วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

วันชื่น (คืนความสุข) เกมบอล- เกมธุรกิจ

ชมบอลโลก 64 แมตช์ หนึ่งในแคมเปญคืนความสุขที่ คสช.จัดให้ ธุรกิจโหนกระแสกู้ยอดขาย win win ทั้งเกมบอล-เกมธุรกิจ

มองไปทางไหน ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม จาก "มหกรรมคืนความสุข" ให้คนไทยทั้งชาติ หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าบริหารประเทศได้ไม่ถึงเดือน พาเหรดหลายมาตรการเติมเต็มความสุขให้คนไทยไม่ขาดสาย เริ่มต้นด้วยการคืนเงินค่าข้าวให้ชาวนา วงเงินกว่า 9 หมื่นล้าน จนมาถึงการปราบปรามคอร์รัปชัน ล้างบางมาเฟีย ด้วยการ "จัดระเบียบ" สลากกินแบ่ง วินรถตู้ ไปจนถึงวินมอเตอร์ไซค์ ฯลฯ

จนหลายคนพูดติดตลกว่า เริ่ม "สำลักความสุข" เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้คนไทยเป็นโรค "เครียดเรื้อรัง" จากความขัดแย้งทางความคิด แบ่งฝักแบ่งฝ่าย จนกรมสุขภาพจิตต้องออกมาเตือนสติคนไทยให้ใจเย็นๆ

อีกหนึ่งความสุขที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะ 4 ปีมีครั้ง ที่คนทั้งโลกตั้งตาคอย คือศึกดวลลูกหนังโลกอย่าง "มหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014" ซึ่ง "บราซิล" แชมป์โลก 5 สมัยสวมบทเจ้าภาพ ก่อนนัดฟาดแข้งจะระเบิดขึ้นในวันที่ 12 มิ.ย. 2557 (13 มิ.ย. 2557 ตามเวลาของประเทศไทย) ตลอดเวลาเดือนเศษของการแข่งขัน

ทว่า ก่อนวันเปิดสนามไม่กี่วัน บ้านเรายังอลหม่านกับการ "ถ่ายทอดสอด" ผ่าน "ฟรีทีวี" ว่าตกลงคนไทยจะได้ชมบอลโลกกี่แมตช์ 22 หรือ 64

เมื่อเจ้าของสิทธิ์อย่างบริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด (RSBS) กำหนดให้ชม 22 แมตช์ฟรีผ่านช่อง 8 (อาร์เอส) ช่อง 7 ร้อนถึงคสช. ออกโรงร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ควักเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) 427.015 ล้านบาท เยียวยา "อาร์เอส" เพื่อ "คืนความสุข" ให้คนไทยทั้งชาติ (22 ล้านครัวเรือน)

ดูบอลโลกทั้ง 64 แมตช์ ได้ผ่านฟรีทีวี !!

ประเด็นนี้มีทั้งกระแสคัดค้านและเห็นด้วยจากสังคม โดยเฉพาะในโซเซียล มิเดีย บ้างก็ว่าเงินจำนวนดังกล่าว น่าจะนำไปทำประโยชน์อย่างอื่น ไม่ใช่แค่ให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลกฟรี แต่อีกนัยหนึ่ง การเสพบอลโลกผ่านโทรทัศน์ ถือเป็นการซื้อความสุขในราคา"ถูก"ที่สุดแล้ว

ความสุขของแฟนบอลชาวไทยยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อคสช.ยังประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ทำให้บรรดาแฟนพันธุ์แท้ที่อยากออกไปเชียร์ทีมโปรดนอกบ้านตามร้านอาหาร ผับ บาร์ คึกคักกันถ้วนหน้า

ทว่า..จะดูฟุตบอลอย่างไรให้มีความสุข..?? เหล่าแฟนบอล และนักธุรกิจคลั่งบอล มีคำแนะนำ

"เอก กันยาประสานกิจ" คอบอล เขาให้คำตอบสั้นกระชับว่า.."มีความสุข" เพราะตอนนี้ได้ดูครบทั้ง 64 แมตช์

เหตุผลสนับสนุนความสุขของแฟนบอลอย่างเขาและอีกหลายๆ คน คือ "ฟุตบอลโลก" เป็นรายการกีฬาที่ยิ่งใหญ่เปรียบดั่ง "ศึกชุมนุมจ้าวยุทธจักร" ทว่า...ปีนี้การแข่งขันดึกทำให้ต้องวางแผนก่อนชมการฟาดแข้งว่าจะเลือกชม "คู่ไหน" แถมยังต้องเตรียมออกกำลังกายช่วงเย็นให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม เบิร์นแคลอรีไว้ก่อนรับมือมื้อดึก

"ต้องกลับมานอนพักผ่อนให้เพียงพอ และใช้นาฬิกาปลุกให้เป็นประโยชน์ เพราะปีนี้จะให้ดูทุกคู่คงไม่ไหว" เขาแนะเทคนิคดูแลสุขภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเป็นห่วงสำหรับการดูฟุตบอลโลกปีนี้ หนีไม่พ้น "การพนัน" ที่แนะว่า "อย่าเล่น" เป็นดีที่สุด เพราะความสุขตรงหน้าอาจกลายเป็นความทุกข์ในบัดดล

ถามว่าเชียร์ทีมไหน ตอบเลยว่าสิงโตคำราม "อังกฤษ" เพราะ "เชียร์มาตั้งแต่เด็ก จะเลิก(เชียร์)หลายครั้งก็เลิกไม่ได้ซักที ส่วนทีมที่คิดว่าจะได้แชมป์น่าจะเป็นบราซิลหรือเยอรมัน" ก่อนลังเลว่า "ไม่รู้สิมันทายยากจัง"

"ธีรภัทร์ ศรีสมุทร" หัวเราะชอบใจที่ได้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 ทั้ง 64 แมตช์ เพราะทำให้เพิ่มโอกาสชมทีมโปรดมากขึ้น

"พอเป็นแบบนี้ผมดูแทบทุกคู่เลยครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

จะดูเกมการฟาดแข้งให้สนุก เขายังเลือกดูฝีเท้าของดาวเด่น (Star) แต่ละทีม ว่าแมตช์ดวลแข้งจะโชว์ฟอร์มการเล่นออกมายังไง เขายังสร้างสีสันความสนุกให้ตัวเองด้วยการเล่นเกมในเว็บบล็อก ซึ่งเป็นกิจกรรมร่วมกับอาดิดาสเอาใจคอบอลในโลกออนไลน์

"ณพล เหลืองเกษร" มองต่างออกไปไม่ใช่แค่สุขใจที่ได้ดูบอลผ่านฟรีทีวี เพราะสำหรับเขา ควักเงินซื้อกล่องพร้อมชมเสร็จสรรพ "เสียเงินซื้อกล่องก็มีความสุขได้" ส่วนเคล็ดลับความสุขในการดูบอลสำหรับเขาคือการได้ดู "ลีลานักเตะ" ในเกมฟาดแข้งว่านักเตะอยู่ทีมชาตินี้อยู่ในสโมสรฟุตบอลใด

อีกกิจกรรมเสริมยามดูกีฬานัดใหญ่ระดับโลก เขาจะแว้บไปเล่นเกมทายผลฟุตบอล ได้เทเครดิตบนหน้าตักไปลุ้นในเกมกีฬาชนิดที่ไม่ต้องพึ่งพาพนันให้เสียเงินเสียทอง

สำหรับเขาขอเชียร์ทีมฟ้าขาว "อาร์เจนติน่า" คว้าแชมป์ โดยให้เหตุผลง่ายๆ "เพราะชอบเมสซี่ คาดว่าอาร์เจนฯ จะเป็นแชมป์เพราะมีเมสซี่"

"รักษ์ธรรม รักศรีอักษร" บอกว่า ถ้าฟุตบอลโลกปีนี้ไม่มีดูฟรีก็มีเซ็งเล็กน้อย

ขณะที่แทคติกในการดูบอลให้สนุกและสุข เขาแนะว่าให้อ่านประวัตินักเตะบ้าง หาทีมโปรดในดวงใจไว้คอยเชียร์ เล็งนักเตะขวัญใจ "แล้วจะสนุกกับการเชียร์เอง" ด้วยข้อจำกัดเวลาดูที่ดึก เขาก็ขอให้ดูเฉพาะคู่ที่สนใจวันละคู่ หากไม่มีงานก็อาจทุ่มเทดู 2 คู่ได้ไม่ว่ากัน

"ภัทรพล จรเจริญ" เขายังให้มุมมองถึงการที่คสช.ยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศว่า มีส่วนทำให้คนอยากออกไปดูบอลนอกบ้านมากขึ้น เพราะแน่นอนว่าดูบอลพร้อมกองเชียร์หลายคนย่อมสนุกกว่าดูคนเดียวอยู่แล้ว

หลากวิธีการดูบอลที่แฟนๆ ให้ทรรศนะ คือการแบ่งเวลาให้เป็น รีบเข้านอนพักผ่อน ที่สำคัญถ้ามีงานเช้าอย่าเผลอดูครบ 3 คู่ ไม่งั้นความสุขอาจนำความทุกข์

ใช่แค่หนุุ่มๆ ที่ลุ่มหลงกีฬาลูกหนัง สาวๆ ไม่น้อยที่เฝ้าหน้าจอดู "นักเตะ" สุดหล่อ ของแต่ละชาติ ชนิดที่เห็นแล้วใจละลาย และอดที่จะหาข้อมูลประวัติมาอวดกันบนโลกออนไลน์มากมาย

ขณะที่นักธุรกิจก็ให้มุมมองความสุขกับเกมบอลไว้อย่างน่าสนใจ

"อลงกรณ์ ชูจิตร" รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ระบุว่า การกลับมาของมหกรรมกีฬาที่มวลมนุษยชาติทั้งโลกรอคอยอย่าง "ฟุตบอลโลก 2014" เป็นอีเวนท์ที่คนไทยให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าชาติใด เพราะการแข่งขันที่มีขึ้น 4 ปีครั้ง แต่ปีนี้ดูเหมือนจะมีปัจจัยอื่นมาช่วย "กระตุ้น" ความรู้สึกให้คนไทยติดตามมากขึ้น คือกระแสสื่อสังคมออนไลน์ (Social media) สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ที่ประโคมข่าวเกี่ยวกับฟุตบอลโลกอย่างมาก

ขณะที่คนไทยจำนวนมาก "ลุ้น" ว่าจะได้รับชมการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีหรือไม่ พอผลออกมาว่าคนทั้งประเทศสามารถรับชมกีฬายอดนิยมได้ทางฟรีทีวี ปลุกความ "อยาก" ดูได้ทวีคูณ

"เป็นจังหวะพอดีที่มีเรื่องให้สื่อต่างๆ ได้พูดคุยถึงเรื่องฟุตบอลโลก สื่อช่วยโปรโมทเยอะ เป็นแรงกระตุ้นให้คนไทยอยากรู้อยากเห็น จึงมองว่าปีนี้เป็นปีที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 มีคนไทยติดตามมากกว่าปี 2010"

ดูบอลอย่างไรให้มีความสุข "อลงกรณ์" ตอบติดตลกว่า "ถ้าจะดูบอลโลกปีนี้ให้สนุกต้องดูด้วยแอลจี อัลตร้า เอชดี ทีวี" พร้อมเสียงหัวเราะลั่นชอบใจ ก่อนฝากถึงแฟนลูกหนังให้รักษาสุขภาพกันด้วย

ขณะที่ทีมโปรดของนักธุรกิจคนนี้ คือ "แซมบ้าบราซิล" แถมฟันธงว่าเจ้าภาพมีสิทธิ์คว้าชัยชนะมาครอง เพราะความได้เปรียบจากการเป็นเจ้าบ้าน น่าจะเป็นแต้มต่อได้ แม้นัดที่สองจะโชว์ฟอร์มไม่ดีทำได้แค่เสมอเม็กซิโกก็ตาม

"ฟุตบอลก็เหมือนธุรกิจจะให้ดีตลอดคงไม่ได้ แต่ก็ยังมองบราซิลจะเป็นแชมป์" เขาบอก

ฟากแบรนด์ระดับโลกจากเมืองเบียร์ อย่าง "อาดิดาส" ที่ทุ่มทุนเป็นสปอนเซอร์ชุดกีฬา รองเท้าฯ ให้กับทีมชาติหลากทีม ออกปากเป็นปลื้มกับความสุขจากมหกรรมบอลโลก "วรวรรธน์ เตชะมนตรีกุล" ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) บอกว่า มองในมุมความสุขอาจจะพูดยาก แต่เห็นสัญญาณที่ดีว่าการระเบิดศึกลูกหนังโลกช่วยปลุก "Mood" ของผู้บริโภคได้

เพราะฟุตบอลโลกเป็นมหกรรมกีฬาที่คนไทยคุ้นชิน ดังนั้น ไม่ว่ารูปแบบการรับชมกีฬาของคนไทยจะผ่านช่องทางฟรีทีวี หรือต้องจ่ายเงิน เชื่อว่าทุกคนดิ้นรนเพื่อให้ได้ดูในสิ่งที่ต้องการและพร้อมจ่ายอยู่แล้ว

"โชคดีปีนี้คนไทยดิ้นรนน้อยหน่อย จนถึงขั้นไม่ต้องดิ้นรนก็ได้ชม เพราะเป็นกิจกรรมที่คนไทยรอดู และยอมอดนอนเพื่อสิ่งนี้" เขาเล่าเคล้าเสียงหัวเราะ ก่อนจะเตือนว่า หากต้องอดตาหลับขับตานอนเพื่อดูการแข่งขัน 3 คู่ต่อคืนเห็นจะไม่ไหว เพราะอย่าลืมหน้าที่ความรับผิดชอบอื่นๆยังมี

"ผมถือว่านี่คือช่วงเวลาที่คนไทยได้มีความสุขจริงๆ เรามีโอกาสได้พูดคุยเปลี่ยนทัศนะกันในเรื่องอื่นบ้าง นอกจากการเมือง" เขาฉายภาพแห่งความสุขระยะสั้นๆ ที่คนไทยได้สัมผัส เพราะหลังจบเกมการแข่งขันเช้ามาก็จะมีการจับกลุ่มวิพากษ์วิเคราะห์ถึงเหตุผลที่ทำให้ทีมในดวงใจปราชัย เกิดการติดตามต่อเนื่อง กระตุ้นคนที่ไม่สนใจให้หันมาปรายตามอง เพื่อขออยู่ในกระแส

"ทำให้คนไทยครึ่งค่อนประเทศได้แชร์ความสุขร่วมกัน"

ครั้นถามทีมชาติที่เขาส่งใจเชียร์ปีนี้ เป็นใคร วรวรรธน์ ตอบทันควันว่า "ทีมซามูไร" เหตุผลเพราะเป็นทีมจากเอเชีย จึงลุ้นให้เข้ารอบลึกๆ เพื่อประกาศศักดาให้โลกประจักษ์ใน "ฝีเท้า" เพราะหากดูชื่อชั้นนักเตะหลายคนก็เล่นให้กับสโมสรดังระดับโลก

"เอาใจเชียร์เป็นพิเศษคือทีมชาติญี่ปุ่น แม้ว่านัดแรกจะเล่นไม่ดี ก็อยากให้มีเซอร์ไพรส์และเข้ารอบลึกๆ ส่วนทีมที่เชียร์มาตลอดและไม่เคยทำให้ผิดหวังยกให้เยอรมนี เพราะการทำทีมเวิร์คมากๆ แม้จะมีนักเตะเจ็บและเปลี่ยนผู้เล่นใหม่ลงมาก็อยู่ในระบบทีมจริงๆ ลุ้น เชียร์แล้วสนุก"

เมื่อบอลโกลเรียกเสียงเชียร์ สร้างสีสันแห่งความสุขให้แฟนๆสตั๊ด ได้ขนาดนี้ คงดีไม่น้อยหากทีมโปรดของพวกเขาคว้าชัย แต่แม้ว่าจะต้องผิดหวัง ทีมชาติใดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ไปครอง

อย่าลืมมองเกมกีฬาอย่างมีสปิริต !!

------------------------------

ดูบอลอย่างไร "ไม่ให้เสีย"

ไม่ใช่เสพสุขบนจอแก้วจนเพลิน เมินมองสุขภาพตัวเอง ยังมีคำเตือนจากนักวิชาการง่ายๆ ระหว่างรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างไร "ไม่ให้เสีย" (สุขภาพ)

"พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์" ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ระบุว่า การดูบอลให้สุขคือ ดูแล้วไม่เสียสุขภาพ ไม่เสียเงิน และควรแบ่งเวลารับชมให้เหมาะสม เพราะเวลาแข่งขันค่อนข้างดึก การนอนประมาณ 4 ชั่วโมง (ชม.) จะช่วยให้ร่างกายเฟรชมากขึ้น ถ้าอดนอน 1 คืนไม่มีปัญหา แต่ห้ามอดนอนติดต่อกันเกิน 2 คืน เพราะตะกอนในตัวจะออกมา จะทำให้อารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว สุขภาพไม่ดี" ฉะนั้นร่างกายจึงต้องมีแบตสำรองไว้ชาร์จเพิ่ม การนอนหลับอีก 2 ชม. ถือว่าช่วยได้ หรือระหว่างวันที่รับประทานอาหาร "อิ่ม" ก็ให้หนังตาหย่อนและงีบ 10 นาที ก็เท่ากับนอนหลับ 2 ชั่วโมง

"เทคนิคง่ายๆ ระหว่างวันหากทานข้าวอิ่ม และเป็นช่วงที่เลือดเลี้ยงกระเพาะ สร้างพลังงาน เลี้ยงสมอง การงีบ 10-20 นาที ก็เท่ากับนอน 2 ชม. หรือวิธีง่ายกว่านั้นคือ นั่งสมาธิ 5-10 นาที ก็ฟื้นฟูร่างกายได้ นี่คือความมหัศจรรย์ของร่างกาย" ส่วนการจัดสรรเวลาก็ง่าย เพียงแค่เลือกทีมที่ชอบและใช่ ไม่ต้องตามติดทั้ง 64 แมตช์ ทีมที่เหลือก็หาเวลาดูย้อนหลัง หรือไฮไลต์ช็อตเด็ดแค่นั้น

เกมการแข่งขันสุดมันส์ สร้างความตื่นเต้นให้ตลอดเวลา ยังเป็นความเสี่ยงให้ "หัวใจ" กรำงานหนัก ลุ้นอะไรสุขมากขึ้นเรื่อยๆ อะดรีนาลีนหลั่งก็ให้ระวังกันไว้บ้าง

"ดูบอล เชียร์นักกีฬาฮีโร่ที่แข็งแกร่ง ก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย" คุณหมอย้ำ

สิ่งที่ต้องตระหนักไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการพนันขันต่อ และยาเสพติด เพราะนอกจากจะทำให้เสียสุขภาพ เสียเงินในกระเป๋าแล้ว ยังทำให้ความเครียดตามมา หากทายผลแล้วพ่าย

ขณะที่ "สง่า ดามาพงษ์" ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ บอกว่า การแข่งขัน 64 แมตช์ ถ้าจะดูกันจนตาแฉะ อดนอน จะนำไปสู่ความป่วยไข้ ดังนั้นแฟนบอลที่ดีต้องสนุกในเกมส์และสุขภาพต้องดีด้วย กลวิธีการดูบอลควรวางแผน 3 ระยะ ดังนี้

1.ก่อนดูบอลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถามตัวเองว่าจะดูคู่ไหน เวลาใด เพื่อวอร์มร่างกาย นอนให้เร็วขึ้นก่อนลุกมาดูรอบตี 2 หรือตี 5 รวมทั้งการเตรียมเสบียงให้ดี กิน ดื่มอาหารประเภทใดไม่เสียสุขภาพแต่ให้พลังงานสูง เมนูง่ายๆ ที่แนะนำหนีไม่พ้นผลไม้ นมพร่องมันเนย น้ำผลไม้ที่ไม่มีรสหวาน ทำให้ร่างกายแข็งแรง

"ก่อนเกมก็ต้องทำใจไม่ให้ตื่นเต้นจนเสียสติ คุมอารมณ์ไม่อยู่"

2.ระหว่างชมการแข่งขัน เล็งความสูงเก้าอี้ โซฟาว่าเหมาะกับระดับทีวี สูงต่ำกว่าระดับสายตาแค่ไหน แสงไฟสลัวเกินไปไหม เพราะอาจทำให้เสียสายตา ขณะเดียวกันช่วงชมก็ต้องยืดเส้นยืดสาย การคุมสติ หากเกมตื่นเต้นเร้าใจ เบรกอารมณ์หงุดหงิด ถ้าจำเป็นต้องกินดื่ม ก็ต้องไม่ซ้ำเติมสุขภาพ เลี่ยงกาแฟจะทำให้ร่างกายดึงน้ำออกมา หาอาหารที่มีวิตามินช่วยให้ร่างกายตื่นตัว เป็นต้น

3.หลังชมฟุตบอล ต้องรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ เลือกเมนูที่มีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการแก่ร่างกาย เพื่อเสริมสร้างพลังงานต่อไป

------------------------------

ธุรกิจ "สุข" เพราะบอลโลก

ไม่เพียงคอบอลที่จะสุข ภาคธุรกิจก็ได้รับอานิสงส์ ลิ้มรสความสุขกันเบาๆ หลังผ่านพ้นครึ่งปีแรก ปาดเหงื่อกันถ้วนหน้า อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า

ฟุตบอลโลก 2014 บูมการจับจ่ายใช้สอยสะพัดเฉียด 7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าบอลโลกจะสร้างความคึกคักให้ธุุรกิจอู้ฟู่ถึง 2.16 หมื่นล้านบาท

"วรวรรธน์ เตชะมนตรีกุล" ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด ชี้อานิสงส์จากปรากฏการณ์คอบอลว่าจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มบ้าบอลแบบฮาร์ดคอร์ เตะฟุตบอลเป็นประจำ กลุ่มไม่มีเวลาเตะบอลแต่ขอเป็นแฟนบอลเหนียวแน่นเกาะติดลีกดังๆ และกลุ่มที่ไม่สุนทรีย์จะตามติดดูบอล แต่ 4 ปีมีครั้ง เลยไม่อยากตกกระแส กลุ่มเหล่านี้ทำให้เกิดกำลังซื้อมหาศาล ตลอด 1 เดือนของการระเบิดศึกลูกหนัง

เพราะอาดิอาส จำหน่ายทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา เสื้อทีมชาติที่เป็นแฟชั่น และของที่ระลึก ลูกฟุตบอลลาย "Brazuca" เท่านั้นที่ถูกนึกถึงในเวลานี้

"ผลตอบรับทางธุรกิจค่อนข้างดี ทีแรกผมคาดการณ์ว่าผลในเชิงธุรกิจไม่น่าจะหนีไปจากมหกรรมฟุตบอลยูโร 2012 มากนัก เพราะว่าเป็นกิจกรรมที่มีขึ้นห่างกัน 2 ปีครั้ง แต่เอาเข้าจริงผลตอบรับต่างกันเยอะมาก ฟุตบอลโลก 2014 กระแสดีกว่ามาก เปรียบเทียบการเติบโตของยอดขายในช่วงยูโร 2012 อัตราขยายตัว 2 หลัก (ไม่ต่ำกว่า 10%) ทำได้สบายๆ" เขาฟันธง

ด้าน อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) หยิบยกมุมมองธุรกิจมาเล่าว่า ฟุตบอลโลก 2014 เป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างสีสันให้กับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะทีวี ที่ก่อนระเบิดศึกฟาดแข้งเพียง 1 เดือน ยอดขายโตกระฉูด 15% เมื่อเทียบกับ 5 เดือนแรกตลาด "ติดลบ" 2-3% ทั้งที่ปกติแล้วตลาดควรจะโตได้ 7-8% หากแต่ตัวเลขเติบโตสารตะ 1 เดือนที่เห็น "สำหรับคนทำธุรกิจทีวี ผมว่าโอเคนะ" ยังกลายเป็นการสร้างความหวังให้กับธุรกิจในครึ่งปีหลังว่าตลาดจะปรับตัวดีขึ้น ช่วยกอบกู้ยอดขายช่วงครึ่งปีแรก

"การใช้จ่ายเงินทางการตลาดใน 5 เดือนแรกไม่ดี แต่จากนี้ไปธุรกิจจะมั่นใจในการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะมองว่าเหตุการณ์คงไม่เลวร้ายเหมือนกับ 5-6 เดือนก่อน"

ไม่เพียงธุรกิจในหมวดภาพและเสียงที่จะ "ฟื้น" แต่ฟุตบอลโลก ยังสร้างโมเมนตัมที่ดีให้กับธุรกิจอื่นทั้งองคาพยพ "สินค้าและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับการรับชมฟุตบอลโลกก็ขายดีขึ้น ไม่ใช่แค่ทีวี" เขาย้ำก่อนขยายความว่า

อีกหนึ่งปัจจัยบวกที่หนุนให้ตลาดทีวี "เติบโต" มาจากการปรับเปลี่ยนการรับชมทีวีอนาล็อกไปสู่ทีวีดิจิทัล ที่เริ่มออกอากาศกันอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาด้วย ซึ่ง 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประจวบเหมาะกันพอดี

"ไม่รู้ว่าอันไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน แต่ถ้าไม่มีทีวีดิจิทัล ยอดขายทีวีโตจากเดือนก่อน (พ.ค.) ประกอบกับการรัฐประหารจบ ภาพรวมเศรษฐกิจดูดีขึ้น ฉะนั้นหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมๆ กันเลยแยกไม่ออก จากที่ผ่านมาความมั่นใจและการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคน้อยลงมาโดยตลอด"

เคอร์ฟิวก็ยกเลิกแล้ว ธุรกิจอาหารบริการด่วน(QSR) ที่คอยป้อนคนหิวตลอด 24 ชั่วโมง อย่างเคเอฟซี ก็มองว่าบอลโลกสร้างสีสันให้กับภาคธุรกิจ โดย "แววคนีย์ อัสโสรัตน์กุล" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า "ดีแน่นอน" เพราะตอนนี้การยกเลิกเคอร์ฟิว ทำให้เคเอฟซีเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงได้ในหลายสาขา และยังมีเดลิเวอรี่ สามารถบริการจัดส่งได้เต็มที่

"คอบอลโลกสามารถสั่งซื้อสินค้าและบริการได้ เคเอฟซีพร้อมส่งจนกระทั่งร้านปิด" เธอย้ำและขยายความว่า "นี่จะเป็นโมเมนตัมที่ดีสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง"

จะสำลักความสุขอย่างเดียวก็กระไร ในมุมบวกก็ยังมีมุมมองที่ต่างออกไปของ "ปริญ มาลากุล ณ อยุธยา" ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ผู้ทำตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ "ไฮเนเก้น" วิเคราะห์สวนทางหลายๆ คน โดยบอกว่า บอลโลกและยกเลิกเคอร์ฟิว ไม่ได้หนุนตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากนัก เพราะปกติเวลาจำหน่ายก็ถูกจำกัดจากกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนที่หวังว่าเคอร์ฟิวจะดึงคอบอลให้ออกมาเชียร์ตามผับ บาร์ ร้านอาหารนอกบ้าน เห็นจะไม่จริง เพราะเวลาถ่ายทอดสดดึกดื่นเที่ยงคืนซะขนาดนี้ นอนเชียร์ที่บ้านน่าจะดีกว่า