8 สมาคมประมงไทยยืนยัน ได้แก้ไขปรับปรุง ป้องกัน ทุกขั้นตอน ไม่มีการใช้แรงงานเด็กและใช้แรงงานเยี่ยงทาส
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสมาพันธ์ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมประมงไทย ร่วมกับ 8 สมาคม อาทิ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมกุ้งไทย สมาคมปลาป่นไทย และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย แถลงถึงกรณีสหรัฐประกาศลดอันดับการค้ามนุษย์จากเทียร์ 2 เป็นเทียร์ 3 และขณะนี้อยู่ระหว่างให้แต่ละประเทศจัดทำรายละเอียดก่อนประกาศคว่ำบาตรมาตรการต่างๆ กับประเทศที่ถูกจัดอันดับ ว่า ในส่วนของประเทศไทยน้อมรับคำตัดสินของสหรัฐ แต่ถือว่าไม่แฟร์ ดังนั้น คงต้องติดตามคำตัดสินของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ภายใน 90 วัน ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมประมง โดยเฉพาะกุ้งและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ขอปฏิเสธกรณีสหรัฐระบุอุตสาหกรรมกุ้งไทยมีการใช้แรงงานเด็ก แรงงานผิดกฎหมายเยี่ยงทาส ซึ่งตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา สมาคมต่างๆ ได้แก้ไขปรับปรุง ป้องกัน ทุกขั้นตอน จึงขอยืนยันว่าไม่มีการใช้แรงงานเด็กกระทำการเยี่ยงทาสอย่างที่กล่าวหา ที่ผ่านมาสมาคมได้แจ้งเบาะแส จนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองลงโทษกับผู้กระทำผิดด้านแรงงาน ไม่ว่าแรงงานในประเทศ หรือแรงงานต่างด้าว ตามกฎหมายค่อนข้างรุนแรง อีกทั้งหากสมาชิกใดกระทำผิดต่อกฎหมายแรงงานจะถูกขับออกจากการเป็นสมาชิก ไม่สามารถทำการค้าหรือส่งออกอุตสาหกรรมกุ้งไปตลาดต่างประเทศได้ ถือเป็นมาตรการค่อนข้างรุนแรงและสมาชิกก็ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง
นายพจน์กล่าวว่า ทางภาคเอกชนจะไม่มีการตอบโต้สหรัฐ แต่อยากให้หลายประเทศมีความมั่นใจในอุตสาหกรรมกุ้งไทยทุกขั้นตอนตามระบบสากล กลุ่มได้มีการจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารห่วงโซ่ของภาคอุตสาหกรรมกุ้งไทยทุกขั้นตอน ซึ่งกระทรวงแรงงานและกระทรวงการต่างประเทศเห็นชอบแล้ว หลังจากนี้ไม่ว่าหน่วยงานใดสงสัยกลุ่มสามารถนำข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ไปชี้แจงทำความเข้าใจ และที่สำคัญแม้สหรัฐหรือสหภาพยุโรป (อียู) วิตกกังวลเกี่ยวกับห่วงโซ่การดำเนินอุตสาหกรรมประมงไทย แต่ขณะนี้ผู้ซื้อรายใหญ่ทั้งกลุ่มอียูและสหรัฐมีความมั่นใจว่าไม่มีการใช้แรงงานเยี่ยงทาสตามที่สื่อต่างประเทศโจมตีแต่อย่างใด
กลุ่มพร้อมให้หน่วยงานในต่างประเทศหรือประเทศไทย เช่น กลุ่มเอ็นจีโอ หรือผู้ค้าของไทยทั่วโลกที่ยังสงสัย สามารถเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์จริงได้ ซึ่งกลุ่มพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายไทยและสากล พร้อมต่อต้านการใช้แรงงานผิดกฎหมาย
ส่วนกรณีอียูประกาศทบทวนความสัมพันธ์ เท่าที่ได้รับรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศของไทยจะไม่กระทบการค้ากับไทย แต่มีบางโครงการ เช่น การเปิดเขตการค้าเสรีไทย-อียู อาจต้องเลื่อนการลงนามบันทึกความเข้าใจออกไปก่อน เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์ปกติ หลายประเทศจะให้ความสนใจประเทศไทย เพราะหลายประเทศมองว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคนี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนเดือนกันยายนนี้ กลุ่มจะทำเรื่องชี้แจงการนำสินค้าไทย เช่น กุ้ง ปลาทูน่า ที่อยู่ในบัญชีจับตามองพิเศษของสหรัฐ ให้ออกจากรายการดังกล่าว เพราะเชื่อว่าทั้ง 2 กลุ่มทำตามหลักเกณฑ์ระบบสากล และไม่เกี่ยวข้องกับการถูกกล่าวหาใช้แรงงาน ซึ่งคาดหวังว่าสหรัฐจะยอมให้สินค้าทั้ง 2 ชนิด หลุดจากบัญชีดังกล่าว โดยกลุ่มมั่นใจอย่างมาก ซึ่งไทยได้กำหนดแนวทางว่า กลางเดือนกรกฎาคม ทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องนำข้อมูลต่างๆ มารวมกันไว้ให้เกิดความชัดเจนและเตรียมออกไปโรดโชว์ชี้แจงทำความเข้าใจทั้งสหรัฐและยุโรป






