วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออมสินผนึก6พันธมิตรอุ้มเอสเอ็มอี

ออมสินจับมือ 6 พันธมิตรเสริมศักยภาพเอสเอ็มอีและรายย่อยราว 1.2 หมื่นรายที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน

นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสินเปิดเผยว่า ธนาคารและหน่วยงานพันธมิตร 6 องค์กร ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือว่าด้วย"โครงการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตอย่างยั่งยืน" โดยธนาคารออมสินจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนด้านเงินทุนอย่างครบวงจรทั้งในรูปแบบการให้สินเชื่อและเงินร่วมลงทุน (Venture Capital)

ทั้งนี้ 6 องค์กรพันธมิตร ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์กรมหาชน) (สนช.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กรรมการพัฒนาชุมชน(พช.)และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ซึ่งทั้ง 6 องค์กรนี้จะช่วยคัดกรองผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวเข้ามาเข้าร่วมในโครงการ

“จุดประสงค์ของโครงการ คือ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเอสเอ็มอีและรายย่อยในกลุ่มที่เริ่มก่อตั้งธุรกิจหรือที่มีนวัตรกรรม มีโอกาสที่จะเติบโต แต่ขาดแหล่งเงินทุนในการดำเนินธุรกิจและไม่มีระบบที่จะเข้ามาสนับสนุน ให้ได้รับความช่วยเหลือด้านแหล่งเงินทุนอย่างเป็นรูปธรรม”

นายธัชพล กล่าวว่า จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ริเริ่มโครงการนี้ระบุว่า ในจำนวนกลุ่มเอสเอ็มอีกว่า 2 ล้านราย ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีขนาดย่อมและวิสาหกิจชุมชนที่มีความพร้อมในด้านผลิตภัณฑ์แต่ขาดความรู้ด้านการบริหารทางการเงิน การตลาด และ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงิน เนื่องจาก ขาดความพร้อมด้านหลักฐานการเงิน เพื่อให้สามารถต่อยอดจากวิสาหกิจขนาดย่อมหรือวิสาหกิจชุมชน ขึ้นไปเป็นบริษัทหรือธุรกิจที่มีศักยภาพในอนาคตได้

ทั้งนี้ ความร่วมมือจะมีระยะเวลา 5 ปี หากโครงการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะมีการพิจารณาความร่วมมือกันต่อไป เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่หน่วยงานพันธมิตรคัดกรอบและพร้อมส่งให้ธนาคาร คาดว่า จะมีไม่ต่ำกว่า 1.2 หมื่นราย ซึ่งธนาคารได้เตรียมวงเงินไว้รองรับเบื้องต้นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยจะพิจารณาผลักดันโครงการความร่วมมือนี้ให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

“ในช่วงแรก เราคงให้ความช่วยเหลือในรูปแบบการให้สินเชื่อไปก่อน เบื้องต้น เราคาดว่า จะมีสินเชื่อในระยะแรกไม่เกิน 2 พันล้านบาท เมื่อถึงจุดที่เอสเอ็มอีมีความพร้อมและมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และต้องการที่จะเพิ่มทุน เพื่อขยายธุรกิจ เช่น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ ถ้ามีสินทรัพย์เกิน 20 ล้านบาท เราก็พร้อมที่จะเข้าไปร่วมลงทุนด้วย”

สำหรับอัตราดอกเบี้ยและวงเงินที่จะให้ในแต่ละรายนั้น เขากล่าวว่า เรื่องเกณฑ์การให้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย รวมถึง เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพนั้น ทางธนาคารและ 6 องค์กรพันธมิตรจะร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละภาคธุรกิจอีกครั้ง ซึ่งโดยหลักการของการให้สินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยในเบื้องต้นนั้น คงขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละธุรกิจและตัวเอสเอ็มอีเอง

ปัจจุบันธนาคารออมสินได้เข้าไปร่วมลงทุนกับธุรกิจในลักษณะ Venture Capitalอยู่ใน 2 กองทุน คือ กองทุน SME opportunity fund ซึ่งมีผลตอบแทนสูงเฉลี่ย 300-400% และ กองทุน Aureos ซึ่งมีผลตอบแทนเฉลี่ย 30%