The worst is over
ประเด็นการลงทุน
เรามีมุมมองบวกหลังพบผู้บริหาร โดยคาดกำไร 2Q14 มีแนวโน้มไม่แย่อย่างที่ตลาดวิตก และยังคงเติบโตได้แม้เผชิญปัญหาการเมืองตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรายได้จากโครงการ ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ (~10% ของพอร์ตพื้นที่เช่าของ SF) ที่เจอปัญหาการชุมนุมโดยตรง ได้ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติเร็วมาก ดีกว่าที่คาด ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ เมกา บางนายังเติบโตสูง เรามองว่าราคาหุ้นที่ Laggard เพราะวิตกงบ 2Q14 ชะลอตัว เป็นโอกาสในการเข้าลงทุน โดยคาดกำไรจะดีขึ้นตั้งแต่ 3Q14 เป็นต้นไป และดีขึ้นต่อเนื่อง จาก Occupancy rate ที่เพิ่มขึ้น จากการได้ผู้เช่ารายใหม่เข้ามาเติมพื้นที่เดิม และโครงการใหม่ลุมพินีทาวน์ชิพ รังสิต จะรับรู้ต้นปีหน้า เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 8 บาท (PE 2014 จากราคาปิดเมื่อวาน อยู่ที่ 11 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 15 เท่า)
คาดกำไร 2Q14 เติบโตทั้ง YoY และ QoQ
เราคาดกำไร 2Q14 ที่ 152 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง +6% YoY และ +3% QoQ คาดรายได้ 320 ล้านบาท -3% YoY, +3% QoQ โดยสาเหตุที่รายได้ลดลง YoY เพราะโดนผลกระทบจากการชุมนุมบริเวณ ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ และ ใน 2Q13 บริษัทมีรายได้สูงเป็นพิเศษจากส่วนแบ่งรายได้จาก MAJOR จากภาพยนต์ พี่มากพระโขนง ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากปัญหาทางการเมืองได้จบลงตั้งแต่เดือน พค. และรายได้ฟื้นตัวเร็วมาก และยังมีปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าเช่าจาก Art in Paradise ในโครงการ The Esplanade ที่รับรู้เต็มไตรมาส บวกกับส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ เมกา บางนา คาดที่ 97 ล้านบาท (+33% YoY, +10% QoQ) โดย 2Q14 มีจำนวนผู้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มถึง 8% YoY
2H14: V-shape recovery
เราคาดกำไร 2H14 จะฟื้นตัวแรง หลังผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q14 โดยใน 2H14 คาดจะมีกำไรราว 442 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1H14 ที่ 300 ล้านบาท เป็นผลจาก 1) การทยอยปรับขึ้นค่าเช่าพื้นที่ตามสัญญา 2) การได้ผู้เช่าใหม่ เข้ามาเติมเต็มในพื้นที่ว่าง ซึ่งเกือบทั้งหมดของรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนกำไรโดยตรงเนื่องจากต้นทุนขายของบริษัทส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ (fixed cost) 3.) ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ เมกา บางนา มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นอีก จาก traffic ที่เพิ่มขึ้นตามโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรเปิดใหม่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียง
รายได้ค่าเช่าโตต่อเนื่องจากพื้นที่เช่าเดิม และการเปิดโครงการใหม่
หลังจากที่อัตราค่าเช่าเฉลี่ย และ Occupancy rate ลดลงในปี 2012 โดย Occupancy rate ผ่านจุดต่ำสุดในปี 2013 ที่ 93% จากการที่ CAWOW ปิดตัวลง และในปีนี้ SF ได้ผู้เช่ารายใหม่มาเติมเต็มใน 2 โครงการ โดยที่ในโครงการ The Esplanade เริ่มรับรู้รายได้แล้วหนุนให้ค่าเช่าเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น 2.6% QoQ และบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จาก Premium outlet ในโครงการ ดิ อเวนิว พัทยา ในช่วง 4Q14 คาดเป็นปัจจัยหนุนให้รายได้ค่าเช่าฟื้นตัวต่อเนื่อง และในไตรมาสนี้ Occupancy rate ได้กลับมาอยู่ในระดับที่สูงถึง 96% อีกครั้ง ทั้งนี้ บริษัทฯยังมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ๆ ร่วมกับ LPN (ลุมพินี ทาวน์ชิพ รังสิต เริ่มรับรู้ 1Q14) และการจับมือกับพันธมิตรเดิม กลุ่ม IKEA เพื่อสร้างโอกาสในการขยายพื้นที่เช่า โดยเฉพาะโซนตะวันตกของกรุงเทพ โดยใช้ Business model ในการรับรู้ส่วนแบ่งของยอดขายเหมือน เมกา บางนา








