แบงก์ยันปล่อยเงินกู้ทีวีดิจิทัล

แบงก์ไม่ห่วงปล่อยสินเชื่อธุรกิจ "ทีวีดิจิทัล" รับต้องใช้เวลาปรับตัว มั่นใจ "ไม่เสี่ยง" หลักประกันคุ้ม
แบงก์ไม่ห่วงปล่อยสินเชื่อธุรกิจ"ทีวีดิจิทัล" ยอมรับต้องใช้เวลาปรับตัว "แบงก์กรุงเทพ" มั่นใจไม่เสี่ยง เหตุปล่อยกู้เป็นหนังสือค้ำประกันเป็นหลัก มีหลักประกันคุ้ม เชื่อ"วิชัย" นำซีทีเอชไปรอด ระบุภาพรวมธุรกิจร้ายแรงสุดต้องควบรวม หรือหาพาร์ทเนอร์ เหตุธุรกิจไม่ชัดระยะยาว โบรกเกอร์เผยเร็วเกินไป หากประเมินเป็นเอ็นพีแอล ขอเวลา 1 ปี รู้ทิศทางชัดเจน ย้ำภาพรวมกำไรแบงก์ปีนี้โต 4% เหตุเศรษฐกิจฟื้น ตัวเลขเอ็นพีแอลชะลอตัว
แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารมีการประเมินความเสี่ยงกลุ่มทีวีดิจิทัลไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายขึ้นมาได้ เพราะมีจำนวนช่องมากขึ้น และต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ขณะที่การโฆษณาต้องกระจายมากขึ้น และราคาค่าโฆษณาต้องปรับลดลง ดังนั้นที่ผ่านมา ธนาคารจึงไม่ได้เข้าไปให้สินเชื่อมากนัก แต่เป็นการออกหนังสือค้ำประกันให้เป็นหลัก ซึ่งมีความเสี่ยงแตกต่างจากการให้สินเชื่อ โดยมีหลักประกันคุ้มหรือมากกว่า 90% ของมูลหนี้
ทั้งนี้ธนาคารปล่อยกู้ในรูปแบบของสินเชื่อมีไม่กี่ราย หนึ่งในนั้น คือ บริษัทเคเบิล ไทยโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือซีทีเอช ที่ธนาคารเป็นผู้ให้สินเชื่อเพียงรายเดียว ซึ่งเป็นการให้สินเชื่อก่อนที่จะมีการประมูลทีวีดิจิทัล แม้ว่าขณะนี้ จะเริ่มมีปัญหาในการแข่งขันกับทีวีดิจิทัล และต้นทุนในการประมูลลิขสิทธิ์ พรีเมียร์ลีกที่ค่อนข้างแพงทำให้เป็นภาระหนักอยู่ในขณะนี้ แต่ธนาคารมีความเชื่อมั่นในผู้ประกอบการที่มีทั้ง นายวิชัย ทองแตง และผู้บริหารจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่ถือว่ามีความแข็งแกร่ง
กลุ่มวิชัยยังจ่ายหนี้ปกติ
"โดยเฉพาะคุณวิชัย ที่มีความสามารถในการทำธุรกิจ เชื่อว่าเมื่อลงทุนปั้นขึ้นมาแล้ว จะกัดไม่ปล่อย จึงไม่คิดว่าเค้าจะทิ้งธุรกิจนี้ไป ซึ่งซีทีเอช ยังมีกลุ่มคนที่ดูบอลติดตามอยู่ แม้รายการอื่นๆ ยังไม่ค่อยมีโปรแกรมมาดึงดูดมากนัก หลังจากนี้ต้องดูว่า จะปรับตัวอย่างไร แต่ไม่ห่วง เพราะคุณวิชัย เป็นเจ้าพ่อควบรวมอยู่แล้ว ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงต่อไป และธุรกิจนี้หลายช่อง ต้องควบรวม หรือล้มเลิกไป ซีทีเอช อาจเข้ามาซื้อ หรือหาพาร์เนอร์เข้ามาก็เป็นได้ ซึ่งขณะนี้การชำระหนี้ของกลุ่มนี้ยังเป็นปกติ"
แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ผ่านมายอมรับว่า ธนาคารเข้าไปให้การสนับสนุนธุรกิจดิจิทัลทีวี 2-3 ราย ถือว่ามากกว่าธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น แต่เป็นรูปแบบของหนังสือค้ำประกัน ที่มีหลักประกันคุ้ม และเลือกเฉพาะลูกค้าที่มีฐานะดีมีรายได้แน่นอน ขณะเดียวกัน เน้นลูกค้าเดิมของธนาคารที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนานเป็นหลัก
เร็วเกินไปประเมินเสี่ยงปล่อยกู้ดิจิทัล
ด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีประมาณ 4 ราย แต่ขณะนี้เร็วไปที่จะประเมินความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในช่วงของการปรับตัว หลังจากที่ได้ประมูลและเริ่มออกอากาศมาระยะหนึ่ง แม้จะยอมรับว่า ต้นทุนการประมูลใบอนุญาตค่อนข้างแพง แต่เท่าที่ติดตามสถานะลูกค้า ยังไม่มีประเด็นที่ต้องเป็นกังวล
โดยก่อนหน้าที่ธนาคารจะให้สินเชื่อ ธนาคารได้วิเคราะห์โครงการอย่างละเอียดแล้วว่า ใครเป็นผู้ดำเนินการ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในระดับหนึ่ง เพราะต้องยอมรับว่า ความพร้อมของแต่ละรายมีไม่เท่ากัน ธนาคารจึงต้องเลือกปล่อยในกลุ่มผู้มีความรู้ในธุรกิจเป็นพื้นเดิมก่อน และเป็นรูปแบบของการให้หนังสือค้ำประกันการประมูลกับกสทช.เป็นหลัก
นายสุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ต้องห่วงเรื่องความเสี่ยงการให้สินเชื่อกับกลุ่มทีวีดิจิทัล เพราะเป็นช่วงเริ่มดำเนินการที่ธนาคารถือเป็นช่วงปลอดชำระเงินต้น (Grace Period) ทำให้ภาระการชำระหนี้มีไม่มากนัก โดยระยะแรกของการลงทุน ผู้ประกอบการจะมีภาระการลงทุนค่อนข้างสูง ธนาคารจึงรอให้ธุรกิจดำเนินไประยะหนึ่งก่อน จนกระทั่งเริ่มมีกำไรจึงค่อยนำมาชำระหนี้
เน้นปล่อยกู้โดยเลือกฐานะ-คอนเทนท์
ธนาคารเลือกลูกค้าที่มีฐานะการเงินค่อนข้างแน่น และมีคอนเทนท์อยู่แล้ว ส่วนสัญญาณเริ่มเห็นขณะนี้ คือความล่าช้ากำหนดราคาค่าโฆษณา กับเรทติ้งเอเจนซี่ เพราะทีวีดิจิทัลต้องสร้างจำนวนผู้ชมให้มากกว่านี้ก่อน
ผู้ประกอบการแต่ละรายอยู่ระหว่างวางกลยุทธ์ และปรับตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรายการ รวมถึงการจัดกลุ่มผู้ชม เมื่อการแข่งขันสูง มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม จะนำไปสู่การควบรวม ซึ่งการปรับตัวเหล่านี้คาดจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นปลายปีนี้
ดูผลงาน 1 ปีก่อนตัดสินเอ็นพีแอลหรือไม่
นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจทีวีดิจิทัล หรือเคเบิลทีวี มองว่า มีความเสี่ยงการปล่อยสินเชื่อ เพราะธุรกิจมีการแข่งขันรุนแรง และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ต้องกู้เงินเพื่อใช้เงินซื้อใบอนุญาตต่างๆ แต่ระยะสั้นสินเชื่อกลุ่มนี้ ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะเพิ่งเริ่มต้น ซึ่งระยะแรก ผู้ประกอบการธุรกิจนี้ มีสภาพคล่องที่เตรียมไว้จ่ายดอกเบี้ยได้ แต่ถ้าระยะ 1 ปี น่าจะต้องกลับมาทบทวนกันอีกครั้ง ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละรายมีศักยภาพในการชำระหนี้แค่ไหน
"สินเชื่อกลุ่มทีวีดิจิทัล ระยะสั้นยังไม่มีความเสี่ยง แต่ระยะ 1 ปีขึ้นไปหรือในปี 2558 ภาพรวมสินเชื่อนี้ พอเห็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการรายใดจะสามารถชำระหนี้หรือไม่ เมื่อถึงเวลานั้น ต้องประเมินกันอีกครั้ง ซึ่งช่วงแรกไม่ถึงขั้นเป็นเอ็นพีแอลได้ง่าย และเร็วเกินไปหากจะประเมินกันขณะนี้"
สินเชื่อทีวีดิจิทัลยังไม่น่าห่วง
นายอดิสรณ์ มุ่งพาลชล นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการธุรกิจทีวี ทั้งเคเบิลและดิจิทัล ถ้ามีลูกค้าเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่สายป่านยาว และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ไม่น่าห่วง แต่ถ้าเป็นลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก และมีฐานะการเงินอ่อนแอ จะเสี่ยงต่อการเป็นเอ็นพีแอลได้ในอนาคต จึงประเมินกลุ่มสินเชื่อธุรกิจทีวีดิจิทัล ไม่น่าเป็นห่วง และยังไม่มีนัยสำคัญกับผลประกอบการแบงก์ เพราะมีมูลค่าไม่สูง
"สินเชื่อในกลุ่มดิจิทัล ถือเป็นสินเชื่อที่มีสัดส่วนไม่มาก หากเทียบกับพอร์ตสินเชื่อรวม และปัจจุบันยังไม่น่าเป็นห่วง ขณะที่สินเชื่อกลุ่มเช่าซื้อรถยนต์ ต้องติดตามใกล้ชิด เพราะมีสัญญาณเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น"
ภาพรวมผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปีนี้ ประเมินกำไรสุทธิทั้งกลุ่มเติบโต 4% หรือมีกำไรสุทธิรวม 2.1 แสนล้านบาทดีขึ้น หากเทียบจากปีก่อน เพราะภาวะเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น และแนวโน้มเอ็นพีแอลชะลอตัว ทำให้การตั้งสำรองลดลง
"ผมมองว่าแบงก์ขนาดใหญ่ จะเติบโตดี โดยแบงก์กรุงเทพ คาดมีกำไรเพิ่มขึ้น 6% กสิกรไทยเพิ่มขึ้น 7% ไทยพาณิชย์ 8% กรุงศรีอยุธยา โต 9% และทหารไทยน่าจะโต 36%"
หุ้นใหญ่สปริงนิวส์สภาพคล่องตึงเพิ่มทุนก้อนโต
นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า การที่ราคาหุ้นโซลูชั่นร่วงฟลอร์ติดต่อกัน หลังประกาศแผนเพิ่มทุนก้อนโต 9.42 หมื่นล้านหุ้น เป็นเพราะบริษัทไม่ได้อธิบายที่มาที่ไปให้ชัดเจนของการเพิ่มทุนตั้งแต่แรก ผู้ถือหุ้นรายย่อย จึงเกิดความตื่นตระหนก
ขณะนี้เชื่อว่า ผู้ถือหุ้นและรายย่อย เข้าใจมากขึ้นแล้ว ซึ่งราคาหุ้นเพิ่มทุนไม่ได้สูงมาก และเหตุผลที่เสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม เพราะจำเป็นต้องคืนเงินมัดจำให้กับบริษัท ตงฮั้ว คอมมูนิเคชั่นส์ 250 ล้านบาททันที เพราะผิดจากแผนที่คาดว่า จะใช้เวลาอีกนาน จึงทำให้กระแสเงินสดมีปัญหา และบริษัทได้คืนเงินให้กับตงฮั้วแล้ว แต่ต้องระดมทุนก้อนใหม่อีก เพื่อคืนหนี้ที่เกิดจากการยืมหุ้นไปวางค้ำประกันกับธนาคารกรุงเทพ เพื่อเป็นหลักประกันของใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 600 ล้านบาท
ภาพรวมกำไรกลุ่มธุรกิจทีวีดิจิทัลงวดครึ่งแรกปี ส่วนใหญ่กำไรลดลง และมีผลขาดทุน โดยผู้ประกอบการที่ขาดทุนมากที่สุดคือ บริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ งวดครึ่งแรกปีนี้ ขาดทุน 1,704.64 ล้านบาท จากงวดเดียวกันปีก่อนขาดทุน 441.11 ล้านบาท คิดเป็น 286.44% รองลงมาคือ บริษัท โซลูชั่นคอนเนอร์ส ขาดทุน 264.07 ล้านบาท จากเดิมขาดทุน 99.92 ล้านบาท คิดเป็น 164.29% และบริษัทอัมรินทร์พริ้นติ้ง ขาดทุน 60.16 ล้านบาท จากเดิมมีกำไร 115.22 ล้านบาท ลดลง 152.21%




