วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

'ซุปเปอร์บอร์ด'รัฐวิสาหกิจรื้อเกณฑ์จ่ายโบนัส

'ซุปเปอร์บอร์ด'รัฐวิสาหกิจรื้อเกณฑ์จ่ายโบนัส

ตั้ง'3กุนซือ'คุมบริหารรัฐวิสาหกิจ 'ซุปเปอร์บอร์ด'รื้อเกณฑ์จ่ายโบนัส เผย10รัฐวิสาหกิจย่ำแย่หนัก

คสช. สั่ง"ซุปเปอร์บอร์ด"หั่นสิทธิประโยชน์ฟุ่มเฟือยบอร์ดรัฐวิสาหกิจ เตรียมรื้อใหญ่ใช้เกณฑ์คะแนนตัวกำหนดประเมินผลงานจ่ายโบนัสพนักงาน พร้อมตั้ง 3 กุนซือนั่งอนุกรรมการคุมบริหารงาน 46 รัฐวิสาหกิจ เดินหน้าสางปัญหา 10 รัฐวิสาหกินขาดทุนหนัก

การตัดสิทธิประโยชน์พิเศษของคณะกรรมการ รัฐวิสาหกิจ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งก่อนหน้านี้คสช.สั่งให้บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ยกเลิกตั๋วฟรีให้กับบอร์ด นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอร์ด) กล่าวว่าล่าสุด มีรัฐวิสาหกิจได้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์พิเศษของคณะกรรมการ มาให้ สคร.แล้ว 46 แห่ง แต่ยังขาดอีก 10 แห่ง อยู่ระหว่างเร่งให้ส่งข้อมูลมาให้ครบเพื่อ สคร.จะสรุปเสนอไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อนำเสนอต่อไปยัง คสช.

เล็งรื้อโบนัสรัฐวิสาหกิจ

การตัดสิทธิประโยชน์จะเน้นค่าตอบแทนพิเศษนอกเหนือจากค่าตอบแทนปกติ หากเป็นรัฐวิสาหกิจไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สามารถใช้คำสั่ง คสช.ได้ทันที แต่ถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจในตลาดหลักทรัพย์ ต้องเสนอไปยังบอร์ดรัฐวิสาหกิจนั้นให้ดำเนินการ เหมือนกรณีตั๋วการบินไทย บอร์ดต้องมีมติเรื่องนี้ออกมา แม้จะเป็นคำสั่ง คสช.ก็ตาม

ส่วนการปรับโบนัสพนักงานรัฐวิสาหกิจบางแห่งจ่ายสูงถึง 11 เดือนนั้น เรื่องนี้เตรียมจะประชุมกับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เป็นอำนาจที่ สคร.สามารถพิจารณาได้ทันที เบื้องต้นอาจจะพิจารณาว่า เกณฑ์และกระบวนการการจ่ายโบนัสในปัจจุบันเหมาะสมหรือไม่ ควรจะมีการปรับตัวชี้วัดหรือปรับเกณฑ์ใหม่หรือไม่ เพราะเกณฑ์เดิมใช้มานานหลายปีแล้ว

คสช.สั่งตัดสิทธิประโยชน์บอร์ด

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอร์ด) กล่าวถึงการตัดสิทธิประโยชน์บอร์ดนั้น เบื้องต้น คสช.ต้องการให้ตัดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับอภินันทนาการออกให้หมด อาทิ ค่าตีกอล์ฟ ค่าเลี้ยงรับรอง ค่าใช้จ่ายเดินทางไปต่างประเทศ เนื่องจากพบว่ารัฐวิสาหกิจบางแห่งจัดทำบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิตให้กรรมการ ถือไว้ อาทิเช่น แบงก์รัฐให้ถือบัตรเดบิต และโอนเงินในบัญชีบัตรทุกเดือนๆละ 1 แสนบาท บางแห่งให้วงเงินบัตรเครดิต เดือนละ 3 แสนบาท

ส่วนการปรับสิทธิประโยชน์ของพนักงานนั้น สคร.กำลังพิจารณาปรับหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพรัฐวิสาหกิจ (SEPA) ใหม่ โดยการประเมินที่ผ่านมาจะให้คะแนนใน 3 ส่วน ได้แก่ 1.การดำเนินงานตามนโยบาย น้ำหนัก 20-30% 2.ผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ น้ำหนัก 40-50% และ 3.การบริหารจัดการองค์กร น้ำหนัก 30%

รื้อใหม่โบนัสพนักงานรัฐวิสาหกิจ

ทั้งนี้สคร.อยู่ระหว่างการพิจารณาคะแนนที่จะมีผลต่อโบนัสของแต่ละรัฐวิสาหกิจ ที่กำหนดไว้ว่าหากหน่วยงานใดได้ 5 คะแนนเต็ม จะสามารถจ่ายโบนัสพนักงานได้ 11% ของกำไรสุทธิ หรือคิดเป็น 8 เท่าของเงินเดือน หากได้ 4.5 คะแนน จ่ายโบนัสได้ 10.5% ของกำไรสุทธิ หรือไม่เกิน 7 เท่าของเงินเดือน ได้ 4 คะแนน จ่ายโบนัสได้ 10% ของกำไรสุทธิ หรือไม่เกิน 6 เท่าของเงินเดือน หากได้ 3.5 คะแนน จ่ายโบนัสได้ 9.5% ของกำไรสุทธิ หรือไม่เกิน 5.5 เท่าของเงินเดือน

หากได้ 3 คะแนน จ่ายโบนัสได้ 9% ของกำไรสุทธิ หรือไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน ได้ 2.5 คะแนน จ่ายโบนัสได้ 8.5% ของกำไรสุทธิ หรือไม่เกิน 4.5 เท่าของเงินเดือนได้ 2 คะแนน จ่ายโบนัสได้ 8% ของกำไรสุทธิ หรือไม่เกิน 4 เท่าของเงินเดือน ได้ 1.5 คะแนน จ่ายโบนัสได้ 7.5% ของกำไรสุทธิ หรือไม่เกิน 3 เท่าของเงินเดือน ได้ 1 คะแนนถือว่าต่ำมาก จ่ายโบนัสได้ 7% ของกำไรสุทธิ หรือไม่เกิน 2 เท่าของเงินเดือน

ตั้ง3คณะกรรมการคุมรัฐวิสาหกิจ

นายกุลิศ ระบุว่า ที่ประชุมคนร. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 3 ชุด เพื่อแบ่งหน้าที่เข้ากำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ โดยมี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก เป็นประธาน สำหรับกรรมการของคณะอนุกรรมการในแต่ละชุดจะมีจำนวน 9-11 คน โดยจะมีผู้อำนวยการ สคร. เป็นกรรมการอยู่ทุกชุด และมีเจ้าหน้าที่สคร.เข้าไปช่วยทำงาน

2.คณะอนุกรรมการกำหนดแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจของประเทศ โดยมีหน้าที่พิจารณาและจัดทำแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนารัฐวิสาหกิจ โดยมีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน

3.คณะอนุกรรมการกำกับและพัฒนาระบบรัฐวิสาหกิจ โดยมีนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธาน คาดว่ากรรมการของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุดจะสรุปได้ภายในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ จะเชิญภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) และหน่วยงานราชการที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เข้ามาร่วมทำงานด้วย ทั้งนี้คณะอนุกรรมการในแต่ละชุดต้องเร่งรวบรวมข้อมูลของรัฐวิสาหกิจที่เป็นปัญหา พร้อมพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ ที่จะทำให้รัฐวิสาหกิจเดินหน้าต่อไปได้

ตั้งอนุกรรมการสางปัญหา10รสก.

นายกุลิศ กล่าวว่าขณะนี้รัฐวิสาหกิจ 10 แห่งที่มีปัญหาหนักนั้น คงต้องรอให้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการแก้ไขและกลั่นกรองปัญหารัฐวิสาหกิจ ที่มี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธาน อย่างเป็นทางการก่อน คาดว่าจะประกาศรายชื่ออนุกรรมการได้ในช่วงสัปดาห์หน้า หลังจากนั้น จะให้รัฐวิสาหกิจดังกล่าวส่งผลการดำเนินการงานเข้ามา รวมถึงแนวทางแก้ปัญหามาที่อนุกรรมการภายใน 15 วัน เพื่อดูว่าแผนการดำเนินการงานที่มีอยู่นั้นแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ควรมีการปรับแก้อย่างไร

หลังจากนั้นคณะอนุกรรมการจะพิจารณาว่า แผนที่รัฐวิสาหกิจเสนอมามีความเป็นไปได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ก็จะมีข้อเสนอกลับไปว่าต้องแก้ไขอย่างไร ก่อนที่จะส่งไปคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) พิจารณาภายในกลางเดือนส.ค.นี้

"รัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ที่มีปัญหาจะมีแผนฟื้นฟูอยู่แล้ว สคร.เคยช่วยดูมาแล้ว แต่ที่ผ่านมามีปัญหาว่าทำตามแผนที่วางไว้ไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตามเป้าหมาย ดังนั้น อนุกรรมการแก้ไขฯ จะเข้ามาช่วยดูอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร ตรงนี้จะต้องไม่ช้า คาดว่าจะเสนอแผนงานทั้งหมดของ 10 รัฐวิสาหกิจเข้าที่ประชุมซุปเปอร์บอร์ดได้ในเดือนส.ค.นี้" นายกุลิศ กล่าว

เผย10รัฐวิสาหกิจย่ำแย่หนัก

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า รัฐวิสาหกิจ 10 แห่ง ที่มีปัญหาขาดทุนหนัก โดยจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่เป็นการทำธุรกิจแบบเสือนอนกิน หรือกินหัวคิว อาทิ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟม.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) องค์การคลังสินค้า (อคส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) มองว่าต้องเข้าไปแก้ปัญหาในส่วนนี้อย่างเร่งด่วน