ดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวดิ่ง เร่งหามาตรการฟื้นตลาดครึ่งปีหลัง เว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าจีน
สทท.ชี้ดัชนีเชื่อมั่นผู้ประกอบการดิ่ง หนุนหน่วยงานรัฐเร่งฟื้นความเชื่อมั่นตลาดต่างประเทศ ปลดล็อกคำเตือนเดินทางพร้อมเสนอเจรจา ทูตอียูชี้แจงไทยแก้ปัญหาปลอดภัยท่องเที่ยว ชง คสช.ทบทวนให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าตลาดจีน หวังกู้ตัวเลขท่องเที่ยวก่อนสูญ 5.8 หมื่นล้านบาท
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า จากการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในไทย ไตรมาส 2 ปี 2557 ปรากฏว่าอยู่ในระดับ 87 ถือเป็นการประเมินต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2554 และยังต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของ 3 ปีที่ผ่านมา โดยสาเหตุหลักจากความกังวลด้านการเมือง เนื่องจากช่วงเวลาที่ทำการสำรวจเกิดขึ้นก่อนการประกาศกฎอัยการศึก
แต่เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นในไตรมาส 3 ปรากฏว่าขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 95 โดยที่ สทท.เชื่อว่าเมื่อมีการประกาศกฎอัยการศึก จะส่งผลดีในแง่ของการยุติข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และจะทำให้สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวพัฒนาดีขึ้นตามลำดับ
ดังนั้น สทท.จึงประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวในปี 2557 ไว้ภายใต้ 2 เงื่อนไข คือ หากสร้างความเชื่อมั่นกับต่างชาติได้ คาดว่าไตรมาสที่ 3 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.84 ล้านคน เติบโต 5.23% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาส 4 ที่จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซันจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 7.85 ล้านคน เพิ่มราว 12.46% และส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรวมตลอดปีอยู่ที่ 26.84 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ สทท.เห็นว่าควรจะมีการกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เป็นรูปธรรมภายใน 2 สัปดาห์นี้ โดยหากไม่มีมาตรการกระตุ้นตลาดที่เหมาะสม คาดว่าไทยอาจสูญเสียนักท่องเที่ยวตลอดปีนี้ไปถึง 1.25 ล้านคน และรายได้ลดลงราว 5.84 หมื่นล้านบาท หรือเหลือนักท่องเที่ยวตลอดปีเพียง 25.59 ล้านคน เพราะไตรมาส 3 ตลาดต่างชาติจะลดต่อเนื่องราว 4.92% เหลือเพียง 6.18 ล้านคน และไตรมาส 4 ตลาดเพิ่มเพียง 4.01% เหลือ 7.26 ล้านคน
โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ต้องการผลักดัน ได้แก่ แนวทางการฟื้นฟูตลาดจีน ซึ่งมีศักยภาพกลับมาเร็วที่สุดในเดือน ส.ค.นี้ ด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้ทั้งจีนและไต้หวันอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี
นอกจากนี้ จากปฏิกิริยาล่าสุดของสหภาพยุโรป (อียู) คว่ำบาตรไทยไปจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น ในส่วนของการท่องเที่ยวประเมินเบื้องต้นว่าอาจจะส่งผลช่วงสั้น หรือกระทบเฉพาะตลาดการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) บ้างเล็กน้อย เนื่องจากตรงกับช่วงโลว์ซีซันพอดี แต่เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียในระยะยาวจึงต้องการให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งดำเนินการประชุมทำความเข้าใจกับเอกอัครราชทูตอียูในไทยทั้งหมด โดยเฉพาะการให้คำชี้แจงเรื่องสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยที่เริ่มมีกระบวนการจัดการปัญหาความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยว






