เปิดวิสัยทัศน์ "ไชย ไชยวรรณ"ลั่นภารกิจหลักจากนี้ไป คือการนำพาไทยประกันชีวิต ให้ครองใจลูกค้าอาเซียน
นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้เปิดให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี เหตุผลหลักที่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ เนื่องจากได้ใช้เวลาไปกับการปรับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ในการดำเนินธุรกิจใหม่ เพื่อให้ไทยประกันชีวิตก้าวสู่การเป็น People Business คือ ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับบริษัท รวมถึงผู้ถือหุ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
วิสัยทัศน์ใหม่ จะมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับคนเป็นหลัก โดยให้ความสำคัญทั้งคนในองค์กรเป็นหลัก ด้วยการพัฒนาและผลักดันให้บุคลากรเป็นมากว่าพนักงานบริษัทประกันชีวิต ซึ่งต้องคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก รวมถึงให้ความสำคัญกับการทำความดี ด้วยการส่งเสริมให้บุคลากรมุ่งทำประโยชน์เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บุคลากรฝ่ายขาย ต้องไม่เป็นเพียงแค่ตัวแทนประกันชีวิต แต่ต้องพัฒนาจากการเป็น Life Planner คือผู้วางแผนดูแลชีวิต สู่การเป็น Life Partner เสมือนเป็นคู่ชีวิตเป็นเพื่อนคู่คิดในทุกสถานการณ์ เป็นผู้รอบรู้และรู้รอบ เพื่อเป็นคำตอบของการประกันชีวิต
เขาบอกว่าโรดแมพของไทยประกันชีวิต นับจากนี้ จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ในการเป็น People Business ด้วยการกำหนด Business Strategy ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การรีแบรนด์ดิ้งเท่านั้น โดยได้ให้ความสำคัญกับการบริหาร ในด้านต่างๆ ประกอบด้วย 1. สร้างความยั่งยืนให้กับช่องทางการขายหลัก คือ ตัวแทน เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการบริการที่ดีขึ้น ต้องการทราบและเข้าใจผลิตภัณฑ์มากขึ้น เพื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นได้ เพราะแบบประกันชีวิตในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ตัวแทนมีอายุมากขึ้น จึงต้องกระตุ้นให้ตัวแทนขายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา 2.พัฒนาคุณค่า ในช่องทางการขายที่หลากหลาย โดยเฉพาะช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ ที่มีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ โดยต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และผสมผสานผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่พึงพอใจของลูกค้าแบงก์
3.พัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถแข่งขัน ท่ามกลางภาวะที่รุนแรงในปัจจุบัน โดยจะทบทวนผลิตภัณฑ์ใหม่ แบบประกันที่ไม่ตรงใจลูกค้าต้องเปลี่ยน รวมทั้งเงื่อนไขของแบบประกันต่างๆ ต้องมีการปรับปรุงให้มีความทันสมัย 4.ให้ความสำคัญกับการทำกำไรได้อย่างยั่งยืน และนำกำไรคืนสู่สังคม และเงินสำรองประกันชีวิตเป็นไปตามที่ทางการกำหนด 5.ให้ความสำคัญกับการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงแบบมืออาชีพ การลงทุนต้องอยู่บนพื้นฐานสมเหตุสมผล ประการสุดท้าย คือ 6.การสร้างให้ไทยประกันชีวิตเป็น Regional Iconic Brand เพราะการแข่งขันในทุกวันนี้ ไม่ได้แข่งขันกันในประเทศไทยเท่านั้น เรากำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC การเตรียมความพร้อมในเรื่องของแบรนด์ เป็นสิ่งสำคัญ ณ วันนี้ ได้ปรับปรุงแบรนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังได้ เมจิ ยาซึดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์ มาเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่มีความชำนาญผลิตภัณฑ์ประเภทบำนาญ
ส่วนเป้าหมายของไทยประกันชีวิต ณ วันนี้เขาย้ำว่า "เป้าหมายของไทยประกันชีวิต คือ การเป็นบริษัทประกันชีวิตที่อยู่ในใจของลูกค้าคนไทย และลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน เพราะในอนาคตอันใกล้เราจะเข้าสู่ เออีซี การที่จะได้รับการจดจำเช่นนั้นได้ นั่นหมายความว่า ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้เอาประกัน หรือไม่ก็ตาม ทุกคนจะต้องจดจำไทยประกันชีวิต ในฐานะส่วนหนึ่งของสังคม และอยู่ได้อย่างยั่งยืน นั่นคือการบรรลุเป้าหมายในการเป็น Regional Iconic Brand"
การก้าวเดินของไทยประกันไปสู่สังคม เออีซี นั้น จะค่อยๆ ศึกษาทั้งตัวบทกฎหมายของประเทศนั้นควบคู่ไปกับพฤติกรรมของคนในประเทศนั้น รวมถึงต้องวิเคราะห์เรื่องการลงทุน เศรษฐกิจ อีกด้วย หากตลาดประเทศเพื่อนบ้านเปิด ไทยประกันชีวิต พร้อมที่จะเข้าไปอยู่ตรงจุดนั้น เพราะการศึกษาเบื้องต้นพบว่า บางประเทศต้องการเงินทุน ต้องการบริษัทร่วมทุน เพราะในขณะนี้จึงให้น้ำหนักกับการรุกตลาดในประเทศไทยเป็นหลัก เพราะยังมีโอกาสขยายฐานลูกค้าได้อีกจำนวนมาก ซึ่งต้องหาตลาดให้กับคนที่ยังไม่ซื้อประกันให้มาซื้อประกันให้ได้ นั่นคือโจทย์ที่ต้องดำเนินการ
สำหรับปีนี้ ยอมรับว่า เบี้ยประกันไม่น่าจะเติบโตได้ เพราะการวางรากฐานต้องใช้ระยะเวลากว่าจะสะท้อนผลออกมา ไทยประกันชีวิตได้วางรากฐานก็เพื่อรองรับอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงไปกับการแข่งขันที่สูงขึ้น เราต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ได้ ต้องเข้าใจตลาด สภาพตลาดไม่ตามกระแส แต่ต้องรู้เท่าทันกระแส และเหตุผลหลักที่เบี้ยเราไม่โตปีนี้เพราะไม่ได้ออกแบบประกันที่ชำระเบี้ยประกันครั้งเดียว หรือ ซิงเกิ้ลพรีเมียม แต่เมื่อแยกตามสายผลิตภัณฑ์แล้ว โดยรวมมีการเติบโต รวมถึงเมื่อแยกตามช่องทางการขายก็เติบโตทุกช่องทางเช่นกัน ซึ่งตลาดหลักของไทยประกันชีวิต ยังอยู่ต่างจังหวัด เมื่อเศรษฐกิจมีปัญหา ย่อมส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อแน่นอนอยู่แล้ว แต่เมื่อเกษตรกร ชาวนา ได้รับเงินค่าจำนำข้าว กำลังซื้อก็เริ่มที่จะกลับคืนมาบ้างแล้ว แต่ในเมื่อเราเห็นว่าตลาดในประเทศไทยเป็นตลาดที่ใหญ่มากซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยประกันชีวิตกำลังจะเดินเข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาดนี้ให้ได้






