วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"สมาร์ท อิงลิช"สูตรลับพิชิตธุรกิจแฟรนไชส์

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำธุรกิจแฟรนไชส์ให้ประสบความสำเร็จติดตามโมเดล'สมาร์ท อิงลิช'กับแผนเติบใหญ่ในวิถีแฟรนไชส์

สถาบันสอนภาษาอังกฤษ บริหารโดยคนไทย เน้นครูคนไทย เจาะกลุ่มเด็กเล็กตั้งแต่อนุบาล 3 ถึงมัธยมต้น (6-13 ขวบ) ไม่ได้สอนให้เก่งเพื่อสอบได้คะแนนดี แต่เป้าหมายคือให้ “รักในภาษาอังกฤษ”

นี่คือจุดยืนที่ไม่เคยเปลี่ยนตลอด 18 ปี ของแฟรนไชส์สถาบันสอนภาษา “สมาร์ท อิงลิช” ที่มีอยู่เกือบ 140 สาขา ทั่วประเทศ มีจำนวนนักเรียนรวมกันกว่า 50,000 ราย ในปัจจุบัน

“สมาร์ท อิงลิช เป็นเหมือนม้า เราใส่ที่ครอบแล้วเดินหน้าอย่างเดียว ไม่มองซ้าย ไม่มองขวา”

“อาทิตย์ คงนคร” ประธานบริหารกลุ่ม สมาร์ท อิงลิช บอกคมคิดตลอดการทำธุรกิจ ที่แม้ตลาดเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน แต่ “จุดยืน” ต้องไม่แปรเปลี่ยน โดยยังคงทำธุรกิจอย่างระมัดระวัง ใส่ใจทุกกระบวนการ และไม่ไหวไปตามกระแส

พวกเขา คือ หนึ่งในเอสเอ็มอีไทยยุคปลุกปั้น “ธุรกิจแฟรนไชส์” ที่ได้เข้าอบรมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ เพื่อขยับจากรูปแบบธุรกิจที่ทำโดยคนๆ เดียว มาสู่ระบบแฟรนไชส์ ซึ่งยังเป็นของใหม่สำหรับบ้านเราในวันนั้น โดยเริ่มจาก “ศูนย์” มุ่งมั่นเรียนหนังสือ ขยันเข้าอบรม เดินทางไปเรียนรู้ต้นแบบในต่างประเทศ และยังคงเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นแฟรนไชส์ไทย “รุ่น 1” เปิดตำนานธุรกิจแฟรนไชส์ด้านการศึกษาสายพันธุ์ไทย

“ตอนนี้เรามีเกือบ 140 สาขา และ 90% เป็นของแฟนไชส์ เพราะเราเรียนรู้ว่า การขยายธุรกิจด้วยรูปแบบแฟรนไชส์นั้น ต้องเป็นการทำระบบ ไม่ใช่สำนักงานใหญ่ลงไปปฏิบัติการเอง”

เขาบอกแนวคิดการขยายธุรกิจด้วยรูปแบบแฟรนไชส์ ที่มีหัวใจคือ “ระบบ” เมื่อมีระบบที่ดี และพิสูจน์ความสำเร็จได้ ก็พร้อมถูกนำไปใช้ในสาขาอื่นๆ จนเติบโตได้ด้วยโมเดลนี้

“โนว์ฮาว” ที่สะกัดได้จากการทำธุรกิจ เริ่มตั้งแต่การคัดเลือก “แฟรนไชซี” หรือนักลงทุนที่จะเข้ามาซื้อแฟรนไชส์ แน่นอนว่าคงไม่ใช่ “ใครก็ได้” หรือแค่มี “เงิน” เท่านั้น แต่ต้องมีหัวใจสำคัญ คือ “รักเด็ก” และต้องมีความเป็นผู้ประกอบการ คือ ยอมรับความเสี่ยงได้ เพราะทุกธุรกิจย่อมมี “ความเสี่ยง”

“อย่างเราเปิดสอนเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์ นั่นคือการทำงานแค่ 8 วัน เพื่อไปเลี้ยงธุรกิจทั้งเดือน ทำอย่างไรถึงจะมีรายได้เข้ามาเพื่อหล่อเลี้ยงทั้งเดือนได้”

เขาบอกหนึ่งความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และแฟรนไชซีต้องบริหารจัดการความเสี่ยงนั้น

แฟรนไชซี ต้องมีเงินลงทุนซื้อระบบแฟรนไชส์ โดยเงินทุนเริ่มต้นอยู่ที่ 490,000 บาท (ค่าแฟรนไชส์ฟี) สัญญา 5 ปี ไม่รวมค่าก่อสร้าง และต้องมีทำเลพร้อมลงทุน โดยทำเลที่ดีสำหรับเปิดสถาบันการศึกษา คือ ใกล้ชุมชน ใจกลางเมือง สโมสรหมู่บ้าน มีโรงเรียน ห้างสรรพสินค้าอยู่รอบๆ ขนาดพื้นที่ ถ้าเป็นอาคารพาณิชย์ ทำได้ตั้งแต่ 1 คูหา เป็นต้นไป ถ้าเป็นพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ ตามกระทรวงกำหนด คือ 100 ตารางเมตรขึ้นไป

ขณะที่หน้าที่ของเจ้าของแฟรนไชส์อย่าง สมาร์ทอิงลิช ต้องทำงานใกล้ชิดกับแฟรนไชซี และให้การสนับสนุนทั้ง คำปรึกษาเรื่องธุรกิจ จัดหาคุณครู หรือหากแฟรนไชซีอยากหาครูเองก็สามารถทำได้ แต่ทุกคนต้องผ่านการอบรมจากสมาร์ทอิงลิช เพื่อรักษามาตรฐานด้านการสอนไว้ รูปแบบการสอนจะใช้หลักสูตรและสื่อการสอนทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์ จากสมาร์ทอิงลิชเท่านั้น และยังคงมีการทำวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

“ตอนนี้สาขาต่างจังหวัดและกรุงเทพพอๆ กัน เราจะบอกเลยว่า จังหวัดไหน พื้นที่ไหนเปิดได้กี่สาขา อย่างเขตไหนที่มีคนเปิดแล้ว ก็จะไม่มีใครเปิดอีก เนื่องจากรายได้หลักของเราไม่ได้มาจากค่าแฟรนไชส์ฟี แต่มาจากการบริการที่เรามีให้นักเรียน เช่น หนังสือ สมาร์ทอิงลิชทัวร์ ที่จัดให้กับเด็กๆ เราเน้นบริการเสริมให้กับผู้เรียน มากกว่า การเปิดสาขา” เขาบอกจุดยืน

มีระบบที่ดี แต่ใช่ว่าจะต้องประสบความสำเร็จทุกสาขา เขายกเคสที่“ล้มเหลว” ว่าประเด็นใหญ่เลยคือ “ค่าเช่า” โดยเป็นกรณีที่แฟรนไชซีไปเช่าที่ต่อจากบุคคลธรรมดาแล้วถูกขึ้นค่าเช่าในปีต่อๆ มาอย่าง “ไม่สมเหตุสมผล” บางคนค่าเช่าขึ้นมาเท่าตัว ผู้ประกอบการก็รับไม่ได้ แต่พอย้ายทำเลใหม่ ก็ไม่ดีเหมือนเดิม สองคือปัญหาความขัดแย้งของหุ้นส่วน และสาม เจ้าของเปลี่ยนใจไปทำอย่างอื่น ทำธุรกิจไม่ต่อเนื่อง เหล่านี้ก็มีสิทธิ “ปิดกิจการ”

การมีระบบที่ชัดเจน พร้อมเครื่องมือในการวิเคราะห์ธุรกิจสำหรับแฟรนไชส์ ดึงดูดนักลงทุนให้ยังสนใจซื้อแฟรนไชส์ของพวกเขา หนึ่งในนั้นคือ “อารักษ์ ประมวลวิจารณ์” ที่ตัดสินใจใช้เงิน 6 แสนบาท (ทั้งค่าแฟรนไชส์และค่าก่อสร้าง)ไปกับการเปิดแฟรนไชส์สมาร์ทอิงลิช ที่สาขาลาดพร้าว-วังหิน ด้วยเหตุผลสำคัญคือ การได้รับการช่วยเหลืออย่างดีจากบริษัทแม่ ทั้งด้านการตลาดและคำแนะนำในการจัดการธุรกิจ ซึ่งนั่นคือ หัวใจสำคัญของการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์

ทำธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งคู่แข่งหน้าใหม่ที่เกิดขึ้น การมาถึงของเออีซี ที่นำมาทั้งโอกาสและอุปสรรค แม้แต่โดนทาบทามให้ร่วมหุ้นกับธุรกิจต่างชาติก็เจอมาหมดแล้ว แต่เขาก็ “ปฏิเสธ” ไปหมดแล้วเช่นกัน

“เคยมีแบรนด์ต่างชาติจะเข้ามาเปิดตลาดในไทย เขาเห็นว่าเรามีสาขาค่อนข้างมาก สามารถต่อยอดธุรกิจของเขาได้ จึงชวนร่วมทุนด้วย แต่เราก็ปฏิเสธไป เพราะรู้สึกว่า ทำแบบนี้สนุกกว่า และเป็นการทำให้กับเอสเอ็มอีของไทยจริงๆ ขณะที่การบริหารจัดการของเราก็ง่ายๆ เราคิดเหมือนฝรั่ง แต่คุยกันเหมือนคนจีน ยืดหยุ่นได้ทุกเรื่อง” เขาบอก

แล้วจะอยู่อย่างไร ท่ามกลางตลาดที่แปรเปลี่ยน และคู่แข่งก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาบอกว่า ไม่เคยกลัว และยินดีที่จะมีผู้เล่นใหม่ๆ เข้าเพื่อปลุกกระแสที่หลับอยู่ให้ตื่น เพราะสนามในไทย พวกเขา “ยึดหัวหาด” ไว้หมดแล้ว

“เข้ามาเถอะครับ ยิ่งเยอะยิ่งดี ยิ่งช่วยทำให้ตลาดดีขึ้น เข้ามาเขาก็เปิดไม่ทันเราหรอก หนึ่ง ไม่ใช่บ้านเขา เขาต้องจับมือกับใครสักคน แล้วกว่าจะจับมือกัน กว่าจะพัฒนาคนขึ้นมาให้เหมือนเรา มันยาก ไหนจะต้นทุนที่ใช้ไปอีก ถ้ามาชนกันตัวต่อตัว..เราไม่กลัวอยู่แล้ว”

ยังมีโอกาสใหม่ๆ เข้ามาทำให้ใจต้องเขว เช่นความต้องการเรียนในภาษาใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษ ความสนใจของผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น มีกำลังเงินมากขึ้น เช่น การฝึกอบรมในองค์กร ที่เม็ดเงินต่อครั้งก็เบาะๆ 5 ล้านบาท ลงมาทำคงมีแต่ตั้งหน้าตั้งตารับเงิน กระทั่งการส่งครูไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ แต่พวกเขาก็ยังยืนหยัดที่จะรักษาจุดยืนเดิมไว้ ด้วยเหตุผลแค่ว่า..

“ถ้าเอาความรู้ความสามารถไปเล่นตรงส่วนอื่น อาจทำให้เราสูญเสียจุดยืนไปได้ เราต้องการยึด Business Concept เดิมไว้ และพัฒนาในเชิงลึกต่อไป”

ส่วนใครที่อยากเปิดธุรกิจแฟรนไชส์ เพราะคิดว่า รวยง่าย ให้คนอื่นช่วยขยายธุรกิจ แต่คนอยู่ในสนามย้ำกับเราว่า ไม่ง่ายอย่างที่คิด และไม่ใช่แค่การมีโพรดักส์ที่ดี แล้วจะสามารถทำธุรกิจแฟรนไชส์ได้ แต่ต้องมีเงินทุนที่เพียงพอ ต้องมีทีมงานสนับสนุนเพียงพอ และต้องมีฝ่ายกฎหมายสนับสนุนด้วย

“ถ้าแค่มีโพรดักส์ที่ดี แต่ไม่มีตัวซัพพอร์ทเหล่านี้ ทำไป 1-2 ปี ก็..เจ๊ง”

เขาย้ำในตอนท้ายว่า ธุรกิจการศึกษายังมีอนาคต ทว่าผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจ มีจุดยืน พัฒนาตัวเองไม่หยุดนิ่ง และทำธุรกิจบนความซื่อสัตย์ ก็จะประสบความสำเร็จได้เหมือนที่พวกเขาพิสูจน์มาแล้ว

......................

Key to success

สูตรสำเร็จ ธุรกิจแฟรนไชส์การศึกษา

๐ มีหลักสูตรที่ดี

๐ วิจัยพัฒนาไม่หยุดนิ่ง

๐ มีระบบแฟรนไชส์ที่ดี เอื้อต่อผู้ลงทุน

๐ เจ้าของแฟรนไชส์มีความซื่อสัตย์

๐ รักษาจุดยืนธุรกิจ ไม่แกว่งไปตามกระแส

๐ คิดเหมือนฝรั่ง คุยเหมือนคนจีน ยืดหยุ่นทุกเรื่อง