PTT ลดการถือหุ้น ไม่กระทบ BCP แต่ยังมีความเสี่ยง
ประเด็นข่าว
ปิยะสวัสดิ์ อัมระนันท์ เผยหากเข้ามาเป็นกรรมการ PTT จะเร่งผลักดันให้ PTT ขายหุ้นในบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ที่ถือหุ้นในสัดส่วน 27.22% และโรงกลั่นสตาร์ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ถือหุ้นในสัดส่วน 36% ออกมา เพื่อต้องการลดส่วนแบ่งการตลาดในการขายส่ง จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งเกินกว่า 50% และ สนับสนุนแก้ไข พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าบังคับใช้กับ ปตท. และรัฐวิสาหกิจอื่น เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่แท้จริง (ที่มา: หนังสือพิมพ์ทันหุ้น)
ผลกระทบและความเห็น
ไม่กระทบการดำเนินงาน BCP: เราเคยให้ความเห็นไว้ก่อนหน้านี้ต่อประเด็นดังกล่าว (บทวิเคราะห์อุตสาหกรรม วันที่ 21 พ.ค.) ซึ่งหาก PTT ลดสัดส่วนการถือหุ้นทั้งหมดใน BCP (จำนวน 375 ล้านหุ้น) เราเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานของ BCP โดยเฉพาะความกังวลต่อเรื่องของการจัดหานํ้ามันดิบสำหรับการกลั่น เนื่องจากการพูดคุยกับ BCP ในงาน Analyst meeting ล่าสุด การจัดหาวัตถุดิบมีสัญญาเป็น Term Contract ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบหาก PTT ลัดสัดส่วนการถือหุ้น
ยังมีความเสี่ยงจากกำไร 2Q57 ที่อ่อนตัว: แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q57 คาดว่าจะปรับลดจาก (1) ค่าการกลั่นที่ลดลงตามฤดูกาล โดยปัจจุบันค่าการกลั่นตลาดสิงค์โปร์เฉลี่ย 2Q57 อยู่ที่ 5.8 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 8%QoQ และ (2) กำลังกลั่นคาดว่าจะลดลง 44%QoQ เหลือ 5.5 หมื่นบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากบริษัทมีแผนหยุดซ่อมหน่วยกลั่นเป็นเวลา 46 วัน แม้จะมีรายได้จากการผลิตไฟฟ้าเพิ่ม หลังโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ Phase 3 เดินเครื่องเร็วกว่ากำหนดก็ตาม แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้จากธุรกิจหลักที่ลดลง เนื่องจากสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าคิดเป็นเพียง 20% ของทั้งหมด
คำแนะนำและเหตุผล
ขาดปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุน แนะนำเพียง “ถือ”: เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ไว้ที่ 3.9 พันล้านบาท ลดลง 17%YoY และให้มูลค่าเหมาะสมของ BCP ไว้ที่ 34 บาท อย่างไรก็ตามเรายังคงแนะนำเป็นเพียง “ถือ” สำหรับ BCP แม้จะไม่ได้รับผลกระทบจากลดสัดส่วนการถือหุ้นของ PTT แต่ระยะสั้น BCP ขาดปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุน อีกทั้งยังมีแรงกดดันจากค่าการกลั่นที่ลดลง รวมทั้งกำไรสุทธิ 2Q57 ที่อ่อนตัว









