ยักษ์ไอทีเชื่อครึ่งปีหลังฟื้น มั่นใจหลังต.ค. ตลาดฟื้นแน่ เหตุราชการผลักดันงบ สินค้าใหม่ทยอยเข้าตลาด
แบรนด์ไอที - โทรคม หวังยอดขายครึ่งปีหลังฟื้น "เลอโนโว" ยักษ์พีซีเชื่อตลาดไอทีครึ่งหลังสัญญาณบวก ความเชื่อมั่นทางการเมืองดีขึ้น กระตุ้นการซื้อขายสินค้าไอทีเพิ่ม ผู้บริโภคกล้าใช้จ่าย “เออาร์ฯ” ระบุดัชนีผู้บริโภคดีขึ้น คาดครึ่งปีหลังตลาดฟื้นระดับหนึ่ง จับตา “ไอโฟน ซัมซุง” ปล่อยของใหม่หนุนตลาดไอทีคึก "เจมาร์ท" ผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ เชื่อกำลังซื้อมา เทงบการตลาดเพิ่มอีก 30% "ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์" ระบุไตรมาส 4 เล็งส่งรุ่นใหม่พาเหรดสร้างสีสันตลาด ขณะที่ "เทรนด์ไมโคร-อินแกรม" มั่นใจหลัง ต.ค. ตลาดฟื้นแน่ เหตุราชการผลักดันงบ สินค้าใหม่ทยอยเข้าตลาด
ภาพรวมตลาดไอทีครึ่งปีหลัง 2557 ประเมินกันว่า จะเริ่มฟื้นตัวด้วยหลายปัจจัยบวก โดยเฉพาะใกล้ๆ ปลายปี ที่ถือเป็นช่วงทำเงินของบรรดาผู้ค้า ขณะที่จะมีสินค้า-เทคโนโลยีล็อตใหม่ๆ เริ่มต่อคิวสร้างสีสันให้ตลาดไอทีคึกคักเพิ่มขึ้น
สัญญาณดีครึ่งปีหลัง
นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เลอโนโว ประเทศไทย กล่าวว่า ครึ่งปีหลังความเชื่อมั่นทางการเมืองที่ดีขึ้นจะหันมากระตุ้นการซื้อขายสินค้าไอทีเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคกล้าใช้จ่าย และยังเงินเริ่มหมุนเวียนจากภาครัฐ และงบค้างจ่ายต่างๆ จะช่วยฟื้นสภาพครึ่งปีแรกที่ยอดขายรวมทุกแบรนด์ร่วงไม่ต่ำกว่า 30%
“ตลาดพีซีโลกหยุดนิ่งแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี แต่ในไทยยอดขายรวมตกลงเพราะหลายปัจจัย ทั้งสินค้าใหม่ เช่น แทบเล็ต สมาร์ทโฟน และแต่ละแบรนด์แข่งขันกันรุนแรงมาก”
ทั้งนี้ ครึ่งปีหลังเลอโนโวจะเริ่มปรับปรุงช่องการขายให้สามารถทำตลาดเฉพาะทางได้ดีขึ้น ตลอดจนระบบการดูแลลูกค้าจากเดิมที่มีคอลล์ เซ็นเตอร์ หลักที่มาเลเซีย มาตั้งในไทย เพื่อให้บริการตอบคำถามและช่วยเหลือลูกค้าในไทยได้ใกล้ชิดมากขึ้น รวมทั้งการปรับปรุงการรับประกันสินค้าที่จะเน้นเพิ่มความสะดวกให้ผู้มารับบริการ
ดัชนีผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น
นายปฐม อินทโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน ) ผู้จัดงานคอมมาร์ต กล่าวว่า ดัชนีผู้บริโภคขณะนี้ ดีขึ้นในระดับหนึ่ง หากมองในระยะสั้น 6 เดือน ถึง 1 ปี ตลาดไอทีโดยรวมเริ่มฟื้นตัว แต่ยังไม่เติบโตเท่ากับช่วงที่ตลาดเคยเติบโตมากที่สุด โดยคาดว่า ครึ่งปีหลังกำลังซื้อจะกลับมา เพราะผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการจับจ่าย ตลาดแทบเล็ต และสมาร์ทโฟนจะเป็นพระเอก โดยเฉพาะแบรนด์ดังอย่างไอโฟน และซัมซุง จะเป็นตัวหนุนให้ตลาดไอทีคึกคักขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
“ตลาดมือถือ รวมแทบเล็ตจากนี้ จะเติบโตมากเฉพาะในส่วนของตลาดระดับกลางหรือที่ระดับราคา 5,000-8,000 บาท” นายปฐม กล่าว
ขณะที่ตลาดพีซี โน้ตบุ๊ค นับจากนี้อาจต้องเหนื่อย จะอยู่รอดเฉพาะแบรนด์ใหญ่ๆ เท่านั้น ส่วนผู้ค้าไอทีในตลาดจะหันไปจับตลาดองค์กร และทำตลาดสินค้าไอทีที่เป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น
เชื่อยอดขายครึ่งหลังฟื้น
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจมาร์ท กล่าวว่า ครึ่งปีแรกตลาดรวมโทรศัพท์มือถือไทยค่อนข้างชะลอตัว ทว่าครึ่งปีหลังน่าจะฟื้นกลับมาดีขึ้นเนื่องจากผู้ผลิตแต่ละค่ายนำผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงเข้ามาวางจำหน่าย ทั้งมีสินค้าใหม่ทยอยเปิดตัว
“จากปีที่แล้วภาพรวมตลาดมือถือไทยมียอดขายจำนวน 20 ล้านเครื่อง ปีนี้น่าจะลดลงเหลือ 18-19 ล้านเครื่อง ทว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากปัจจัยที่ผู้บริโภคหันไปซื้อสมาร์ทโฟน มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ทั้งมี 3 จีเป็นตัวกระตุ้น”
หากสภาพดังกล่าวเจมาร์ท ปรับเป้ารายได้ลงจากเดิมที่ตั้งเป้าว่าตลอดทั้งปีผลประกอบการรวมทั้งเครือจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 35% ลดเหลือ 15% มูลค่า 11,500 ล้านบาท จากปี 2556 ที่ทำได้ราว 1 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าทั้ง 3 ธุรกิจหลักคือค้าปลีกมือถือ ติดตามหนี้สิน และเช่าพื้นที่ซึ่งมีทิศทางดีจะมีส่วนทำให้รายได้เติบโตต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ เพื่อรักษาการเติบโต บริษัทเดินหน้าปรับปรุงและขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยใช้งบประมาณ 400 ล้านบาท จากที่มีอยู่ 260 สาขา สิ้นปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 280 สาขา และใช้งบการตลาด 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 30% เพื่อจัดงานอีเวนท์แสดงสินค้าตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ
“การขยายสาขาและโมบายโชว์จะมีส่วนสำคัญทำให้ผลประกอบการเติบโตได้ตามเป้า ขณะนี้ประเทศไทยน่าจะผ่านจุดที่แย่ที่สุดมาแล้ว ดังนั้นต่อไปตลาดน่าจะกลับมาเป็นบวก ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของเจมาร์ทมาจาก กทม.60% ต่างจังหวัด 40%”
ไมโครซอฟท์ดีไวซ์ลุ้นครึ่งหลังคึก
นายญาณธน สิมะวานิชกุล กรรมการผู้จัดการ ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ ประเทศไทย (โนเกีย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือไทยช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างชะลอตัว แต่เชื่อว่า 2 ไตรมาสหลัง จะเริ่มกลับมามีเสถียรภาพ ผู้บริโภคมั่นใจจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4 ที่จะมีเครื่องรุ่นใหม่ๆ เปิดตัวและวางตลาด
ข้อมูลล่าสุดจากจีเอฟเค ระบุว่า สัดส่วนสมาร์ทโฟนไทยปีนี้จะอยู่ที่ราว 60% ฟีเจอร์โฟน 40% ในมุมของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มีสัดส่วนราว 65% ไอโอเอส 25% และวินโดว์สโฟน 10%
“ที่ผ่านมาไทยถือเป็นตลาดสำคัญของไมโครซอฟท์ เพราะมีอัตราการเติบโตสูง ทั้งยังคงเป็น 1 ใน 14 ประเทศหลักที่ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ให้ความสำคัญ ล่าสุดระบบปฏิบัติการวินโดว์สโฟนมีส่วนแบ่งตลาดในสมาร์ทโฟนราว 10% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้" นายญาณธน กล่าว
มั่นใจหลัง ต.ค.ตลาดฟื้น
นายวิลเลี่ยม ตัน ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน บริษัท เทรนด์ ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ครึ่งปีหลัง ตลาดไอทีไทยจะมีโอกาสเติบโตจากต่างประเทศที่รอเข้ามาลงทุน เชื่อว่า หลังเดือน ต.ค. เศรษฐกิจจะดีขึ้น
ส่วนของบริษัท คาดว่า ภายในสิ้นปีนี้ทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะมียอดขายเติบโต 2 เท่า อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ในประเทศที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนานหลายเดือน ส่งผลให้อัตราการเติบโตอาจจะต่ำกว่าเป้าหมาย 5 -10%
นายเจษฎา ภาสวรวิทย์ กลุ่มธุรกิจแอดวานซ์ โซลูชั่น บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การที่ราชการพยายามผลักดันงบประมาณปี 2558 รวมกับงบประมาณปี 2557 ที่ใช้ไม่หมด และงบตกค้างปี 2556 ตลอดจนมาตรการต่างๆ ที่ออกมา น่าจะฟื้นความเชื่อมั่นสูง หลังเดือน ต.ค. จะเห็นเป็นรูปเป็นร่าง และประมาณไตรมาสที่ 2/2558 การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะเห็นผล
"หลังจากบอบช้ำมาหลายเดือน การอัดฉีดงบประมาณจำนวนมากจะช่วยได้ และเห็นผลเร็วกว่าการสมานฉันท์ที่ต้องใช้ระยะเวลาที่นานกว่า"
ส่วนของอินแกรม ไมโคร ซึ่งเปลี่ยนนโยบายธุรกิจจากผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอที มาเป็นจัดจำหน่ายสินค้าเพิ่มมูลค่าเมื่อ 4 ปีก่อน โดยเสนอสินค้าเป็นโซลูชั่น และเอ็นเตอร์ไพร้ซ โดยมีทีมงานที่แข็งแกร่ง การทำตลาดจึงยังคงไปได้ มีลูกค้าต่างจังหวัด 10% กรุงเทพฯ 80-90% ขายผ่านรีเซลเลอร์ 3 พันราย เจาะลูกค้าภาครัฐ การศึกษา โรงพยาบาล โรงแรม และโรงงานผลิต ยกเว้นตลาดแรกที่หลายโปรเจคชะลอแล้วอื่นๆ ล้วนมีอัตราการเติบโต
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าหลังเดือน ต.ค. จะดีขึ้น ลูกค้าจะกลับมาเจรจากับบริษัทต่อ เพราะเป็นโครงการที่ต้องได้รับคำแนะนำปรึกษากันมาก่อน ต่างจากการซื้อขายสินค้าคอนซูเมอร์เป็นชิ้นๆ ที่หากหยุดไปเมื่อมีกำลังซื้อกลับมาก็ไปหาซื้อที่ไหนก็ได้ แต่งานโครงการโอกาสจะเริ่มใหม่กับรายอื่นค่อนข้างยาก






