ตัดเนื้อร้ายถอนตัวจากธุรกิจเพย์ทีวี
ประเด็นการลงทุน
ผลขาดทุนของ GRAMMY มีแนวโน้มลดลงค่อนข้างมากหลักจากบริษัทตัดสินใจขายธุรกิจเพย์ทีวี อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 10% ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาได้สะท้อนข่าวดีดังกล่าวไปแล้ว โดยขณะนี้หุ้นซื้อขายที่ PBV ปี 2557 ที่ 4 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทที่ 2.2 เท่า อยู่ 2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) เรายังคงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี 2557 ที่ 18.7 บาท โดยราคาเป้าหมายใหม่ดังกล่าวเราได้รวมธุรกิจทีวีดิจิตัลโดยใช้วิธี sum-of-the-parts อ้างอิงจากธุรกิจปัจจุบันของบริษัท (ราคายุติธรรม 11.9 บาทต่อหุ้น อ้างอิงจาก PBV ที่ 2.2 เท่า) และธุรกิจทีวีดิจิตัล (ราคายุติธรรม 6.8 บาทต่อหุ้น ประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF)
ถอนตัวจากธุรกิจเพย์ทีวี
GRAMMY จะขายหุ้นทั้งหมดของบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด (GMM B—บริษัทย่อยของ GRAMMY ซึ่งประกอบธุรกิจเพย์ทีวี) ให้กับ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) (CTH—ผู้ประกอบการธุรกิจเพย์ทีวี) โดยบริษัทจะได้รับชำระค่าขายหุ้นดังกล่าวเป็นหุ้นสามัญของบริษัท CTH 10% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 1.03 พันล้านบาท และเป็นการทำ Share swap โดยไม่มีรายการเงินสดเกิดขึ้น กระบวนการซื้อขายคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ก.ค.2557 ทั้งนี้ GRAMMY จะยังคงดำเนินธุรกิจการขายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตัล (set-to-box)
ผลประโยชน์จากการเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้จะทำให้ CTH มีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจเพย์ทีวีลดลงและช่วยลดการแข่งขันในตลาด ส่วน GRAMMY เนื่องจากตัดธุรกิจที่มีผลขาดทุนสูงออกไปจากงบกำไรขาดทุน จะช่วยทำให้ผลขาดทุนของบริษัทลดลงอย่างเห็นได้ชัด (GRAMMY ไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจาก CTH เนื่องจากถือหุ้นต่ำกว่า 20%)
ปรับประมาณการขาดทุนลดลงสำหรับปี 2557-58
ธุรกิจเพย์ทีวีของ GRAMMY มีผลการดำเนินงานขาดทุนประมาณ 1 พันล้านบาทในปี 2556 การขายบริษัท GMM B ออกไปทำให้ผลขาดทุนของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะนี้เราคาดขาดทุนสุทธิ 2.3 พันล้านบาทสำหรับปี 2557 (ขาดทุนลดลง 16.8% จากที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้) และ 700 ล้านบาทสำหรับปี 2558 (ขาดทุนลดลง 56%) เราคาดบริษัทจะมีกำไรในปี 2560 เนื่องจากยังมีผลขาดทุนจากธุรกิจทีวีดิจิตัลในช่วงปี 2557-59 (เราคาดธุรกิจทีวีดิจิตัลขาดทุนสุทธิ 820 ล้านบาทในปี 2557 และ 493 ล้านบาทในปี 2558)
คาดการณ์ขาดทุนไตรมาส 2/57 เพิ่มขึ้น 225% YoY
เราคาดขาดทุนสุทธิ 700 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 2/57 ขาดทุนเพิ่มขึ้น 225% YoY แต่ลดลง 12% QoQ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและวิกฤติทางการเมือง นอกจากนี้เราคาดว่าบริษัทจะบันทึกค่าตัดจำหน่ายคอนเท้นต์สำหรับธุรกิจเพย์ทีวีในไตรมาส 2/57 ประมาณ 300 ล้านบาท ทั้งนี้เราคาดขาดทุนเพิ่มขึ้น YoY ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในส่วนของธุรกิจทีวีดิจิตัล






