัจจัยบวกทำให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวใกล้เคียงกับปีก่อน ทั้งด้านการเมืองที่คาดว่าจะจัดตั้งรัฐบาลเพื่อมาบริหารประเทศชั่วคราวตามโรดแมพ รวมถึงการเริ่มผลักดันการใช้งบประมาณรัฐด้านต่างๆ ที่จะช่วยทำให้เกิดการกระจายรายได้หมุนเวียนทั้งประเทศ ทำให้ธุรกิจโรงแรมต้องเตรียมพร้อมและตั้งรับด้านการตลาดไว้ล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม จากกำหนดกลยุทธ์ล่าสุดยังไม่มีนโยบายหันมาเน้นการตัดราคาเพื่อดึงลูกค้า เพราะยังเชื่อว่าไตรมาสสุดท้ายตลาดยังฟื้นตัวดี โดยจะให้โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะการไปร่วมงานส่งเสริมการขายออกบูธร่วมทำตลาดโดยตรงมากกว่า ขณะที่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมายังเห็นอัตรารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) ยังเติบโตได้ราว 1-2% แม้จะยังอยู่ในช่วงโลว์ซีซัน ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ทำให้คาดว่าตลอดปีนี้ RevPar ยังมีโอกาสขยับเพิ่มได้เฉลี่ย 6-8% ส่วนอัตราเข้าพักเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ 75% ขึ้นไป เทียบกับปีก่อนซึ่งทำได้ 80%
เซ็นทาราเพิ่มสัดส่วนตลาดออนไลน์
โดยหนึ่งในกลยุทธ์การขยายตลาด วางเป้าหมายขยายสัดส่วนตลาดออนไลน์เพิ่มจาก 25% เป็น 30% ในปีนี้ เนื่องจากเป็นช่องทางที่ทำให้สามารถปรับราคาห้องพักขึ้นลงให้สอดคล้องกับภาวะความต้องการในตลาดได้รวดเร็ว ส่วนนักท่องเที่ยวก็หันมาใช้ช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น เพราะมีทั้งช่องทางที่หลากหลาย ทั้งเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นผ่านเครื่องมือสื่อสาร ปัจจุบันเซ็นทาราจึงมีสัดส่วนตลาดออนไลน์ที่ได้มาจากออนไลน์ ทราเวล เอเยนต์ (โอทีเอ) หรือเว็บไซต์ที่นำเสนอดีลพิเศษ ราว 67% และเว็บไซต์ตรงของบริษัทในสัดส่วนราว 33%
อย่างไรก็ตาม การนำเสนอโปรดักต์ผ่านโอทีเอรายต่างๆ โรงแรมยังต้องเสียค่าคอมมิชชั่นให้กับผู้ให้บริการเฉลี่ย 15% หรือในบางรายอาจจะสูงถึงราว 20-40% ดังนั้น จึงเห็นแนวโน้มโรงแรมต่างๆ หันมาสร้างฐานออนไลน์ของตัวเองให้แข็งแกร่งมากขึ้น โดยจะไม่ลงไปตัดราคาในเว็บไซต์ตัวเองแข่งกับโอทีเอโดยตรง เพื่อไม่ให้ผิดข้อตกลงในการทำธุรกิจ แต่จะใช้กลยุทธ์การแถมหรือเพิ่มบริการพิเศษจูงใจ เช่น การแถมอาหารเช้า แถมโปรแกรมสปา เป็นต้น
หันแข่งดึงกลุ่มไมซ์ไทยดันรายได้โลว์ซีซัน
สำหรับการแข่งขันในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงโลว์ซีซันอยู่แล้ว อัตราเข้าพักเฉลี่ยจึงทยอยปรับตัวขึ้น โดยในเดือน ส.ค.โรงแรมหลัก 2 แห่งในกรุงเทพฯ คือ เซ็นทาราแกรนด์ แอทเซ็นทรัลเวิลด์ และ เซ็นทาราแกรนด์ แอทเซ็นทรัลลาดพร้าว มีอัตราเข้าพักราว 70% และ 60% เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ค.ซึ่งปิดอยู่ที่ 55% โดยลูกค้าหลักที่เข้าไปจับตลาดในช่วงนี้ คือ กลุ่มประชุมสัมมนา (ไมซ์) ในประเทศ ที่หันมาเดินทางใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น เป็นไปตามนโยบายที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วางไว้ รวมถึงการที่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กำลังเตรียมเสนอมาตรการนำค่าใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีได้ คาดว่าจะหากมีผลบังคับใช้จะมีส่วนสนับสนุนธุรกิจโรงแรมได้โดยตรง เพราะตลาดในประเทศถือว่ามีฐานขนาดใหญ่ และในปีที่ผ่านมามีการเดินทางสูงถึงราว 136 ล้านคนครั้ง
ระวังการเมืองตปท.ปัจจัยลบไตรมาส4
นายรณชิต กล่าวด้วยว่า แม้ว่าปัจจัยในประเทศอย่างการเมืองที่มีแนวโน้มดีขึ้น จะเข้ามาสนับสนุนไตรมาส 4 รวมถึงมาตรการที่ คสช.ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวัน ที่หากเทียบแล้วจะทำให้ดีกว่าปีก่อนซึ่งมีผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายท่องเที่ยวฉบับใหม่ในไตรมาส 4 พอดี แต่ก็ยังมีปัจจัยลบจากต่างประเทศที่ต้องเฝ้าระวังว่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะรัสเซียที่ยังมีปัญหาความขัดแย้งกับยูเครน ทำให้นักท่องเที่ยวตลาดนี้อาจจะไม่เพิ่มขึ้น และอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อตลาดยุโรป หากว่ารัสเซียไม่อนุญาตให้เที่ยวบินยุโรปบินผ่านน่านฟ้า จะมีผลทำให้ต้องใช้เวลาการเดินทางโดยเครื่องบินมากขึ้น นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งอาจคิดว่าไม่ได้รับความสะดวก
ขณะเดียวกันอัตราเติบโตของจีดีพีประเทศเป้าหมายหลักๆ ในช่วงไฮซีซันของไทยก็ยังมีตัวเลขเติบโตไม่สูงมาก อาทิ อิตาลี ฝรั่งเศส หรือกระทั่งเยอรมนี แต่หากสามารถกระตุ้นตลาดสแกนดิเนเวียได้ก็จะสามารถฟื้นตลาดให้ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อนได้ส่วนหนึ่ง เพราะเริ่มมีแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตดีที่สุดในขณะนี้
โรงแรมดุสิตธานีหั่นราคาห้องพัก-พัก2คืนฟรี1คืน
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงโปรโมชั่นของหลายโรงแรมในไทยในช่วงโลว์ซีซัน พบว่า โรงแรมในเครือดุสิตธานี เลี่ยงที่จะปรับลดราคาห้องพัก แต่จัดแคมเปญ Triple Nights Delight เข้าพักระหว่าง 1 ส.ค. -31 ต.ค.นี้ พักสองคืน พักฟรีอีก 1 คืน ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
โรงแรมแกรนด์ ไฮเอท เอราวัณ ของดิเอราวัณ กรุ๊ป จองห้องพักอย่างน้อย 3 คืน พักฟรีอีก 1 วัน ,โรงแรมและรีสอร์ทในเครืออนันตรา ของกลุ่มไมเนอร์ รับสิทธิ์ประหยัดค่าใช้จ่าย 30% กับอาหารเช้าใน 11 รีสอร์ทในเครือ สำหรับคนไทย แคมเปญมีถึง 31 ต.ค.นี้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ จัดแคมเปญ Bangkok Super Saver ลดค่าห้องพัก 2 คนสูงสุด 25% ถึง 30 ก.ย.นี้ เป็นต้น






