"เมืองไทยประกันภัย" คงเป้าเบี้ยรับรวมประกันภัยปี 57 ที่ 10,350 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกทำได้ 4,763 ล้านบาท
นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI เปิดเผยว่า เบี้ยประกันรับรวมในปีนี้ยังคงเป้าเดิมไว้ที่ 10,350 ล้านบาท หลังในช่วงครึ่งปีแรกทำไปแล้ว 4,763 ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีแนวทางในการปรับเป้าเนื่องจากต้องดูภาพรวมธุรกิจในช่วงเดือน สิงหาคม - กันยายน ว่าเป็นเช่นไร เพราะภาพรวมธุรกิจประกันมีการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงรุกช่องทางการขายทุกช่องทางรวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อาทิ การคุ้มครอง การขับขี่รถจักรยาน ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะจัดจำหน่ายในช่วงต้นไตรมาสที่ 4/2557 เป็นต้นไป ซึ่งภาพรวมธุรกิจประกันภัยในปีนี้คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ประมาณ 4-5%
ด้านนางปุณฑริกา ใบเงิน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส (ฝ่ายงานบัญชีและการเงิน) MTI เปิดเผยถึงพอร์ตการลงทุนของบริษัท ว่าในช่วงครึ่งปีหลัง 2557 จะมีผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นมากสุดอยู่ 4-5% เนื่องจากแนวโน้มทิศทางตลาดหุ้นไทยดีขึ้น โดยคาดว่าในช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป จะมีเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามามากขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ที่เม็ดเงินไหลออก ประกอบกับประเทศไทยยังมีธุรกิจภาคเอกชนที่มีพื้นฐานดีในทุกกลุ่ม นอกจากนี้ภาพรวมของเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐฯ ยังไม่มีอะไรโดดเด่น เห็นได้จากตลาดหุ้นทั้ง 2 ภูมิภาคนี้เริ่มชะลอตัว ส่งผลให้มีโอกาสเห็นเม็ดเงินไหลเข้ามาในช่วงไตรมาส 3 เป็นจำนวนมากและจะขายทำกำไรในช่วงเดือน ธ.ค. ตามปกติของทุกๆ ปี
ทั้งนี้บริษัท มีพอร์ตการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานและเทเลคอมเป็นส่วนใหญ่โดยพอร์ตการลงทุนรวม 25% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมดในบริษัท
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลัง 2557 ยังคงพอร์ตลงทุนภายในประเทศอยู่ที่ 9 พันล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นตราสารหนี้ 58%, ประเภทหุ้น 25%, เงินฝาก 17% ซึ่งยังเป็นระดับเดียวกันกับช่วงครึ่งปีแรก ทั้งนี้ ช่วงต้นปี 2558 เป็นต้นไปบริษัทมีแผนการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มหลังจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อนุญาตให้บริษัทประกันภัยสามารถลงทุนในต่างประเทศเพิ่ม ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าบริษัทฯ จะลงทุนขั้นต่ำประมาณ 1 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 30 ล้านบาท โดยการลงทุนในอนาคตอาจมีการปรับเปลี่ยนสลับกันระหว่างในประเทศและต่างประเทศซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและภาวะเศรษฐกิจในระยะเวลานั้น








