กสท.สั่ง'ไทยทีวี-โลก้า'ปรับผังรายการใน7วัน หลังพบเสนอสัดส่วนข่าวและสาระต่ำกว่าหลักเกณฑ์ผังรายการ
หลังจากโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) เริ่มออกอากาศเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ปัจจุบันทั้ง 24 ช่อง มีหน้าที่ส่งผังรายการใหม่มาให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พิจารณาผังรายการก่อนออกอากาศ 15 วัน โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ผังรายการแต่ละประเภท “ช่องข่าว” กำหนดสัดส่วนข่าวและสาระ 50% ส่วนช่องวาไรตี้และช่องเด็ก กำหนดผังรายการข่าวและสาระ 25% ของเวลาออกอากาศ
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ด กสท.วานนี้ (23 มิ.ย.) สำนักงาน กสทช. ได้รายงานผลวิเคราะห์ผังรายการทีวีดิจิทัล 24 ช่อง โดยพบว่ามี 2 ช่อง คือ ช่องไทยทีวี ประเภทข่าว และ ช่องโลก้า ประเภทเด็กและครอบครัว ของบริษัทไทยทีวี จำกัด ต้องปรับปรุงรายการใหม่ เนื่องจากยังไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ผังรายการตามประกาศฯ กสทช.
ส่งหนังสือเตือนปรับผังใน 7 วัน
จากการวิเคราะห์ผังรายการช่องไทยทีวี ประเภทข่าว สำนักงาน กสทช.แจ้งว่าผังข่าวและสาระจำนวน 10 รายการ คิดเป็นสัดส่วน 39% ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ กสทช. ที่กำหนดสัดส่วน 50% นอกจากนี้ยังพบว่าในช่วงเวลาไพร์มไทม์ 18.30-22.30 น. มีสัดส่วนผังข่าวและสาระ 4% ต่ำกว่าที่ กสทช. กำหนดไว้ที่ 50%
ขณะที่ช่องโลก้า ประเภทเด็กและครอบครัว พบว่าผังรายการข่าวและสาระมีจำนวน 17 รายการ คิดเป็นสัดส่วน 13% ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ กสทช. กำหนดไว้ที่ 25%
ดังนั้น บอร์ด กสท.จึงเห็นชอบให้สำนักงาน กสทช. ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังบริษัทไทยทีวีจำกัด ให้ดำเนินการปรับผังรายการทั้ง 2 ช่องให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ผังรายการ กสทช. ภายใน 7 วันหลังจากได้รับหนังสือแจ้ง
พร้อมกันนี้คณะอนุกรรมการผังรายการและเนื้อหารายการ จะเชิญผู้บริหารช่องไทยทีวีและโลก้า มาชี้แจงผังรายการทั้ง 2 ช่องอีกครั้ง
“การส่งหนังสือแจ้งเตือนปรับผังรายการทั้ง 2 ช่อง ไทยทีวีและโลก้า เพื่อให้ปรับปรุงรายการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และยังไม่มีบทลงโทษใดๆ หากปฏิบัติตาม เพราะถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นการออกอากาศทีวีดิจิทัล ซึ่งทุกช่องอยู่ในช่วงการปรับตัว แต่กรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม สำนักงาน กสทช. จะดำเนินตามหลักเกณฑ์และกติกาอื่นๆ ต่อไป” พ.อ.นที กล่าว
ไทยทีวีแจงผังใหม่ 1 ก.ค. นี้
ด้าน นางสาวนรินทร ณ บางช้าง ผู้อำนวยการ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวี กล่าวว่า ผังรายการใหม่ของช่องไทยทีวี เต็มรูปแบบจะออกอากาศในวันที่ 1 ก.ค. นี้ โดยจะมีสัดส่วนรายการข่าวและสาระ 70% เช่นเดียวกับช่องโลก้า ที่จะนำเสนอเนื้อหาข่าวและสาระสัดส่วนเกิน 25% ตามหลักเกณฑ์ผังรายการของ กสทช.
พร้อมทั้งจะเข้าไปชี้แจงผังรายการใหม่ ตามที่สำนักงาน กสทช. และคณะอนุกรรมการผังรายการฯ ส่งหนังสือเชิญ
ทั้งนี้ ช่วงต้นเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการ บริษัทไทยทีวี จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ช่องไทยทีวี และโลก้า ได้ประกาศปรับผังรายการช่องไทยทีวีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. 2557 หลังจากโพสต์ทีวี ยกเลิกการผลิตรายการให้ช่องไทยทีวีเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2557 โดยระบุว่า หากรวมผังรายการข่าวบันเทิงและข่าวทั่วไป สัดส่วนรายการกลุ่มข่าวและสาระของช่องจะอยู่ที่ 61%
ปลดล็อก 57 ช่องทีวีดาวเทียม
พ.อ.นที กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท. ได้พิจารณาช่องทีวีดาวเทียม 143 ช่อง ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกอากาศ หลังจากคณะอนุกรรมการ 3 ชุด ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการไม่ใช้คลื่นความถี่ฯ คณะอนุกรรมการผังรายการและเนื้อหารายการ และคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้พิจารณาการยืนยันให้บริการบอกรับสมาชิกและเนื้อหารายการในช่องทีวีดาวเทียม กลุ่มดังกล่าว โดยบอร์ด กสท. เห็นชอบให้ 57 ช่องทีวีดาวเทียม ออกอากาศได้
ส่วนกลุ่มที่ยังไม่ได้รับสิทธิออกอากาศ ประกอบด้วย จำนวน 42 ช่อง ที่พบการกระทำผิดเข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค จะต้องเข้ามาชี้แจงข้อมูลกับคณะอนุกรรมการฯ อีกครั้ง จำนวน 19 ช่อง อยู่ระหว่างการส่งเทปออกอากาศรายการตรวจสอบเพิ่มเติม จำนวน 21 ช่อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม และ จำนวน 4 ช่อง คือ เอ็มวี5 พีแอนด์พี บลูสกาย และเอเอสทีวี ถูกระงับออกอากาศจากประกาศ คสช.ฉบับที่ 15 ดังนั้นการพิจารณาให้กลับมาออกอากาศอีกครั้ง จะต้องมีประกาศปลดล็อกจาก คสช.เป็นลำดับแรก
คสช.ออกคำสั่งประชาพิจารณ์คูปอง
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วานนี้ (23 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ส่งหนังสือถึง สำนักงาน กสทช. มีคำสั่งให้จัดทำประชาพิจารณ์โครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนครัวเรือนไทยทั่วประเทศรับชมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล
ดังนั้น บอร์ดใหญ่ กสทช. จะประชุมเพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ (25 มิ.ย.) โดยกำหนดประชาพิจารณ์ 4 ภาค ประกอบด้วย กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา รวมเวลา 15 วัน กำหนดประเด็นประชาพิจารณ์ ราคาคูปอง 1,000 บาท และการใช้คูปองเพื่อเป็นส่วนลดและแลกซื้ออุปกรณ์ 4 ประเภท
ทั้งนี้ มองว่าการแจกคูปองส่วนลดเป็นรูปแบบที่สะดวกในการใช้งานของประชาชน ที่จะนำไปซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมต่อการใช้งานของแต่ละครัวเรือน และน่าจะเหมาะสมกว่าการแจกกล่องรับสัญญาณ
ชงรายจ่ายกสทช.เข้าสภาฯ
นายฐากร กล่าวอีกว่า กรณีแนวทางการตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายของสำนักงาน กสทช. หลังจากนี้ สำนักงานได้เสนอความเห็นต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แล้วว่า ให้นำงบประมาณรายจ่ายของ สำนักงาน กสทช. พิจารณาเห็นชอบในรัฐสภา เช่นเดียวกับหน่วยงานรัฐอื่นๆ จากระบบเดิมที่ตั้งงบประมาณรายจ่ายเอง โดยมี สตง. และซูเปอร์บอร์ด กสทช. เป็นผู้ตรวจสอบ
การจัดตั้งงบประมาณรายการ กสทช. โดยผ่านรัฐสภา เพื่อเป็นกระบวนการตรวจสอบรายจ่ายของ กสทช. หลังจากนี้ โดย คสช. สามารถดำเนินการได้ทันที ด้วยการออกประกาศ คสช. โดยไม่ต้องแก้กฎหมายอื่นๆ ในปีที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. มีงบประมาณรายจ่าย 4,700 ล้านบาท






