คดีฟ้องร้องใหม่ กดดันราคาระยะสั้น
กำไรสุทธิ 2Q57 ใกล้เคียงคาด
ผลประกอบการ 2Q57 ของ JAS มีกำไรสุทธิ 885 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY และ 4% QoQ หากไม่รวมผลของอัตราแลกเปลี่ยน ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติมีกำไร 886 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY และ 4% QoQ จากธุรกิจ Broadband Internet ซึ่งมีจำนวนลูกค้าเพิ่ม 19% YoY เป็น 1.55 ล้านรายในจำนวนนี้เป็นลูกค้า FTTX 28,800 รายหนุนรายได้ 2Q57 เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 2% QoQ ประกอบกับผลบวกการประหยัดต้นทุนจากฐานลูกค้าขนาดใหญ่ ทำให้ค่าเสื่อมเพิ่มขึ้นในอัตราน้อยกว่ารายได้ และมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เหลือ 23.3% หนุน EBIT margin และ EBITDA margin ดีขึ้นเป็น 38.5% และ 54.5%
ถูก TT&T ยื่นฟ้อง
JAS เปิดเผยคดีฟ้องร้องใหม่ในหมายเหตุประกอบงบฯ 2Q57 ระบุ บริษัท พีซีแอล แพลนเนอร์ ซึ่งเป็นผู้บริหารแผนฯ ของ TT&T ได้ยื่นฟ้องต่อศาลฯ เป็นคดีแพ่งเรียกร้องให้บริษัทอคิวเมนท์ (ACU) โอนขายหุ้นในทริปเปิลทีฯ (TTT BB) ให้แก่ผู้ถือหุ้นของ TT&T ตามบันทึกข้อตกลงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนระหว่าง ACU กับ TT&T โดยมีมูลค่าฟ้องร้องราว 868 ล้านบาท เราได้สอบถามกับบริษัทยืนยันว่า บันทึกข้อตกลงฯ ดังกล่าวสิ้นผลบังคับไปแล้วเมื่อ 19 มิ.ย.51 และมองว่าบริษัทจะไม่ได้รับผลเสียหายที่มีสาระสำคัญจากคดีฟ้องร้องดังกล่าว อย่างไรก็ตามเรามองว่าความเสี่ยงต่อ JAS จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีผู้ถือหุ้น TT&T มาเรียกร้องสิทธิฯ แต่ผลกระทบจำกัดเมื่อพิจารณามูลค่าฟ้องร้องคิดเป็นผลกระทบต่อหุ้น JAS ราว 0.12 บาท
เป็นจังหวะกลับมาซื้อหุ้นคืน
ปัจจุบัน JAS ยังไม่มีการแจ้งรายงานซื้อหุ้นคืนเพิ่มจากล่าสุดวันที่ 30 มิ.ย.57 โดยระหว่างวันที่ 25-30 มิ.ย.57 บริษัทซื้อหุ้นคืนแล้วเป็นจำนวนรวม 10.7 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.15% ของทุนชำระแล้ว ราคาเฉลี่ยต่อหุ้น 8.40-8.50 บาท มูลค่าซื้อหุ้นคืนรวม 90 ล้านบาท (โครงการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 10% ของหุ้นที่ชำระแล้วและวงเงินสูงสุดที่จะใช้ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท) เราเชื่อว่า JAS จะเริ่มกลับมาซื้อหุ้นคืนต่อจากวงเงินที่ยังเหลืออีก 910 ล้านบาทในช่วงที่ราคาหุ้นอาจถูกกดดันจากประเด็นฟ้องร้องใหม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยช่วยคํ้าราคาหุ้น
คงคำแนะนำ “ซื้อ"
เรามองว่าการที่ JAS มีประเด็นฟ้องร้องใหม่จาก TT&T และอาจเกิดความกังวลจะกระทบการจัดตั้ง IFF ล่าช้าออกไปอีก ทำให้ระยะสั้นราคาหุ้น JAS มีแนวโน้มถูกกดดันแต่เรามองว่าจะไม่กระทบปัจจัยพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกระบวนการตัดสินชี้ขาดจะใช้เวลานาน อีกทั้งเรายังไม่รวมมูลค่าเพิ่มจาก IFF ในประมาณการปัจจุบัน โดยเรามีมุมมองบวกต่อการรักษาระดับอัตรากำไรที่ค่อนข้างสูงของบริษัทได้สมํ่าเสมอ ขณะเดียวกันผลประกอบการครึ่งปีแรก 57 คิดเป็น 52% ของทั้งปี ทำให้ JAS มีความเสี่ยงจำกัดต่อการถูกปรับลดประมาณการ ราคาปัจจุบันมี Upside 39% จากมูลค่าเหมาะสม (ไม่รวม IFF)
Investment Case
แบ่งเป็น 4 ธุรกิจ 1. ธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) 2. ธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม (Telecom Network & Service Provider) 3. ธุรกิจงานจัดหา ออกแบบและวางระบบสื่อสารและโทรคมนาคม (System Integration) 4. ธุรกิจอื่นๆ






