บอร์ดอนุมัติการบินไทยกู้ 2.8 หมื่นล้าน จาก"ออมสิน-สแตนชาร์ตฯ และคลัง เสริมสภาพคล่องระยะเร่งด่วน
"ประจิน’ไขก๊อกประธานบอร์ด ยอมรับการบินไทยส่อขาดทุนถึง2หมื่นล้านสิ้นปีนี้ หวังแผนฟื้นฟูเห็นผลภายใน3เดือน ตั้งงบปีนี้2พันล้านแลกปลดพนักงาน900คน วางแผน5ปี โละพนักงาน6พันคน หวังหลังการฟื้นฟูปี61 การบินไทยกลับมามีกำไรกว่าหมื่นล้าน
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ และประธานคณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดวานนี้ (14 ส.ค.) ยอมรับว่าผลประกอบการการบินไทยปีนี้จะขาดทุนมากกว่า 12,000 ล้านบาท และอาจจะถึง 20,000 ล้านบาทได้ ตามที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาปริมาณผู้โดยสารลดลงมาก แต่ค่าใช้จ่ายกลับเท่าเดิม
ดังนั้นการบินไทยจึงต้องทำแผนฟื้นฟูเพื่อปรับลดค่าใช้จ่ายปีนี้ลง 4,000 ล้านบาท และเพิ่มรายได้ 3,000 ล้านบาท ส่วนมาตรการลดค่าใช้จ่ายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ถือว่าล่าช้าส่วนการเพิ่มรายได้ยังไม่เห็นผล จึงต้องเร่งใช้แผนฟื้นฟูตั้งแต่เดือน ส.ค.ไปจนถึงสิ้นปีนี้ จากการประเมินผลประกอบการไตรมาสที่ 4 คาดจะมีกำไรแต่เมื่อรวมกับ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา การบินไทยยังคงมีผลประกอบการขาดทุน
“ผลประกอบการทั้งปีของการบินไทยยังคงติดลบอยู่อาจถึง 20,000 ล้านบาทตามที่กระทรวงการคลังประเมิน เราต้องยอมรับความจริง แต่สิ่งที่เราต้องต่อสู้คือให้ติดลบน้อยที่สุด” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
กู้ด่วน2แบงก์8พันล้านเสริมสภาพคล่อง
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่าการบินไทยมีแผนจะกู้เงินจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดจำนวน 1,000 ล้านบาท ธนาคารออมสินอีก 5,000-7,000 ล้านบาท เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องระยะสั้น นอกจากนี้ จะมีแหล่งเงินกู้จากกระทรวงการคลังเพิ่มขึ้น โดยจะเริ่มกู้ตั้งแต่เดือน ก.ย.นี้ เนื่องจากการบินไทยมีภาระเริ่มทยอยรับมอบเครื่องบินแอร์บัส 330 ตั้งแต่เดือน ต.ค. นี้
ขณะเดียวกันคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลการบินไทยเพื่อช่วยคัดกรองและกำกับแผนงานของการบินไทยจนกว่าจะฟื้นฟูได้แล้วเสร็จ
หวังแผนฟื้นฟูเห็นผลใน2-3เดือนข้างหน้า
พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย กล่าวถึงแผนฟื้นฟูของการบินไทยว่าจะเห็นผลภายใน 2-3 เดือนนี้ โดยจะเร่งดำเนินการตามแผนบางส่วนที่ทำได้ก่อนตั้งแต่เดือน ส.ค.-ก.ย. หรือไตรมาสที่ 3 เพื่อช่วยพยุงไม่ให้ผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ขาดทุน เหมือนไตรมาสที่ 1 และ 2 รวมทั้งทำให้ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ดีขึ้น
ทั้งนี้ชุดทำงานของซูเปอร์บอร์ด ได้ให้คำแนะนำการบินไทยว่า การบินไทยควรมีเป้าหมายของสายการบินที่ชัดเจนว่าเป็นสายการบินระดับพิเศษ หรือระดับพิเศษสุด แต่การบินไทยเห็นว่า ถ้าให้การบินไทยก้าวสู่ระดับพิเศษสุด แล้วเกิดความผิดพลาดจะกลายเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก ดังนั้น การบินไทยจะดำเนินแผนฟื้นฟูไปก่อนแล้วจึงปรับปรุงให้เป็นสายการบินระดับพิเศษสุดในปี2558 ขณะนี้จะคงสถานะของไทยสมายล์ ให้อยู่เหนือสายการบินโลว์คอสต์เล็กน้อย
วาง3แผนแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน
เรืออากาศเอกมนตรี จำเรียง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่าแผนฟื้นฟูของการบินไทยยังไม่เสร็จสมบูรณ์จนกว่าคณะกรรมการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจจะเห็นชอบ โดยแผนประกอบด้วย 3 ส่วน 1. แผนฟื้นฟูระยะเร่งด่วนปีนี้ 2. แผนฟื้นฟูระยะกลางช่วง 2 ปีคือปี 2558-2559 และ 3.แผนแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนช่วง 5 ปี เพื่อให้การบินไทยกลับเข้าสู่การแข่งขันได้เต็มรูปแบบ
ส่วนมาตรการสำหรับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน 4 ด้าน ได้แก่ การปรับปรุงการบริหาร การสร้างรายได้เพิ่มขึ้น การปรับลดค่าใช้จ่าย รวมถึงการแก้ไขโครงสร้างทางเงิน โดยเฉพาะกระแสเงินสด
สำหรับการปรับโครงสร้างทางการเงิน จะต้องมีการกู้เงินใหม่เพื่อรับมอบเครื่องบินและคืนเงินกู้ระยะสั้น ตามแผนจะมีการจัดหาเงินกู้รวม 27,000 ล้านบาทในปีนี้และปีหน้า เพื่อช่วยรักษาอัตราส่วนเงินสดต่อรายได้ไว้ 15% หรือสูงเป็น 2 เท่า ของค่าใช้จ่ายที่จะอยู่ประมาณ 8%
กู้คลังอีก2หมื่นล้านคืนเงินกู้ระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นจะกู้เงินจากธนาคารออมสิน 5,000-7,000 ล้านบาท และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด 1,000 ล้านบาท ที่เหลือจะเป็นเงินกู้จากกระทรวงการคลังจำนวน 20,000 ล้นบาท เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นที่มีดอกเบี้ยสูง โดยเงินกู้จากธนาคารออมสินและธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ดก่อน เพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น จากนั้นเมื่อได้เงินกู้จากกระทรวงการคลังมาแล้วจึงนำไปใช้คืน ทั้งนี้ จะแบ่งกู้ในปีนี้ 20,000 ล้านบาท และปีหน้า 7,000 ล้านบาท
ตั้งงบ2พันล้านโละพนักงาน900คน
ขณะเดียวกัน การบินไทยควรมีจำนวนพนักงานที่เหมาะสมที่ประมาณ 18,000 คน แต่ปัจจุบันมีพนักงานถึง 24,000 คน ดังนั้น จึงมีแผนจะทยอยลดจำนวนพนักงานลงประมาณ 1,200 คนต่อปี เป็นเวลา 5 ปี แต่ปี 2557 อาจลดพนักงานได้ถึง 1,500 คน เพราะปีนี้จะมีพนักงานที่เกษียณอายุจำนวน 600 คน พนักงานที่มีข้อจำกัดทางร่างกายและเต็มใจลาออก 300 คน และพนักงานที่สมัครใจลาออก 600 คน โดยได้ตั้งงบประมาณไว้รองรับพนักงานที่สมัครใจลาออก 900 คนแล้วจำนวน 2,000 ล้านบาท
ขณะนี้การบินไทยกำลังอยู่ในกระบวนการขายเครื่องบินเก่าทั้งหมดที่มาอายุการใช้งานระหว่าง 20-25 ปี และจะทดแทนด้วยเครื่องบินใหม่ล็อตแรกที่สั่งซื้อ 37 ลำ โดยราคาขายเครื่องบินเก่าจะใกล้เคียงกับราคาตามมูลค่าทางบัญชีและมูลค่าตลาด หากผลประกอบการดีขึ้นจะมีการสั่งซื้อเครื่องบินล็อตใหม่อีก เพราะไม่เช่นนั้นฝูงบินจะลดขนาดลงจาก 100 ลำ เหลือ 50 ลำในปี 2561
หวังแผนฟื้นฟูดันกำไรปีหน้าหมื่นล้าน
อย่างไรก็ตาม ตามแผนฟื้นฟู การบินไทยจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษีและค่าเสื่อม (Ebitda) ในปีนี้ที่ 10,000 ล้านบาท และปี2558อีก 30,000 ล้านบาท โดยผลประกอบการจะมีกำไรตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป และกำไรมากกว่า 10,000 ในปี2561และปี2562 ของแผนฟื้นฟู
ส่วนปี 2558 คาดการณ์ว่าธุรกิจการบินจะดีขึ้นกว่าปีนี้ เพราะปัจจัยการเมืองภายในประเทศดีขึ้น ปัจจุบันยอดจอดตั๋วชั้นประหยัดบางส่วน ซึ่งเป็นรายได้หลักของการบินไทยอยู่ที่ 80% ชั้นธุรกิจอยู่ที่ 60% คงต้องผลักดันให้ยอดการจองเพิ่มขึ้น ถ้าการบินไทยเดินตามแผนฟื้นฟูได้จะทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น ส่วนปัจจัยลบในปีหน้า คือ สถานการณ์สู้รบบริเวณตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมัน
เน้นเจาะตลาดเส้นทางบินทำกำไร
ร.อ.ท.สุรพล อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการพาณิชย์ กล่าวว่า การบินไทยจะเน้นทำตลาดในเส้นทางที่มีศักยภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้ ทั้งตลาดญี่ปุ่น จีน และสแกนดิเนเวีย ซึ่งจะให้รายได้ในไตรมาสที่ 4 ไม่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนแน่นอน ทั้งนี้ บอร์ด ได้ให้คำแนะนำว่า ควรมีการศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเปิดเส้นทางการบินใหม่ๆ ก่อนเข้าทำตลาด ซึ่งสายพาณิชย์ก็จะปฏิบัติตามนั้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันมียอดจองล่วงหน้าในเดือน ส.ค. แล้วระดับ 70% ซึ่งเป็นที่น่าพอใจ แต่ยอดจองในเดือน ก.ย. ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทางฝ่ายขายจึงต้องจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดจองให้เพิ่มขึ้น สำหรับไตรมาส 4 นี้ ตลาดในประเทศจีน อินเดียและญี่ปุ่นเริ่มกลับมาดีขึ้นและมีสัญญาบวกอย่างเด่นชัด แต่เส้นทางออสเตรเลียบางเมืองยังไม่ดีนัก จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
บินไทยครึ่งปีขาดทุนกว่าหมื่นล้าน
บริษัทการบินไทย แจ้งผลประกอบการงวดไตรมาส2/2557 ต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 7,662.35 ล้านบาท จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 8,438.92ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนมีผลขาดทุนสุทธิ 10,296.46 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนขาดทุน 155.97 ล้านบาท สาเหตุที่ขาดทุนเพราะ อุตสาหกรรมการบินของไทยยังคงเผชิญกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่ไม่ปกติตั้งแต่ไตรมาส4ปี2556 จนถึงการประกาศควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ส่งผลต่อความมั่นคงต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยว เข้าประเทศลดลง ขณะที่สายการบินต้นทุนต่ำยังมีการขยายตัวต่อเนื่อง
ผลกระทบจากการเมือง ทำให้ไตรมาส2ปีนี้บริษัทมีจำนวนผู้โดยสารลดลงจากงวดปีก่อน 17.3% ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีเงินได้ และผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 4,422 ล้านบาท หรือ 134.9%
นอกจากนี้ การบินไทยยังได้แจ้งว่าพล.อ.อ.ประจิน ได้แจ้งลาออกจากประธานบอร์ดการบินไทย ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.นี้ พร้อมแต่งตั้งให้นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม รักษาการประธานบอร์ดแทน
ขณะที่ราคาหุ้นการบินไทย (THAI) ปิดตลาดวานนี้ (14 ส.ค.) ลดลง 0.40 บาท หรือ 2.48% ราคาอยู่ที่ 15.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 307.16 ล้านบาท









