วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แอร์เอเชียเอ็กซ์คาดรายได้เกินพันล.

ไทยเแอร์เอเชียเอ็กซ์ เจาะตลาดนักท่องเที่ยวอิสระ เปิดเส้นทางบินแรก กรุงเทพ-โซล

นายนัดดา บุรณศิริ ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวว่า บริษัทได้ให้บริการแบบประจำในเส้นทางระยะไกล ใช้เวลาบินเกิน 4 ชั่วโมง เส้นทางแรกระหว่างกรุงเทพฯ-โซล และปัจจุบันมียอดจองล่วงหน้าแล้ว 75% ยาว 3 เดือน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า อัตราผู้โดยสาร (Cabin Factor) ทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 80%

ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนให้บริการเส้นทางการบินกรุงเทพ-ญี่ปุ่น ในเดือนหน้า บริษัทจึงมั่นใจว่า ในปีนี้สายการบิน ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์จะมีผู้โดยสารเกิน 2 แสนคน และมีรายได้รวมเกิน 1,000 ล้านบาท โดยบริษัท มีแผนรับเครื่องบินเพิ่ม 2-3 ลำต่อปี เพื่อรองรับผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นายนัดดา กล่าวว่า การเปิดให้บริการบินระยะไกลของสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airline) จะไม่กระทบกับตลาดการท่องเที่ยว และเชื่อว่าผู้ให้บริการสายการบินปกติ (Full Service) จะไม่ใช้กลยุทธ์การแข่งขันด้านราคา เนื่องจากการเข้ามาให้บริการบินระยะไกลของสายการบินต้นทุนต่ำ จะช่วยเพิ่มฐานนักท่องเที่ยว เพราะเหมาะกับนักท่องเที่ยวอิสระ (Foreign Independence Tourist : FIT) ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มมากขึ้น

"ยอดผู้โดยสารของไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เป็นผู้โดยสารที่จองเที่ยวบินออนไลน์ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวอิสระ คิดเป็น 90% ของยอดผู้โดยสาร ซึ่งสอดคล้องกับการให้บริการของสายการบินต้นทุนต่ำ และในอนาคต ไทย แอร์ เอเชีย เอ็กซ์ ก็เพิ่มการให้บริการในพื้นที่แถบเอเชียแปซิฟิกเพิ่ม"

เขากล่าวว่า ปัจจุบัน ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าจะให้บริการเส้นทางใหม่ในประเทศใดบ้าง ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมผู้โดยสารเป็นหลัก ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาเลือกเปิดเส้นทางใหม่ จาก 3 เหตุผลหลักคือ ระบบขนส่งที่สะดวกสบาย, เป็นเมืองท่องเที่ยว, และสามารถให้บริการด้านราคาที่นักท่องเที่ยวสนใจ

ปัจจุบัน บริษัท ไทย แอร์ เอเชีย เอ็กซ์ มีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท มีเครื่องบินให้บริการ 2 ลำ ศักยภาพการบินไม่เกิน 10 ชั่วโมง ผู้ถือหุ้นหลักประกอบด้วย นายทัศพล แบเลเว็ลด์ และกลุ่มเพื่อน ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และบริษัท แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เบอร์ฮาด (มาเลเซีย) ถือหุ้น 49%

ทางด้านนางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผู้อำนวยการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า คาดการณ์นักท่องเที่ยวรวม 5 ตลาด ประกอบด้วย เกาหลี จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น ในปีนี้ น่าจะปรับตัวลดลง สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในประเทศไทย โดยคาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวเกาหลี จะลดลง 14% นักท่องเที่ยวจีน ลดลง 13% นักท่องเที่ยวฮ่องกง ลดลง 21% นักท่องเที่ยวไต้หวัน ลดลง 13% และนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ลดลง 24%

ยอดตัวเลขรวมนักท่องเที่ยวทั้ง 5 ตลาด ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค. - พ.ค.) มีจำนวน 10.3 ล้านคัน ปรับลดลง 5.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยยอดนักท่องเที่ยวที่ลดลงมากที่สุดคือ ฮ่องกง สืบเนื่องจากการแจ้งเตือนการเดินทางมาประเทศไทย ซึ่งทางการของฮ่องกงค่อนข้างรุนแรง

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการรวบรวมข้อมูลจากบริษัททัวร์ และยอดจองโรงแรม จึงยังไม่มีตัวเลขของนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT)

"นักท่องเที่ยวในปัจจุบันมีแนวโน้มเดินทางแบบอิสระ ไม่อ้างอิงกับบริษัททัวร์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งนิยมออกแบบการด้วยตัวเอง หาข้อมูลออนไลน์และจองโรงแรม รวมทั้งการเดินทางออนไลน์"

เธอกล่าวว่า ททท. ได้เร่งหามาตรการเยียวยานักท่องเที่ยว เพื่อให้สถานการณ์ท่องเที่ยวดีขึ้น อาทิเช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวประเทศจีนในระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน และการช่วยเหลือด้านการประกันการเดินทาง ในประเทศที่บริษัทประกันไม่คัฟเวอร์ อย่างไรก็ตาม มาตรการการเยียวยาต้องขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง