วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Company Focus:TOP_180557

พาราไซลีนเริ่มฟื้น หลังสถานการณ์คลี่คลายระยะสั้น

ส่วนต่างราคาพาราไซลีนเริ่มฟื้นตัว

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาเราเริ่มกลับมาให้ความสนใจ TOP เนื่องจากราคาหุ้นยังมี Upside 24% จากมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินไว้ที่ 65 บาท เรามองว่าราคาหุ้นตอบรับการปรับลดของส่วนต่างราคาพาราไซลีนในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จากกำลังผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น ประเด็นที่ทำให้เรากลับมาแนะนำลงทุนอีกครั้งมาจากการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาพาราไซลีน รวมทั้งอัตราการใช้กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่มีแผนหยุดซ่อมใน 2H57 จะทำให้ TOP มีกำไรสุทธิฟื้นตัวเป็นลำดับ โดยเรายังคงกำไรสุทธิปี 2557 ไว้ที่ 8 พันล้านบาท

เชื่อว่า 2Q57 ส่วนต่างราคาพาราไซลีนตํ่าสุด

แม้ตลาดคาดหมายว่าจะมีกำลังผลิตใหม่เพิ่มอีก 5 ล้านตันใน 2H57 แต่เราเชื่อว่าจะไม่สามารถเดินเครื่องได้ทั้งหมด เนื่องจากครึ่งหนึ่งยังมีปัญหาเรื่องการจัดหาวัตถุดิบ ประกอบการช่วงปลายปีจะมี ความต้องการใช้พาราไซลีนเพิ่ม จากกลุ่มผู้ผลิต Polyester ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล โดยปี 2557 คาดหมายว่า Demand Polyester จะยังคงเติบโต 4.8%YoY ทำให้เชื่อได้ว่าส่วนต่างราคาพาราไซลีนใน 2Q57 จะเป็นจุดตํ่าสุด โดยปัจจุบันส่วนต่างราคาพาราไซลีน 2Q57 (Qtd) อยู่ที่ 191 เหรียญต่อตัน ลดลง 30%QoQ

ค่าการกลั่นอ่อนตัวแต่เชื่อว่าจะฟื้นตัวใน 2H57

ค่าการกลั่นที่ปรับลดเป็นไปตามฤดูกาล เนื่องจาก 2Q57 เป็นช่วง Low Season ของความต้องการใช้นํ้ามัน ขณะที่ปัจจุบันโรงกลั่นในภูมิภาคเริ่มกลับมาเดินเครื่องหลังมีแผนหยุดซ่อมมากในช่วง เม.ย. – พ.ค. อย่างไรก็ตามค่าการกลั่นสิงค์โปร์เฉลี่ย 2Q57 (Qtd) อยู่ที่ 5.8 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลงเพียง 6%QoQ ถือว่าลดลงน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ขณะที่ FACTs ยังคงคาดหมาย Demand ในปี 2557 เติบโต 1 ล้านบาร์เรล ขณะที่กำลังกลั่นใหม่ปรับเพิ่มเพียง 0.5 ล้านบาร์เรล เท่านั้น ประกอบการ 2H57 จะเป็นช่วงที่ความต้องการใช้นํ้ามันปรับเพิ่มตามฤดูกาล

คาดกำไรสุทธิ 2Q57 อ่อนตัว QoQ

ก่อนหน้านี้ TOP ประกาศกำไรสุทธิ 1Q57 สูงถึง 2.5 พันล้านบาท ดีกว่าที่เราคาด แต่เรายังคงมุมมองเชิงลบต่อผลประกอบการ 2Q57 แม้ราคานํ้ามันดิบที่ปรับเพิ่มจะทำให้ความเสี่ยงต่อการรับรู้ Stock Loss ลดลง แต่ผลประกอบการยังคงเผชิญกับปัจจัยลบจาก (1) กำลังกลั่นรวมลดลง เนื่องจากบริษัทมีแผนหยุดซ่อมในช่วง มิ.ย. – ก.ค. (2) ค่าการกลั่นลดลง (3) กำลังผลิตอโรเมติกส์ลดลง ตามแผนของโรงกลั่น และ (4) ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์พาราไซลีนที่ลดลง จากกำลังผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เบื้องต้นเราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.2 – 1.4 พันล้านบาท