วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยกระดับแรงงาน'โลจิสติกส์'

(รายงาน)ยกระดับแรงงาน "โลจิสติกส์" เสริม "งานจริง" ในหลักสูตรการศึกษา

ปัจจุบัน ระบบโลจิสติกส์ หรือ ระบบขนส่งสินค้า ถือว่ามีบทบาทสำคัญกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจภายในประเทศและระหว่างประเทศ แต่ระบบดังกล่าวในประเทศไทยถือว่ายังไม่เข้มแข็ง เนื่องจากขาด "บุคลากร" ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญในเรื่องนี้อยู่มาก ทำให้เป็นรองในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน อย่างสิงคโปร์ หรือมาเลเซีย จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบให้มีการก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างกระทรวงแรงงาน จึงร่วมกับภาคเอกชน เร่งหามาตรการผลักดันระบบโลจิสติกส์ให้ก้าวไปสู่ระดับแนวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการค้าในภูมิภาคซึ่งจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

นายนคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ระบุว่า ในปี 2558 ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งเรื่องสินค้า การลงทุน ตลอดจนแรงงานที่มีฝีมือจากประเทศต่างๆ ก็จะสามารถเดินทางเข้าออกในประเทศอาเซียนได้อย่างเสรี กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

"ไทยมีค่าจ่ายในเรื่องโลจิสติกส์อยู่ในอันดับที่ 35 ของเอเซียน หากเทียบกับสิงคโปร์ ที่อยู่อันดับ 2 มาเลเซีย อันดับ 29 เวียดนาม อันดับ 53 ดังนั้นเราต้องปรับปรุงเรื่องโลจิสติกส์ให้มาก เพื่อจะได้ส่งเสริมเศรษฐกิจไทย"

นายนคร บอกว่า การพัฒนาโลจิสติกส์ไทยนั้นทำมาตั้งแต่ปี 2549 โดยทำหลักสูตรและมาตรฐานด้านโลจิสติกส์สาขาต่างๆ ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชนหลายหน่วยงาน อาทิ พนักงานควบคุมเครื่องจักร รถยกไฟฟ้า รถยกเครื่องยนต์ พนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า เป็นต้น

ล่าสุดกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับบริษัท เอสซีจี สกิลส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ดำเนินการโครงการ "เพิ่มผลิตภาพแรงงานด้านโลจิสติกส์" ของพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า เพื่อยกระดับแรงงานที่มีคุณภาพเข้าสถานประกอบการขนส่ง และเป็นการพัฒนาความพร้อมสู่การเปิดเสรีด้านโลจิสติกส์ของเออีซี

"เราต้องการฝึกให้บุคลากรด้านโลจิสติกส์มีความเป็นมืออาชีพ มีมาตรฐาน มีทักษะในการให้บริการ และภาษาในการสื่อสาร รวมทั้งสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่อย่างในประเทศเพื่อนบ้าน หรือตลาดที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญควรมีความเป็นสากลในการประกอบอาชีพด้านโลจิสติกส์ในประเทศเพื่อนบ้านได้"

ที่ผ่านมากรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงร่วมกับสมาคมไทยโลจิสติกส์และการผลิต จัดทำร่างมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ด้านโลจิสติกส์ 4 สาขา ได้แก่ นักบริการลูกค้างานโลจิสติกส์ พนักงานบริหารงานโลจิสติกส์ พนักงานจัดซื้อและจัดหา และนักปฏิบัติการขนส่งสินค้าทางถนน เพื่อเป็นการยกระดับทักษะฝีมือและพัฒนา เมื่อจัดทำร่างมาตรฐานฯ เสร็จจะสามารถนำมาบังคับใช้ และนำไปกำหนดกรอบอัตราค่าจ้างตามาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้านโลจิสติกส์ทั้ง 4 สาขาต่อไปได้

ทั้งนี้อยากให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ทราบว่า เมื่อเข้าประชาคมอาเซียนจะต้องมีการปรับปรุงในเรื่องโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (ห่วงโซ่อุปทาน) ให้ทันสมัย โดยคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยในสินค้าคงคลัง รวมถึงรถขนส่งที่จะต้องได้มาตรฐาน เพราะหากลูกค้าต่างชาติมาเห็นผู้ประกอบการไม่มีมาตรฐานก็อาจจะไม่ใช้บริการของประเทศไทยได้

ขณะที่ นายเลอพงษ์ แตงเนียม ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เสริมว่า เรื่องโลจิสติกส์ ในมุมมองของกลุ่มผู้ประกอบการเห็นว่า หาคนทำงานในสาขานี้ยาก ส่วนคนที่จะเข้ามาทำงานก็เห็นว่าไม่มีช่องที่จะก้าวหน้าก็เลยไม่อยากทำ อีกทั้งคนที่จบการศึกษาในสาขาโลจิสติกส์จากสถานศึกษาต่างๆ ก็ไม่สามารถทำงานได้ คือ จบปริญญาตรีพอเข้าไปทำงานในระบบก็ทำงานไม่ได้ เพราะระบบงานไม่เหมือนกับวิชาที่เรียนมา

ที่ผ่านมาเราก็ได้มีการจัดทำประชาพิจารณ์ พูดถึงนักบริหารงานโลจิสติกส์ที่จะมีการจัดทำมาตรฐานซึ่งได้เชิญสถานศึกษามารับฟังด้วย หากถ้าทำมาตรฐานเสร็จเรียบร้อย จึงอยากให้สถานศึกษานำมาตรฐานที่ร่วมกันจัดทำไปกำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาเพื่อที่จะทำให้คนที่จบการศึกษามา สามารถทำงานได้

"ตรงนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ขาดแคลนแรงงานด้านโลจิสติกส์ เพราะเมื่อมีมาตรฐานแล้วก็จะมีช่องทางเข้าไปสู่ระบบ คนที่จะเข้าไปเรียนด้านโลจิสติกส์ก็จะรู้ว่าเรียนสาขานี้แล้วจะไปทำงานอะไร"

นายเลอพงษ์ เห็นว่า หากไม่เตรียมความพร้อมไว้ก่อนเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนก็ยิ่งทำให้คนต่างประเทศที่จบการศึกษาด้านโลจิสติกส์ เข้ามาแย่งงานคนไทยทำ

ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานพยายามตั้งหน่วยงานด้านโลจิสติกส์และส่งเสริมการทำงานด้านนี้ แต่ก็มีเพียงคนที่พอทำงานได้จึงไม่เกิดผลลัพธ์ตามที่ต้องการ แต่ถ้าหากมีการปรับปรุงพัฒนาแรงงานด้านนี้ให้สามารถทำงานได้ตามมาตรฐานแล้วก็เชื่อว่าจะเกิดความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจอย่างแน่นอน