เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่หุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไรของนักลงทุน
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยมีตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) อยู่ที่ 1.90% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.00% เท่ากับสัปดาห์ก่อนเช่นกัน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-27 มิ.ย. 2557 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ รวมทั้งคงจะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือนซึ่งเป็นช่วงสิ้นงวดกลางปี ทั้งนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะทรงตัวอย่างต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.00%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.15% ในวันศุกร์ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับ 3.15% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับลดลงในวันจันทร์จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ก่อนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ โดยมีแรงขายพันธบัตรระยะยาวจากทั้งกองทุน และนักลงทุนในประเทศและต่างชาติ ขณะที่ กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.00% ตามคาด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.62% ในวันพฤหัสบดี ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับ 2.60% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงเล็กน้อยในวันจันทร์ โดยมีแรงซื้อจากความกังวลสถานการณ์ในอิรักและยูเครน ก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันอังคาร หลังข้อมูลตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯที่เร่งตัวขึ้นสูงสุดในรอบปี อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนลดลงอีกครั้งในวันพุธหลังเฟดลดวงเงินการซื้อพันธบัตรตามคาด และมุมมองที่ว่า เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งในวันพฤหัส หลังการขายพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ (TIPS) ของรัฐบาลสหรัฐฯไม่ได้รับการตอบรับที่ดี
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
เงินบาทอ่อนค่าลง ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ตามแรงซื้อพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ก่อนจะอ่อนค่ากลับมาในช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ ก่อนการประชุมเฟด และการเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุนจากเหตุความขัดแย้งในอิรัก และข้อพิพาทเรื่องก๊าซระหว่างยูเครนและรัสเซีย เงินบาทฟื้นตัวขึ้นบางส่วนในช่วงต่อมา หลังสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินจากประธานเฟด กระตุ้นแรงขายทำกำไรเงินดอลลาร์ฯ ออกมาบางส่วน อย่างไรก็ดี แรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ จากผู้นำเข้าและสถานะขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าลงอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์
ในวันศุกร์ (20 มิ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.45 เทียบกับระดับ 32.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 มิ.ย.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (23-27 มิ.ย.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของคสช. รายงานนโยบายการเงินของธปท. (ซึ่งจะมีการเปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจปี 2557-2558) และดัชนี PMI เดือนมิ.ย. (เบื้องต้น) ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ยอดขายบ้านใหม่/บ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน การใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนพ.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือนเม.ย. จีดีพีประจำไตรมาส 1/2557 (ทบทวนครั้งสุดท้าย) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
เงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังจากอ่อนค่าลงช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์รับข่าวตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เดือนพ.ค. ที่เพิ่มสูงกว่าที่ตลาดคาด อย่างไรก็ดี เงินยูโรฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ เนื่องจากมีแรงขายเงินดอลลาร์ฯ หลังการประชุมเฟด โดยแม้ว่าเฟดจะมีการปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรภายใต้มาตรการ QE อีก 1.0 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือนตามที่ตลาดคาด แต่ก็ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2557 และอัตราดอกเบี้ยระยะยาวลง ซึ่งทำให้นักลงทุนประเมินว่า จุดยืนเชิงนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ยังคงเป็นทิศทางผ่อนคลายต่อไปอีกระยะหนึ่ง
เงินเยนแกว่งตัวในกรอบ โดยเงินเยนได้รับแรงหนุนในช่วงต้นสัปดาห์ในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัยท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดในอิรัก และความขัดแย้งเรื่องก๊าซระหว่างรัสเซียและยูเครน ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ หลังสัญญาณจากถ้อยแถลงของประธานเฟดหลังการประชุม FOMC สะท้อนว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงอยู่ที่ระดับต่ำต่อไปอีกระยะ อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็หนุนให้เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นได้อีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์
ในวันศุกร์ (20 มิ.ย.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3600 เทียบกับ 1.3542 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 มิ.ย.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 102.08 เทียบกับ 102.05 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไรของนักลงทุน โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,467.29 จุด เพิ่มขึ้น 0.77% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 19.34% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 43,499.54 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 502.60 จุด เพิ่มขึ้น 1.66% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ จากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหลังมีการขายทำกำไรในสัปดาห์ก่อน และแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงานจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันโลก ก่อนดัชนีจะปรับลดลงจนถึงกลางสัปดาห์จากแรงขายในหุ้นกลุ่มสื่อสาร เนื่องจากความกังวลต่อการเลื่อนประมูลใบอนุญาต 4G อย่างไรก็ตาม ตลาดปรับขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์จากแรงซื้อเก็งกำไรของนักลงทุน
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 23-27 มิ.ย. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีอาจยังปรับตัวผันผวน ขณะที่การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ความเชื่อมั่นผู้บริโภค รายได้บุคคลสหรัฐฯ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้ง GDP Q1/2557 (Final Est.) ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,444 และ 1,437 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,485 และ 1,496 จุด ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดเชื่อมั่นว่าเฟดจะตรึงดอกเบี้ยในระดับต่ำอีกระยะหนึ่ง โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนี DJIA ปิดที่ 16,921.46 จุด เพิ่มขึ้น 0.87% จากสัปดาห์ก่อน ดัชนี DJIA เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ โดยช่วงต้นสัปดาห์ได้แรงหนุนของข่าวการควบรวมกิจการ รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อที่ปรับเร่งตัวขึ้นสร้างอานิสงส์ต่อหุ้นกลุ่มธนาคารแม้ว่าตลาดจะได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ในอิรัก และในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ยังได้แรงหนุนจากการที่ตลาดเชื่อมั่นว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำอีกระยะหนึ่ง
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้น จากการอ่อนค่าของเงินเยนและข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 15,349.42 จุด เพิ่มขึ้น 1.67% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับร่วงลงในวันจันทร์จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิรัก ก่อนที่จะมีแรงซื้อหุ้นกลับคืนในช่วงกลางสัปดาห์ จากแรงหนุนของการอ่อนค่าของเงินเยน รวมทั้ง ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และการที่เฟดจะยังคงดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ตลาดปรับลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์จากแรงขายทำกำไร







