ปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย
ประเด็นการลงทุน
เราปรับลดคำแนะนำหุ้น BEC จาก ถือ เป็น ขาย เนื่องจากเราคำนวณมูลค่าส่วนผู้ถือหุ้นสุทธิที่ลดลงจากแพล็ตฟอร์มของทีวีดิจิตัลเข้าไปในประมาณการ ส่งผลให้เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ลงอีก 10% (เหลือ 4.25 พันล้านบาท) เพื่อสะท้อนผลขาดทุนสุทธิจากธุรกิจทีวีดิจิตัลในช่วง 8 เดือนของปี 2557 และปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลงอีก 21% (เหลือ 3.95 พันล้านบาท) เพื่อสะท้อนผลขาดทุนสุทธิของธุรกิจทีวีดิจิตัลที่ต่อเนื่องไปยังปี 2558 และการปรับลดอัตราค่าโฆษณาของช่องทีวีอนาล็อก ราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ปรับลดลง 17% มาอยู่ที่ 40 บาท ปัจจัยเสี่ยงสำคัญได้แก่ กำไรสุทธิที่มีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 จนถึงปี 2558 และอัตราค่าโฆษณาช่องทีวีอนาล็อกที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง
ส่องกล้องไตรมาส 2/57 - กำไรลดลงทั้ง YoY และ QoQ
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/57 ที่ 1.13 พันล้านบาท ลดลง 21% YoY และ 2% QoQ กำไรสุทธิที่ลดลงเนื่องมาจากรายได้โฆษณาที่ลดลง (เนื่องจากภาวะการบริโภคในประเทศที่ยังคงชะลอตัว) และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากใบอนุญาตทีวีดิจิตัล เราคาดค่าตัดจำหน่ายค่าประมูลคลื่นความถี่สำหรับใบอนุญาตทีวีดิจิตัลทั้ง 3 ใบอนุญาตที่ 77 ล้านบาทในไตรมาส 2/57 (ซึ่งคาดว่าจะเริ่มตัดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. 2557) BEC จ่ายเงินค่าใบอนุญาตสำหรับทั้งสามใบอนุญาตรวมกันที่ 6.47 พันล้านบาท ได้แก่ ใบอนุญาตช่องเด็กจำนวน 666 ล้านบาท ใบอนุญาตสำหรับช่องวาไรตี้แบบทั่วไป (เอสดี) จำนวน 2.27 พันล้านบาท และใบอนุญาตสำหรับช่องวาไรตี้แบบความละเอียดสูง (เอชดี) จำนวน 3.53 พันล้านบาท เราไม่คิดว่ามีการใช้งบโฆษณาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใดในไตรมาส 2/57 จากการแข่งขันฟุตบอลโลกในช่วงที่ผ่านมา
เราคาดรายได้โฆษณาในไตรมาส 2/57 ที่ 3.72 พันล้านบาท ลดลง 1% YoY (แต่เพิ่มขึ้น 6% QoQ) ซึ่งยังคงได้รับผลกระทบจากการตัดงบโฆษณาต่อเนื่องของลูกค้ารายเล็กและกลาง (ซึ่งประมาณการของเราถือว่าใกล้เคียงกับนีลเส็นที่คาดว่างบโฆษณาของ BEC ในไตรมาส 2/57 มีแนวโน้มทรงตัว YoY และเพิ่มขึ้น 5% QoQ) ตัวเลขของนีลเส็นในไตรมาส 2/57 แสดงให้เห็นว่า BEC เป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวที่รายได้โฆษณาทรงตัว (ในขณะที่รายได้โฆษณาของผู้ประกอบการรายอื่นปรับตัวลดลง YoY) เราคาดรายได้จากคอนเสิร์ตและการแสดง (มีเพียงคอนเสิร์ตเดียว ได้แก่ Yoshiki Classical Live in BKK ในไตรมาส 2/57) มีแนวโน้มลดลง 68% YoY และ 31% QoQ เนื่องจากการเลื่อนกิจกรรมการแสดงออกไปจากความไม่สงบทางการเมือง เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 47.5% ในไตรมาส 2/57 ลดลงจาก 53.9% ในไตรมาส 2/56 และ 50% ในไตรมาส 1/57
แพล็ตฟอร์มธุรกิจทีวีดิจิตัลรวมเข้ามาในประมาณการ - มูลค่าส่วนผู้ถือหุ้นสุทธิลดลง 8 บาทต่อหุ้น
เราคาดว่าต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทีวีดิจิตัล (ได้แก่ ค่าคอนเท้นต์และค่าใช้จ่ายในการผลิตรายการ) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เนื่องจาก BEC จะเริ่มเข้าสู่เฟสที่สองของการออกอากาศทีวีดิจิตัล โดยจะเพิ่มเวลาออกอากาศเป็น 16-18 ชั่วโมงต่อวันในไตรมาส 3/57 และจะเข้าสู่เฟสที่สามโดยจะเพิ่มเวลาออกอากาศเป็น 24 ชั่วโมงต่อวันในไตรมาส 4/57 แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราคาดรายได้โฆษณาจากช่องทีวีดิจิตัลเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เนื่องจากผังรายการทีวีดิจิตัลที่ยังคงอ่อนแอ รวมถึงการที่นีลเส็นยังคงไม่มีเรตติ้งของรายการในช่องทีวีดิจิตัล (ซึ่งเราคาดว่าน่าจะเริ่มเห็นเรตติ้งรายการในช่วงครึ่งแรกของปี 2558) ส่งผลให้เราคาดว่ากำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 มีแนวโน้มลดลงทั้ง HoH และ YoY
เราประมาณการผลขาดทุนสุทธิรวมกันสำหรับช่องทีวีดิจิตัลทั้ง 3 ช่องไว้ที่ขาดทุนสุทธิจำนวน 498 ล้านบาท ในช่วง 8 เดือนของปี 2557 และขาดทุนสุทธิจำนวน 418 ล้านบาทสำหรับในปี 2558 ก่อนที่จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจำนวน 408 ล้านบาทในปี 2559 เราคาดว่าแพล็ตฟอร์มทีวีดิจิตัลจะส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นสุทธิลดลง 8 บาทต่อหุ้น โดยแบ่งเป็นมูลค่าที่ลดลงจากช่องทีวีอนาล็อกคิดเป็น 24 บาทต่อหุ้นซึ่งเป็นผลจากอัตราค่าโฆษณาช่องทีวีอนาล็อกที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งกลบผลกระทบจากมูลค่าเพิ่มจากช่องทีวีดิจิตัลทั้ง 3 ช่องรวมกันคิดเป็น 16 บาทต่อหุ้น (เราประเมินมูลค่าเพิ่มของช่องวาไรตี้แบบเอชดีเท่ากับ 7 บาทต่อหุ้น มูลค่าเพิ่มของช่องวาไรตี้แบบเอสดีเท่ากับ 8 บาทต่อหุ้น และมูลค่าเพิ่มของช่องเด็กเท่ากับ 1 บาทต่อหุ้น)





