วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดรีมทีมหญิงเหล็ก ในภารกิจเติมเสน่ห์'เคทีซี'

กว่าจะเป็นทีมในวันนี้มีการเขย่ากันมาพอสมควรถ้าเราจับคนที่รู้งาน รักงาน มาอยู่ในงานที่ถูกต้องทุกอย่างจะไปได้สวย

ใครจะไปเชื่อว่าในวันนี้แม้แต่ "บัตรเครดิต" กลับมีสภาพไม่ต่างไปจาก น้ำปลา น้ำตาล พริกไทย ฯลฯ ซึ่งเป็นสินค้าที่ลูกค้ามองไม่เห็นถึงความแตกต่าง (Commodity Product)

แน่นอนว่าจึงกลายเป็นเรื่องที่แสนท้าทาย สำหรับบัตรเครดิต "เคทีซี" ที่จะสร้างความแตกต่าง รวมถึงเป้าหมายการทวงคืนบัลลังก์แชมป์ และก็หนีไม่พ้นว่าภารกิจอันหนักอึ้งนี้ตกไปอยู่ที่ "ทีมการตลาด"

ปัจจุบันบัตรเครดิตเคทีซีมีทีมการตลาดขนาดใหญ่มีจำนวนคนในทีมร่วมร้อยชีวิต และถือว่าเป็นทีมที่ถูกดีไซน์มาอย่างลงตัวเพื่อรับมือกับโจทย์ที่ยากยิ่งขึ้น

ทว่าจุดที่น่าสนใจอยู่ตรงที่ผู้นำในแต่ละสายงานรวมทั้งสิ้น 5 คน ล้วนแล้วแต่เป็น "ผู้หญิง"

ไล่เรียงจากเบอร์หนึ่งก็คือ พิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร , ประณยา นิถานานนท์ ผู้อำนวยการ ,ปริม ปัญญาเสรีพร ผู้อำนวยการ สายงานการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ ,เจนจิต ลัดพลี ผู้อำนวยการ สายงานการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ และสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจบัตรเครดิต "เคทีซี"หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

พิทยา วรปัญญาสกุล ในฐานะแม่ทัพใหญ่กล่าวว่า กุญแจความสำเร็จคงไม่ได้อยู่ที่ความเป็นเพศ "หญิง" หรือ "ชาย" แต่ควรต้องคำนึงถึงเรื่อง Put the Right Man to the Right Job

"กว่าจะมาเป็นทีมในวันนี้ก็มีการเขย่ากันมาพอสมควร โดยเราจัดทีมด้วยการแบ่งหน้าที่ไปตามความเหมาะสมของคนแต่ละคน เพราะมองว่าถ้าจับคนที่รู้งานและรักงาน มาอยู่ในงานที่ถูกต้องจริง งานก็จะไปได้สวย"

นอกจากนั้นทีมการตลาดของเคทีซีจะให้ความสำคัญกับคนที่มีความกระตือรือร้นมุ่งมั่น มีมนุษย์สัมพันธ์และทำงานอย่างมีชีวิตชีวา เรียกได้ว่าไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีความคิดว่า เช้าตื่นขึ้นมาทำงานเย็นเก็บกระเป๋ากลับบ้าน

อีกยังพิทยายังออกกฎเพิ่มขึ้นมาอีกข้อเพื่อให้คนในทีมรับทราบและปฏิบัติ ก็คือ "ห้ามแก่" ซึ่งที่ปรากฏชัดต่อสายตา "กรุงเทพธุรกิจ" ก็คือ ความสาว ความสวย ความทันสมัยเปรี้ยวแซ่บชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร

"หลักในการมองหาคนเข้าร่วมทีมของเรา ก็คือ เราจะไม่มองหาคนในอุตสาหกรรม แต่ต้องเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ มีความคิดสร้างสรรค์"

ซึ่งพวกเธอก็ล้วนเรียนจบทางสายศิลป์ไม่ได้เรียนด้านการเงินหรือไฟแนนซ์ และไม่เคยผ่านงานเป็นแบงเกอร์มาแต่อย่างไร และถ้าหากมองแบบเผินๆ จากเสื้อผ้าหน้าผมแล้ว หลายคนอาจนึกเดาเอาว่าชีวิตการทำงานของพวกเธอจะเต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งความสนุกสนาน ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดถนัด เพราะในความเป็นจริงแล้ว วันทั้งวันของนักการตลาดกลับต้องยุ่งกับเรื่องหนักๆ อย่างเช่น ตัวเลข และการวิเคราะห์ข้อมูล

พวกเธอยอมรับว่าในช่วงแรกๆ การให้คนที่ไม่เคยเรียนคำนวนต้องมาทำความเข้าใจกับตัวเลข คงเปรียบได้กับการเข็นครกขึ้นภูเขา แต่อาศัยเรียนรู้ไปทำการทำงาน หรือ On the Job Training เรื่องนี้เลยไม่เป็นอุปสรรคใหญ่ที่ต้องยอมแพ้

"นักการตลาดต้องจริงจังกับการทำงาน ต้องชอบและไม่หยุดที่จะเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีเพราะเราคงไม่สามารถจะแข่งขันได้หากไม่มีมัน อีกทั้งเรายังต้องคิดหาโปรแกรมการตลาดใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา" พิทยากล่าว

ถามว่า เพื่อก้าวสู่การเป็นนักการตลาดที่เก่งพร้อมต่อการแข่งขันทั้งวันนี้และวันข้างหน้า มีคุณสมบัติใดต้องเติมเต็ม?

ประณยา นิถานานนท์ ซึ่งดูแลหมวดร้านอาหาร บันเทิง สุขภาพและความงาม บอกว่า สิ่งที่ต้องเติมอยู่ตลอดก็คือความรู้จริงในธุรกิจ เพราะธุรกิจเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน นักการตลาดต้องมีทักษะในเรื่องของการเจรจาต่อรอง และเก่งในการวิเคราะห์ข้อมูลและมองตลาดอย่างทะลุปรุโปร่ง ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจความงามที่ตัวเธอเองต้องรู้ว่ามีอยู่ด้วยกันกี่ประเภท และต้องมองเห็นถึงสัญญาน รุ่ง หรือ ร่วงของธุรกิจแต่ละราย

"เราต้องดมกลิ่นให้ได้ ตรงนี้สำคัญ เพราะถ้าเราไปดิวทำโปรโมชั่นกับร้านๆ ไหน ก็ควรรู้ว่าเขาจะทำธุรกิจได้ยาวหรือไม่ ไม่ใช่ร่วมทำโปรโมชั่นกันแค่แป๊บเดียวเขาปิดร้านหนีไปแล้ว อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เราต้องคิดหาทางทำทุกอย่างให้ดีกว่าเดิม"

เจนจิต ลัดพลี ซึ่งดูแลสายงานการท่องเที่ยวและสันทนาการ (สายการบิน,บริษัททัวร์,ออนไลน์) ให้ความสำคัญกับเรื่องของ Ownership

"จุดสำคัญก็คือ เราต้องไม่หยุดอยู่กับที่ อย่ามัวแต่หลงดีใจกับจุดที่เคยยืนอยู่ เคทีซีนั้นเคยเป็นที่หนึ่งแต่วันนี้เราเป็นที่หก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เราท้อแท้ เราต้องผลักดันตัวเองโดยต้องคิดแบบเถ้าแก่ เพราะเวลาเราจะทำอะไรก็ต้องคิดเสมอว่ามันเป็นเงินที่มาจากกระเป๋าของเราเอง"

ปริม ปัญญาเสรีพร ซึ่งดูแลสายงานการท่องเที่ยวและสันทนาการ (โรงแรม) มีความเห็นที่สอดคล้องว่า นักการตลาดต้องมีมุมมองของความเป็น เจ้าของ หรือ Ownership เพราะจะทำให้การทำงานมีความระมัดระวังมากกว่าความรู้สึกเป็นเพียงพนักงาน

"ถ้าเรารู้สึกเป็นเจ้าของ เมื่อจะทำอะไรสักอย่างจะทำให้เราต้องดูว่าเราทำดีที่สุดแล้วหรือยัง จะมองถึงในระยะยาวว่าถ้าเราทำแบบนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นแม้ดีในเวลานี้แต่อนาคตข้างหน้าจะดีหรือไม่ หรือเราต้องเลือกทำในแนวทางอื่น มันจะมีมุมมองอีกมากมายที่สอดแทรกเข้ามาให้เราต้องคำนึงถึง คือไม่ได้สักแต่ว่าทำงานให้ทำเสร็จ ให้บรรลุเป้าหมายก็จบ"

สิรีรัตน์ คอวนิช ซึ่งดูแลโครงการ Loyalty Program บอกว่า พื้นฐานหลักในการทำการตลาดก็คือ ต้องสร้างเรื่องราวที่เป็นที่ยอมรับได้ในความรู้สึกของตัวผู้สร้างเองให้ได้เสียก่อน

"ต้องถอยกลับมาถามตัวเองทุกครั้งว่าทำแคมเปญที่คิดตัวเองชอบและสนใจหรือเปล่า หรือถ้าเราไปมองของคู่แข่งแล้วเห็นว่าของเขาดีกว่าตั้งเยอะ เราต้องยิงตัวเองหรือรีบฆ่าตัวตายไปก่อนแล้วรีบขึ้นมาใหม่ แม้ว่าบางครั้งแคมเปญของที่คิดอาจจะไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่เราต้องหาทางคลุกเคล้าวิธีคิด วิธีพูด และไอเดีย ให้มันพอดี"

ขณะที่พิทยา มองว่าด้วยการแข่งขันที่รุนแรง เรื่องของนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ น่าจะทวีความสำคัญมากยิ่งๆ ขึ้น

"วันนี้บริษัทแข็งแรงขึ้น เราไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินอีกแล้ว เรามีงบการทำการตลาด คำถามก็คือ เราจะใช้มันอย่างไรเพื่อทำให้แบรนด์ และโปรแกรมการตลาดของเรามีคุณค่าที่แตกต่างไป คือโจทย์ที่ท้าทายของทีมการตลาด"

และยังมองถึงความสำคัญของการสร้างสัมพันธภาพระยะยาวกับพันธมิตรรอบด้าน หรือ Total Business Relationship

"อะไรที่เราทำร่วมกับพาร์ทเนอร์จะไม่ทำเพียงเพื่อวันนี้วันเดียวแต่มองไปถึงวันข้างหน้า เราจะทำให้ความสัมพันธ์มีความแข็งแรง และต่อยอดให้มากยิ่งขึ้น เช่นการจูงมือพาร์ทเนอร์แต่ละธุรกิจให้มาทำความรู้จักกัน ทิศทางแบบนี้ทำให้คนในทีมเรายิ่งต้องทำงานร่วมกัน และเป็นเพราะพวกเราในทีมรู้จักกันมานาน และมีน้ำใจที่พร้อมจะช่วยเหลือกันละกัน คือไม่ปล่อยให้ใครในทีมต้องเจอกับความยากลำบากเพียงลำพัง"

ซึ่งเธอมีความมั่นใจว่า ทีมการตลาดของเคทีซีในวันนี้ค่อนข้างที่จะลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรู้ ประสบการณ์ อายุ เพศ ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ

"วันนี้ทีมของเราเป็นทีมที่ใหญ่มาก แต่สิ่งสำคัญก็คือ จะทำอย่างไรให้ทีมมีความเข้มแข็ง ซึ่งในระดับหัวหน้าทีคงไม่ต้องห่วงแล้ว ไม่ต้องไปอุ้ม ต่างคนต่างวิ่ง แต่ที่ต้องทำก็คือสร้างเจนเนอเรชั่นถัดไป ซึ่งถ้าทำให้พวกน้องๆ เก่งได้ทุกๆ คน ทุกอย่างก็จะไปได้เร็ว"

------------

ภาพ (เรียงจากซ้ายไปขวา) ---สิรีรัตน์ คอวนิช, ปริม ปัญญาเสรีพร , พิทยา วรปัญญาสกุล ,เจนจิต ลัดพลี ,ประณยา นิถานานนท์