'สมชัย'CEOใหม่รับไม้ต่อดันAIS รักษาแชมป์เบอร์1โทรคมไทย

'สมชัย'CEOใหม่รับไม้ต่อดันAIS รักษาแชมป์เบอร์1โทรคมไทย

"สมชัย" ซีอีโอป้ายแดงAIS รับไม้ต่อรักษาแชมป์ค่ายมือถืออันดับ1ไทย มุ่งสู่"ดิจิทัล ไลฟ์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์"

"สมชัย" ซีอีโอป้ายแดงเอไอเอส พร้อมรับไม้ต่อรักษาแชมป์ค่ายมือถืออันดับ 1 ของไทย เผยวิสัยทัศน์เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งมุ่งสู่ "ดิจิทัล ไลฟ์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์" ชูจุดแข็งนวัตกรรมเด่น-ทีมงานคุณภาพ เร่งดันบริการรูปแบบใหม่ๆ สู่กลุ่มลูกค้า หวังประมูล 4จีเกิดเร็ว ยอมรับชะลอประมูลเอไอเอสเสียเปรียบคู่แข่ง พร้อมดันคลื่นที่มีในมือให้บริการที่ดีที่สุดสู่ลูกค้ายันเป้าโต 6-8% "วิเชียร" อดีตซีอีโอแย้มผลงานใช้คลื่นที่มีเปิด 4จี ปลายปีนี้

การเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออันดับ1ของไทยของ "นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์" แทน "นายวิเชียร เมฆตระการ" อดีตซีอีโอที่ได้เกษียณลง ถูกจับตามองไม่น้อยโดยเฉพาะทิศทางการดำเนินธุรกิจของเอไอเอสนับจากนี้ ที่ต้องเผชิญความท้าทายทั้งในด้านบวกและลบ

มุ่งสู่ "ดิจิทัล ไลฟ์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์"

นายสมชัย กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมนับจากนี้เป็นช่วงที่เอกชนแต่ละรายกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคสัมปทานเข้าสู่ยุคการให้บริการภายใต้ใบอนุญาตอย่างเต็มรูปแบบ รูปแบบการแข่งขัน จึงเน้นการโอนลูกค้าจากระบบเดิมมาเป็นลูกค้าในระบบใหม่ ควบคู่กับการขยายเครือข่าย และเสาะหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาสร้างความแตกต่าง

แผนงานของเอไอเอส ตั้งเป้าก้าวสู่เป็น "ดิจิทัล ไลฟ์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์" โดยเอไอเอสจะไม่เป็นแค่เทเลคอม โพรไวเดอร์อย่างเดียว นโยบายบริหาร 3 ปีต่อจากนี้ เบื้องต้นจะแบ่งออกเป็นกงล้อ 3 วง ได้แก่ ลูกค้า พนักงาน และพาร์ทเนอร์ ซึ่งต้องเดินหน้าควบคู่กันไป เช่น ลูกค้าจะเป็นศูนย์กลางของการให้บริการเอไอเอส ปัจจุบันลูกค้ามีความปัจเจกสูง มีความเก่งอาจจะมากกว่าผู้ให้บริการด้วยซ้ำไป

ส่วนพนักงานและพาร์ทเนอร์ คือ ส่วนเติมเต็มสำคัญในการให้บริการ พนักงานเอไอเอสทุกคน ทุกตำแหน่ง มีใจรักที่ให้บริการ มีความเข้มแข็งในตัวเอง สถานการณ์หลายครั้งเป็นตัวทดสอบความเป็นเบอร์หนึ่งมาตลอด

สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ได้ว่าพนักงานที่ฝึกฝนมาเทรนนิ่งมาตลอดทุกครั้ง พร้อมทำงานและทุกคนมีความรู้เป็นอย่างดีในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ สำหรับกงล้อสุดท้าย คือ พาร์ทเนอร์ เอไอเอสให้ความสำคัญในความเป็น "อีโค-ซิสเต็ม" มาตลอด ดังนั้นต่อจากนี้ยังคงเน้นพาร์ทเนอร์ด้านต่างๆ มากขึ้น ทั้งคอนเทนท์ แอพพลิเคชั่น บริการต่างๆ

นายสมชัย กล่าวว่า ดิจิทัล ไลฟ์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์ จะมาจากนวัตกรรมล้ำหน้าใหม่ๆ การบริหารประสบการณ์ลูกค้าที่มอบให้มากยิ่งกว่าเทคโนโลยีทันสมัยที่ทำให้ชีวิตง่าย สะดวก มีประสิทธิภาพ และสำคัญที่สุด คือ พนักงานที่พัฒนาความรู้ความสามารถด้านดิจิทัล เทคโนโลยี ซึ่งพร้อมตอบรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงความตั้งใจจริง ที่จะส่งมอบเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับการใช้ชีวิตให้แก่ลูกค้า

"จุดแข็งของเอไอเอสยุคที่ผ่านมาและในอนาคตที่ผมเชื่อมั่นว่า จะเป็นอาวุธสำคัญครองใจลูกค้าเป็นเบอร์ 1 ได้ตลอด คือ บุคลากร ที่ทำงานภายใต้เป้าหมายเดียวกัน ส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้าทุกกลุ่ม ผมในฐานะซีอีโอ พร้อมสร้างวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งให้องค์กรต่อเนื่อง นำความโดดเด่นของบุคลากรทุกเจเนอเรชั่น ไม่ว่าจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ หรือผู้ที่อยู่ในยุคก่อตั้งองค์กร ผสมผสานเป็นแนวทางทำงานให้ลงตัว"

เชื่อทุกปัญหามีทางออกในตัวเอง

เขา กล่าวถึงสถานการณ์การประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 4จี และประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่เอไอเอสจะหมดสัมปทานกับบมจ.ทีโอที เดือนต.ค.2558 ซึ่งสำนักงานกสทช.จะเปิดประมูลล่วงหน้า แต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งชะลอการประมูลออกไปว่า กระบวนการอาจช้าไป 1-2 ปี หลังประมูลคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือเร็วกว่านั้น คงตอบในเรื่องนี้ไม่ได้ แต่สิ่งที่เอไอเอสทำได้ คือ ทำสิ่งที่มีในมือ พัฒนาบริการให้ลูกค้าไปก่อน แต่เชื่อว่าจะเกิดการประมูล 4จี จะเกิดขึ้นในไทย

ทั้งยอมรับว่า เอไอเอสเสียเปรียบคู่แข่งในจำนวนคลื่นที่น้อย บวกกับฐานลูกค้าที่มีจำนวนมากกว่าคู่แข่งหลายล้านราย แต่เอไอเอสก็พยายามนำเทคโนโลยี และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ มาพัฒนาควบคู่กันไป เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าต่อไปได้

เขายืนยันว่า จำนวนคลื่นความถี่ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ที่ได้รับจัดสรรมาจาก กสทช. ยังคงมีคาปาซิตี้เพียงพอให้บริการลูกค้า 3จี ที่ปัจจุบันมี 26 ล้านราย และเป้าปีนี้ยังคงเดิมที่ 33 ล้านราย

"ผมไม่กังวลเกี่ยวกับการทำงานต่อไปจากนี้ เรามักถูกโยงไปถึงอดีตผู้ก่อตั้งบริษัท แต่เราก็ตรวจสอบอย่างหนัก จนผ่านมาได้ ผมเชื่อว่าผู้มีอำนาจในบ้านเมืองจะมีทางออกให้ทุกเรื่อง ทุกปัญหาในอุตสาหกรรมไม่เว้นการประมูล 4จี บนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่ชะลอออกไป"

ส่วนลูกค้า 2จี ที่อยู่ภายใต้สัมปทานกับทีโอทีปัจจุบันมียอดเหลือในระบบราว 10 ล้านราย หากการประมูลล่วงหน้าคลื่น 900 เกิดขึ้นได้ไม่ทันช่วงก่อนหมดสัญญาสัมปทาน เอไอเอสก็มั่นใจในผู้มีอำนาจในประเทศว่าจะมีทางออกให้ปัญหา เบื้องต้น เอไอเอสหารือกับทีโอทีในการทำสัญญาให้บริการร่วมกันต่อไป โดยยืนยันว่าลูกค้าจะไม่กระทบแน่นอน

ประเมินจีดีพี-กำลังซื้อในประเทศ

นายสมชัย กล่าวว่า เป้าหมายการเติบโตรายได้ของบริษัทปีนี้ ยังเปิดเผยไม่ได้แน่ชัดเพราะอยากจะให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 นี้ออกมาก่อน และรายงานผ่านคณะกรรมการ (บอร์ด) บริหารของเอไอเอส ซึ่งตัวเลขเดิมที่เอไอเอสเคยประกาศอัตราการเติบโตรายได้ปีนี้ที่ 6-8%ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยเอไอเอสประเมินจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งที่ผ่านมาจีดีพีโตเท่าไร เอไอเอสก็จะโตมากกว่า แต่ปีนี้คงต้องประเมินสถานการณ์แวดล้อมอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนกำลังซื้อลูกค้าเอไอเอสเองยังไม่มีสัญญาณลดลง ขณะที่งบลงทุนปีนี้ใช้ไปแล้ว 29,000 ล้านบาท จากที่วางงบประมาณสร้างโครงข่ายใหม่ไว้ 40,000 ล้านบาท โดยจะพยายามทำให้งบดำเนินงานทุกอย่างมีสัดส่วนเหมาะสม ทั้งการขยายโครงข่ายใหม่ สถานีฐาน 3จี การดูแลลูกค้าในแกนต่างๆ การหาพาร์ทเนอร์ในหลายอุตสาหกรรม เพื่อมาต่อยอดบริการให้ลูกค้าที่มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น

"นอกจากเป็นซีอีโอแล้ว ระหว่างนี้ผมยังรับตำแหน่งซีเอ็มโอ ดูแลด้านมาร์เก็ตติ้งควบคู่กันไปด้วย" นายสมชัย กล่าว

'วิเชียร'ฝากผลงานเปิด4จีปลายปี

นายวิเชียร เมฆตระการ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส ซึ่งเซ็นสัญญา 2 ปี เพื่อดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา กล่าวว่า ในสภาวะที่คู่แข่งอีก 2 ราย พยายามชูจุดเด่นและขายความเป็น 4จี ให้ผู้บริโภค ภายในสิ้นปีนี้เอไอเอสจะเปิดให้บริการ 4จี ด้วย ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีมาช่วยให้บริการจัดสรรคลื่นความถี่ที่มีอยู่ให้บริการแก่ลูกค้า เบื้องต้นการเปิดให้บริการต้องมีสถานีฐานไม่น้อยกว่า 300-400 แห่ง