สรุปสภาวะตลาดสหรัฐฯ และยุโรป (10 - 16 ก.ค. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวขึ้นโดย DJIA +0.9%, DAX +0.5%, FTSE +1.0% และ CAC ฝรั่งเศส +0.2% แม้ว่าจะปรับตัวลงก่อนจากความกังวลต่อสถานการณ์ของระบบสถาบันการเงินในโปรตุเกส อย่างไรก็ตามรัฐบาลโปรตุเกสได้ออกมาลดความกังวลให้กับตลาด โดยแถลงว่าระบบการเงินของประเทศยังแข็งแกร่ง อีกทั้งประธานเฟดแถลงต่อสภาครองเกรสว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำไปอีกเป็นเวลานานพอสมควร กอปรกับเข้าสู่ช่วงรายงานผลประกอบการ ทั้งนี้หุ้นกลุ่มการเงินอย่าง Citigroup, Goldman Sachs และ JP Morgan ปรับตัวขึ้นหลังรายงานกำไร 2Q57 ออกมาดีกว่า
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (10 - 16 ก.ค. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 1.4% ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ออกมาเชิงบวก ไม่ว่าจะเป็น GDP ใน 2Q57, ยอดสินเชื่อใหม่สกุลเงินหยวนและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ออกมาดีกว่าคาด นอกจากนี้กลุ่มค้าปลีกและสาธารณูปโภคขยับขึ้นเด่น จากแรงเก็งกำไรผลประกอบการอาจออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด อย่างไรก็ตามหุ้นขนาดเล็กปรับตัวลง จากความกังวลต่อการเข้า IPO ของหุ้นใหม่ อาจส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากหุ้นเดิม
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (10 - 16 ก.ค. 2557)
SET INDEX ปิด 1,530 จุด ด้วยกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ผลักดันกลุ่มหลัก อย่างธนาคาร / ICT / พลังงานขยับขึ้นเด่น กอปรกับเข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการของกลุ่มธนาคาร ส่งผลให้ TMB +8.0% wow ขยับขึ้นเด่นในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังผลประกอบการ 2Q57 ออกมาดีกว่าคาดอีกทั้งการปรับประมาณการในปีนี้ขึ้นของโบรกเกอร์หลายแห่ง SET INDEX ณ วันที่ 16 ก.ค. ปิดที่ระดับ 1,530.42 จุด เพิ่มขึ้น 22.50 จุด หรือ +1.49%
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (18 - 24 ก.ค. 2557)
MBKET ลดน้ำหนักการลงทุนในสัปดาห์หน้าเป็น “กลาง” หลัง SET INDEX ทะลุผ่าน 1,520 จุดตามที่คาดไว้ในสัปดาห์ก่อน ทำให้ Upside gain จากเป้าหมายในรอบนี้ที่ 1,550 จุด เริ่มจำกัดไม่ถึง 2% อีกทั้งราคาหุ้นหลักส่วนใหญ่ ขึ้นมารอผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มฟื้นตัวใน 2Q57 โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธนาคารที่จะสิ้นสุดการประกาศงบในวันที่ 18 ก.ค.นี้
MBKET ประเมินกรอบการแกว่งของ SET INDEX สัปดาห์หน้าระหว่าง 1,515 - 1,540 จุด ความผันผวนของตลาดหุ้นเริ่มมีมากขึ้น เมื่อ upside gain จำกัด
ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ความคืบหน้าด้านแผนเศรษฐกิจการ - การเมือง จากคสช. ทั้งนี้ร่างรัฐธรรมนูญน่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า รวมถึงหลักเกณฑ์การแจกคูปองเพื่อรับกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ซึ่งจะมีการประชุม กสทช.วันที่ 24 ก.ค.
2. สิ้นสุดการประกาศงบ 2Q57 ของกลุ่มธนาคาร และเริ่มทยอยประกาศงบของหุ้นที่ไม่ใช่ธนาคาร นำโดย DTAC / PTTEP พร้อมกับการทยอยประมาณการงบ 2Q57 ของหุ้นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ธนาคาร
3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะ GDP ใน 2Q57 ของอังกฤษ, อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ / ญี่ปุ่น
4. ติดตามการประกาศผลเลือกตั้งประธานาธิบดี ของอินโดนีเซียในวันที่ 22 ก.ค. การนับคะแนนล่าสุด ณ วันที่ 16 ก.ค. นาย Widod ได้คะแนนเสียง 52.8%
ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในช่วงสั้น MBKET แนะนำ “Swing Trade หรือ ขึ้นแรงขาย / ลงซื้อ” เน้นหุ้นที่แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 2Q57 เติบโตเด่น qoq และ/หรือ yoy เป็นหลัก รวมถึงหุ้น Laggard ที่ราคาหุ้นขึ้นมาช้ากว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม
-----------------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ






