ทูตเกษตรอียูแจ้งสเปนเริ่มระงับการสั่งซื้อสินค้าทุกประเภทของซีพีเอฟแล้ว พร้อมให้ถอดทูน่ากระป๋องออกจาก เอฟทีเอ
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากนางตริตราภรณ์ โขมพัตร ผู้อำนวยการสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป หรืออียู ถึง การระงับซื้อสินค้ากุ้งจากบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ใน อียู โดยระบุว่า ตามที่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำอียูได้ติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากการรายงานข่าวด้านลบเกี่ยวกับแรงงานบนเรือประมงไทย และได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับซุปเปอร์มาเกตในยุโรปหลายแห่งระงับการวางจำหน่ายสินค้ากุ้งของบริษัทซีพีเอฟ เช่น Carrefour ของฝรั่งเศส Aldi ของเยอรมันนี Delhaize และ Colryte ของเบลเยียม Mercadona ของสเปน และ ICA ของนอเวย์ ขณะที่Tesco ของอังกฤษ Wal-mart และ Costco ของสหรัฐฯได้ยืนยันสั่งซื้อกุ้งจากซีพีเอฟและร่วมมือกีบบริษัทเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานด้านลบนั้น
จากการติดตามสถานการณ์ดังกล่าว พบว่าการระงับการซื้อกุ้งของซีพีเอฟใน สเปน ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด ได้แจ้งว่าซุปเปอร์มาร์เกต Alcampo ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทเครือเดียวกับ Auchan ของฝรั่งเศส ได้เริ่มระงับการสั่งซื้อสินค้าทุกประเภทของซีพีเอฟแล้ว อย่างไรก็ตามผู้แทนของซีพีเอฟในสำนักงานมาดริด แจ้งว่าห้างTesco ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้หยุดซื้อสินค้าจากซีพีเอฟ จะจัดคณะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อดูสายการผลิตสินค้าของซีพีเอฟ โดยโอกาสนี้จะเข้าพบหน่วยงานราชการไทย เช่นกรมประมงด้วย
นอกจากนี้หนังสือพิมพ์ออนไลน์ La informacion ของสเปนได้เผยแพร่การสัมภาษณ์ของนายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย ที่ปรากฏในรายงายของสำนักข่าว EFE ซึ่งใหญ่ที่สุดในสเปน สรุปได้ว่าสินค้าประมงจากไทยถูกโจมตีอย่างไม่เป็นธรรมทั้งจากภาคเอกชนด้านประมงของสเปน และเอ็นจีโอ แม้ว่าไทยจะมีปัญหาด้านการค้ามนุษย์แต่เป็นเพียงส่วนน้อยที่ทุกฝ่ายพยายามแก้ไข แต่โดยรวมสภาพการทำงานของแรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมประมงไทยถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีกฎหมายคุ้มครอง มีค่าจ้างที่เป็นธรรม รวมทั้งมีสวัสดิการต่างๆ เช่นเดียวกันแรงงานไทย นอกจากนี่อุตสาหกรรมทูน่าไทยยังมีความโปร่งใสและยินดีให้ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ไทยไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของสมาคมผู้ผลิตอาหารทะเลของสเปน(ANFACO) ที่จะนำสินค้าปลาทูน่ากระป๋องออกจากความตกลงเอฟทีเอ
ส่วนสถานการณ์การระงับซื้อกุ้งจากบริษัทซีพีเอฟ ในเบลเยียม ทางสถานกเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลศ์ ได้แจ้งว่า ได้ส่งหนังสือถึง CEO คนใหม่ของห้าง Delhaize ซึ่งมีสาขาในเบลเยียมและลักซัมเบอร์ก เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสินค้ากุ้งจากบริษัทซีพีเอฟ ถูกโจมตีว่าเกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานทาส เนื่องจากเรือประมงไทยจับปลามาทำปลาป่นเพื่อผลิตอาหารกุ้งและสินค้ากุ้งได้ส่งออกมาจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลไทย และซีพีเอฟ กำลังร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม ปลาป่นเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กน้อยในอาหารกุ้งและโรงงานผลิตอาหารกุ้งของ ซีพีเอฟ ทั้งหมดผ่านการรับรองมาตรฐาน Best Aquaclture Practice (BAP) ปลาป่นที่ใช้จึงมาจากเรือที่ถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้การควบคุม และที่ผ่านมาห้าง Delhaize ก็มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ในการร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ จึงควรให้โอกาสการแก้ปัญหาด้วยการเปิดตลาด ไม่ใช้การปิดกั้นการค้า ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ บรัสเซลส์ ยืนยันที่จะร่วมมือกับห้าง Delhaize ในการดำเนินการต่างๆเพื่อให้ผู้บริโภคในยุโรปและแรงงานในอุตสาหกรรมประมงไทยได้รับความคุ้มครอง ทั้งหมดนี้ทางสำนักงานที่ปรึกษาฯจะติดตามสถานการณ์ต่อไป






