กำไรหลักไตรมาส 2/57 เป็นไปตามคาด แนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาสหน้า
กำไรหลักเป็นไปตามประมาณการของเรา
IVL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/57 ที่ 1,483 ล้านบาท สูงขึ้น 592% YoY และ 302% QoQ ถ้าหากไม่นับรวมกำไรจากการเข้าซื้อกิจการบริษัท PHP Fibers และบริษัท Artenius TurkPet จำนวน 1,670 ล้านบาท, การด้อยค่าของโรงงานในเมืองออตตานาและเวิร์คคิงตันที่ 1,267 ล้านบาท, กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 174 ล้านบาท และขาดทุนจากสินค้าคงคลังที่ 127 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 2/57 จะอยู่ที่ 1,033 ล้านบาท ลดลง 3% YoY และ 15% QoQ กำไรสุทธิสูงกว่าประมาณการของเราและของตลาด เนื่องจากกำไรพิเศษสูงกว่าคาด แต่กำไรหลักเป็นไปตามประมาณการของเรา (แต่ต่ำกว่าประมาณการตลาด 21%)
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
กำไรหลักปรับตัวลดลง จากปัจจัยดังต่อไปนี้ 1) ส่วนต่างราคารวมปรับตัวลดลง EBITDA หลักต่อตัน อ่อนตัวลง 1% YoY และ 3% QoQ เป็น 99 เหรียญต่อตัน (รูปภาพที่ 2) และ 2) สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริการต่อยอดขายสูงขึ้นเป็น 6.6% จาก 4.3% ในไตรมาส 2/56 และ 5.1% ในไตรมาส 1/57
อย่างไรก็ตามปริมาณขายที่เพิ่มสูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 10% YoY และ 5% QoQ เป็น 1.6 ล้านตัน) และขาดทุนลดลง QoQ จากบริษัทร่วม (Polyprima) ช่วยลดผลกระทบจากส่วนต่างราคารวมที่อ่อนตัวลง
แนวโน้ม
กำไรหลักของ IVL คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น YoY และ QoQ ในไตรมาส 3/57 หนุนโดยส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สูงขึ้นกอปรกับปริมาณขายจากโรงงานใหม่ในประเทศอินโดนีเซียและผลประกอบการจากกิจการที่พึ่งเข้าซื้อปรับตัวสูงขึ้น เราคาดปริมาณขายจะสูงขึ้น 13% YoY และ 11% QoQ เป็น 1.7 ล้านตัน ส่วนต่างราคา PET และเส้นใยโพลีเอสเตอร์คาดจะคงที่ QoQ (และสูงขึ้น YoY) ในไตรมาส 3/57 แต่คาดส่วนต่างราคา MEG จะสูงขึ้น QoQ เนื่องจากอุปทานตึงตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดซ่อมบำรุงโรงงานของบริษัท Sabic (ซึ่งจะลดกำลังการผลิต MEG ในตลาดลง 500kt หรือเท่ากับ 2% ของกำลังการผลิต MEG โลก) พร้อมกันนี้ ส่วนต่างราคา PTA (เอเชีย) จะขยายตัว QoQ หนุนโดยต้นทุนวัตถุดิบ PX ที่ลดลงและการปรับลดปริมาณผลผลิตในอุตสาหกรรม
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
แม้กำไรหลักในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 จะคิดเป็นเพียง 44% ของประมาณการกำไรหลักปี 2557 ของเราที่ 5,138 ล้านบาท แต่เรายังคงประมาณการของเราไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากเราคาดกำไรหลักจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น HoH ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ พร้อมกันนี้ยังมีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการปี 2557 ของเราจากการเข้าซื้อกิจการใหม่
คำแนะนำ
ด้วยความหวังที่ว่ากำไรหลักจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ หนุนโดยการดำเนินงานเข้าสู่สภาวะปกติ, โรงงานผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ใหม่ในประเทศอินโดนีเซียเริ่มดำเนินการผลิต, ผลประกอบการจากบริษัทที่พึ่งเข้าซื้อกิจการ และส่วนต่างราคาที่เพิ่มสูงขึ้น เราเชื่อว่าจะหนุนราคาหุ้นให้ปรับตัวสูงขึ้น
ส่วนการเข้าซื้อกิจการเพิ่มจะหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น IVL ซื้อขายกันด้วย PER ปี 2557 ที่ 25เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 34.4เท่า
มีแนวโน้มอัพไซด์ต่อกำไรจากการเข้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง
ผู้บริหารจะผลักดันการเติบโตด้วยการเข้าซื้อกิจการ บริษัทกำลังพิจารณาเข้าซื้อโรงงาน PET ซึ่งมีกำลังการผลิต 200kta (ในประเทศเกิดใหม่) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เราได้ทำการวิเคราะห์โดยตั้งสมมติฐานว่า IVL จะซื้อกิจการดังกล่าวสำเร็จในไตรมาส 3/57 และจะเริ่มรับรู้ผลประโยชน์ในไตรมาส 4/57 โดยจะเพิ่มกำไรสุทธิ 1% ให้กับบริษัทในปี 2557 และ 2.6% ในปี 2558 จากประมาณการกำไรปัจจุบัน






