บางจากเตรียมขยายลงทุนธุรกิจปิโตรเคมี ในประเทศเพื่อนบ้าน หลังซื้อหุ้น"นิโด้" สำรวจและผลิตปิโตรเลียม
บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขยายการลงทุนตามกลยุทธ์กระจายการลงทุนและลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจโรงกลั่น เตรียมแผนลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ล่าสุดที่บางจากให้ความสนใจ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทบางจากปิโตรเลียม ซื้อหุ้นบริษัทนิโด้ ปิโตรเลียม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ประเทศออสเตรเลีย ดำเนินธุรกิจด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งถือเป็นการขยายลงทุนต่างประเทศครั้งแรก และซื้อหุ้นบริษัท บีซีพีไบโอเอทานอล จำกัด จากบริษัทสีมาอินเตอร์โปรดักส์ จำกัด ในสัดส่วน 85% ของทุนจดทะเบียน มูลค่า 765 ล้านบาท
บางจากเริ่มขยายธุรกิจมากขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทั้งธุรกิจค้าปลีกน้ำมันโดยมีสถานีบริการภาคใต้เครื่องหมายการค้าบางจากกว่า 1,000 แห่งและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่เปิดเฟส 3 เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น
นายวิเชียร อุษณาโชติ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบางจาก มีแผนจะเข้าไปทำธุรกิจด้านปิโตรเคมีด้วย เพื่อให้บางจากเป็นบริษัทที่มีธุรกิจด้านพลังงานอย่างครบวงจรอย่างแท้จริง โดยเบื้องต้นกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก
สำหรับการซื้อหุ้นของบริษัท นิโด้ ปิโตรเลียม จำกัด ถือเป็นการลงทุนตามแผนเดิมที่วางไว้นานแล้ว เพื่อให้ไปเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าบริษัทควรจะต้อง มีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อม (อีบิทด้า) 2.5 หมื่นล้านบาท ในปี 2563 หรือ อีก 7 ปีข้างหน้า โดยมาจากธุรกิจใหม่ 50% และมาจากธุรกิจด้านพลังงานทดแทนต่างๆ อีก 50%
ปัจจุบันบางจาก ซื้อหุ้นบริษัท นิโด้ฯ คิดเป็นสัดส่วน 19.66% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 670 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าในปี 2557 นี้ บางจากมีแผนจะทยอยเข้าซื้อหุ้นให้ได้ทั้งหมด 100% คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 3,620 ล้านบาท
มีแผนขยายลงทุนเพิ่ม6-7หมื่นล้าน
ขณะนี้บางจากมีอีบิทด้ารวมแล้วกว่า 3 พันล้านบาท และยังขาดอีกกว่า 9 พันล้านบาทจึงจะเข้าสู่เป้าหมาย ดังนั้นบางจากเตรียมจะขยายการเติบโตทางธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ทั้งด้านไฟฟ้า พลังงานทดแทนและสำรวจและผลิตปิโตรเลียมให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนอีกประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท
“กรณีการเข้าซื้อกิจการในบริษัทนิโด้ ที่ดำเนินธุรกิจด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งได้รับสัมปทานขุดเจาะแหล่งปิโตรเลียมในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย นั้นมีความน่าสนใจเพราะสามารถที่จะรับรู้รายได้ได้ทันทีเนื่องจากมีแหล่งสัมปทานที่มีการผลิตน้ำมันดิบอยู่ก่อนแล้ว คือแหล่งสัมปทาน Galoc ที่ฟิลิปปินส์ และยังมีแหล่ง West Linapacan ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ในขณะที่ขนาดการลงทุนก็ไม่สูงมากนัก ไม่เป็นที่จับตามองของบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรายใหญ่ๆ แต่บางจากสนใจ ทั้งนี้หากพื้นที่สัมปทานที่บริษัทมีอยู่สำรวจพบปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นอีก ก็จะยิ่งสร้างมูลค่าให้กับการลงทุนครั้งนี้ “ นายวิเชียร กล่าว
เล็งซื้อหุ้นกิจการสำรวจ-ผลิตเพิ่ม
สำหรับในปี 2558 บางจากยังมีแผนที่จะเข้าไปซื้อหุ้นในกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้บางจากมีธุรกิจด้านพลังงานครบวงจรมากขึ้นแล้ว ธุรกิจด้านสำรวจและผลิตปิโตรเลียมยังสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทประมาณ 20-30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในส่วนของธุรกิจไบโอดีเซล ในปี 2558 บางจากจะมีโรงงานผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1 โรง จากโรงงานเดิมที่มีกำลังการผลิต 3.6 แสนลิตรต่อวัน และเมื่อรวมกับโรงงานใหม่ที่มีกำลังการผลิตอีก 4.5 แสนลิตรต่อวัน จะทำให้บางจากมีกำลังการผลิตไบโอดีเซลรวม 8.1 แสนลิตรต่อวัน ซึ่งคาดว่าโรงงานใหม่ดังกล่าวจะสร้างเสร็จในปี 2559 นี้ และช่วยลดต้นทุนในธุรกิจน้ำมันให้บางจากได้มากขึ้นในอนาคต
พร้อมซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพทำเอทานอล
นายวิเชียร กล่าวอีกว่าบางจาก มีความพร้อมรับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพจากภาครัฐมาทำเอทานอล โดยอยู่ระหว่างศึกษาว่าสัดส่วนแป้งมันที่ได้จากข้าวมีความคุ้มค่าต่อการผลิตเอทานอลหรือไม่
ทั้งนี้อยากให้ภาครัฐมีนโยบายยกเลิกการใช้น้ำมันเบนซิน 95 และส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์แทน เพราะปัจจุบันรถทุกยี่ห้อสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 ได้หมดแล้ว เพื่อให้เกิดการใช้เอทานอลมากขึ้น
นักวิเคราะห์ชี้เป็นยุทธศาสตร์บางจาก
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่าการเข้าซื้อหุ้นบริษัท บีซีพีไบโอเอทานอล ซึ่งมีกำลังผลิต 1.5 แสนลิตรต่อวัน
การเข้าลงทุนดังกล่าวถือเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ของบางจาก ที่ต้องการที่จะกระจายการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจเอทานอลที่ถือเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับบางจาก
ด้านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าการเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัทนิโด้ถือเป็นเพียงการลงทุนขนาดย่อม ถือเป็นก้าวแรกของบางจากในการลงทุนต่างประเทศและการเข้าซื้อกิจการ
เป้าหมายของบางจากคือ ขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจต้นน้ำ เพื่อกระจายพอร์ตการลงทุนสู่ตลาดต่างประเทศ และเป็นแหล่งรายได้เพิ่มเติม
ราคาหุ้น BCP ปิดตลาดวานนี้ (8 ส.ค.) ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 29.00 บาท มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 103.4 ล้านบาท






