กำไรสุทธิไตรมาส 2/57 สูงกว่าคาด; คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 3/57 โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม
สูงกว่าคาด
MINT รายงานกำไรสุทธิที่ 617 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 2/57 เพิ่มขึ้น 44% YoY แต่ลดลง 57% QoQ คิดเป็นกำไรสุทธิที่มากกว่าประมาณการของเราและตลาดอยู่ 15% และ 9% ตามลำดับ เนื่องจากรายการพิเศษ 69 ล้านบาท คือกำไรจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนด้วยราคายุติธรรม (หลังหักภาษี) จากการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในโรงแรมเซเรนดิบ ศรีลังกาจาก 19.8% เป็น 22.7% หากไม่รวมรายการพิเศษดังข้างต้นกำไรปกติจะอยู่ที่ 548 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 28% YoY แต่ลดลง 61% QoQ) ซึ่งเป็นไปตามประมาณการของเราและตลาด
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
ผลกำไรของ MINT ในไตรมาส 2/57 โดดเด่นที่สุดเป็นประวัติการณ์ของช่วงไตรมาสโลว์ซีซั่น โดยรายได้หลักขยายตัว 8% เป็น 8.4 พันล้านบาท และอัตรากำไรหลักปรับเพิ่ม 1% เป็น 6.5% กำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมทุนเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 44% YoY แต่ลดลง QoQ จากปัจจัยทางฤดูกาล ส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิปรับขึ้นเล็กน้อยจาก 0.8 เท่า ณ สิ้นเดือนมี.ค. เป็น 0.9 เท่า ณ สิ้นเดือนมิ.ย.
ยอดขายต่อสาขาเดิมของธุรกิจอาหารพลิกฟื้นมาเติบโต 1.5% YoY และยอดขายรวมทุกสาขาของธุรกิจอาหารเติบโตแข็งแกร่งที่ 12.4% หนุนจากการขยายสาขา อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจดังกล่าวอยู่ที่ 68.3% เพิ่มขึ้น 0.11% YoY
รายได้จากธุรกิจโรงแรมสูงขึ้น 7% YoY แต่ลดลง 23% QoQ เป็น 2.7 พันล้านบาท รายได้ต่อห้องเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10% YoY เนื่องจากราคาเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 20% YoY ในขณะที่อัตราการเข้าพักปรับตัวลดลงจาก 66% ในไตรมาส 2/56 เป็น 60% ในไตรมาส 2/57
ยอดขายที่อยู่อาศัยในไตรมาส 2/57 อยู่ที่ 682 ล้านบาท (โดยหลักเป็นยอดขายจากธุรกิจปันส่วนเวลา) โดยทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 11% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับสูงมากที่ 71.8%
แนวโน้ม
เราคาด MINT จะรายงานผลกำไรปกติเติบโต YoY และ QoQ ในไตรมาส 3/57 ทั้งนี้ บริษัทกล่าวว่ารายได้ต่อห้องเฉลี่ยทรงตัว YoY ในเดือนก.ค. (ผลการดำเนินงานที่ดีของโรงแรมไทยในต่างประเทศและต่างจังหวัดชดเชยผลกระทบจากผลการดำเนินงานของโรงแรมในกรุงเทพที่ชะลอตัว) ด้านธุรกิจอาหาร อัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 2.6% YoY ในเดือนก.ค. ส่วนยอดขายรวมทุกสาขาคาดเพิ่มขึ้นด้วยตัวเลขสองหลักในไตรมาส 3/57
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
กำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 คิดเป็น 44% ของประมาณการกำไรหลักของเราและตลาดสำหรับปี 2557 โดยเราจะมีการประเมินประมาณการใหม่เนื่องจากสมมติฐานการเติบโตของกำไรปี 2557 ของเราที่เพียง 10% อยู่ต่ำกว่าเป้าของบริษัทที่ 15-20% อยู่มาก โดยเรายังไม่ได้รวมการเข้าซื้อกิจการล่าสุดของ BreadTalk (ด้วยสัดส่วน 50%) และโครงการในสาธารณรัฐโมซัมบิก (ด้วยสัดส่วน 49%) เข้าในประมาณการของเรา
คำแนะนำ
MINT เป็นหุ้นที่เราชื่นชอบที่สุดในกลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากเรามองว่าบริษัทจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มในช่วงไตรมาส 3-4/57 (คาดกำไรหลักจะแตะสถิติสูงสุดในไตรมาส 4/57) โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ หรือโครงการอนันตรา ลายัน ในจังหวัดภูเก็ต จะเปิดตัวในไตรมาส 4/57 ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอัพไซด์ต่อประมาณการกำไร เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยเราได้ปรับเป้าหมายการลงทุนเป็นสิ้นปี 2558 ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 41.50 บาท (จากราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 ที่ 38 บาท) อ้างอิงจากการคิดลด 5% จากมูลค่า DCF (ด้วย WACC 9.7% และ terminal growth rate 2%) ทั้งนี้ MINT ซื้อขายด้วย PER ปี 2557 ที่ถูกที่สุดในกลุ่มเพียง 24.7 เท่า เที่ยบกับ 29.9 เท่าสำหรับ CENTEL และ 73.7 เท่าสำหรับ ERW







