วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ตำรวจปัดบึ้มกรุงโยงการเมือง

ตำรวจปัดบึ้มกรุงโยงการเมือง

เอกชนขานรับเลิก"เคอร์ฟิว" ขณะที่รักษาการผบ.ตร.ปัดบึ้มกรุงโยงการเมือง ไม่ใช่ฝีมือกลุ่มต้านรัฐประหาร

ระเบิดขว้างอาร์จีดี 5 อาละวาดทันควันวันเลิกเคอร์ฟิว ตูมสนั่นแยกพระราม 9 ทำรถเสียหาย 2 คัน ตำรวจตั้ง 2 ปม ทั้งป่วนเมือง และขับรถปาดหน้ากัน แต่ "บิ๊กสีกากี" ทั้งรักษาการ ผบ.ตร. และ รองผบ.ตร.ประสานเสียง ไม่เกี่ยวการเมือง ไม่ใช่ฝีมือกลุ่มต้านรัฐประหาร แค่อาชญากรรมปกติ ขณะที่ คสช.ขู่ประกาศใหม่บางพื้นที่ที่ไม่สงบ ภาคเอกชนขานรับเลิกเคอร์ฟิว สถานบันเทิงคนแน่น ลุยยึดตู้ม้ากว่า 200 ตู้ย่านมีนบุรี

สถานการณ์หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิกการประกาศมาตรการห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่คืนวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีเหตุระเบิดเกิดขึ้นทันที แม้นายตำรวจระดับสูงจะยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองก็ตาม

เวลาประมาณ 23.45 น.วันที่ 13 มิ.ย. ร.ต.ท.จักรภพ ฉิมผึ้งพระเนาว์ พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน รับแจ้งพบเศษชิ้นส่วนวัตถุระเบิดบริเวณแยกพระราม 9 ถนนพระราม 9 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิติ ยุกตานนท์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.มักกะสัน และ พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) และเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน

ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณริมถนนพระราม 9 ขาเข้า ใกล้กับสวนหย่อมทางเบี่ยงเข้าถนนอโศก พบร่องรอยหลุมระเบิดทำให้คอนกรีตแตกกระจายเล็กน้อย ห่างออกไป 16 เมตรพบกระเดื่องระเบิดขว้างชนิดสังหาร อาร์จีดี 5 ที่ผลิตจากประเทศรัสเซียตกอยู่ 1 อัน นอกจากนั้นยังพบรถยนต์เก็งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นมีโอ สีขาว หมายทะเบียน 1กศ 8789 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นมิราจ หมายเลขทะเบียน 1กก 8709 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายจากสะเก็ดระเบิดบริเวณตัวถังรถ และยางรถแตกทั้ง 4 เส้น

ขณะเดียวกัน ยังมีป้อมตำรวจจราจรในละแวกที่เกิดเหตุได้รับความเสียหาย กระจกแตกด้วย เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมวัตถุพยานทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะขว้างระเบิดมาจากถนนพระราม 9 ซึ่งไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุมากนัก

พ.ต.อ.กำธร กล่าวว่า กระเดื่องระเบิดที่พบ มีการลบหมายเลขออกไป จึงต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ตร.ตั้ง2ปม"ป่วนกรุง-ขับรถปาดหน้า"

ต่อมาช่วงบ่ายวานนี้ (14 มิ.ย.) พ.ต.อ.กิติ ยุกตานนท์ ผกก.สน.มักกะสัน เผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า เหตุการณ์ปาระเบิดเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 19.30 น.ของวันที่ 13 มิ.ย. ซึ่งในที่เกิดเหตุพบว่ามีรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นบริโอ้ สีขาว ได้รับความเสียหาย ยางรถด้านหน้าขวาแตก รวมทั้งรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นมิราจ หม้อน้ำแตก ภายหลังตรวจสอบแล้วพบว่าสาเหตุเกิดจากแรงระเบิด จึงได้ประสานหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) เข้าตรวจสอบ พบกระเดื่องของระเบิดชนิด อาร์จีดี 5 ตกอยู่สวนหย่อมใกล้ป้อมตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไปตรวจสอบ

"ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบริเวณสี่แยกพระรามเก้า ว่าคนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ หรือขว้างใส่ที่เกิดเหตุ รวมทั้งตรวจสอบกล้องตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้ก่อเหตุและหลบหนี ส่วนสาเหตุตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ เป็นการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย และอาจเป็นการขับรถปาดหน้าแล้วคู่กรณีตามมาก่อเหตุก็เป็นได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง" พ.ต.อ.กิติ กล่าว

ขณะที่ ร.ต.ท.จักรภพ ฉิมผึ้งพระเนาว์ พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน กล่าวว่า ได้เรียกสอบปากคำผู้เสียหายไปแล้ว 1 ปาก คือเจ้าของรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นบริโอ ปรากฏว่าเจ้าของรถคิดว่ายางแตกธรรมดา ขณะนี้กำลังประสานผู้เสียหายอีก 1 ราย คือ เจ้าของรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นมิราจ ที่หม้อน้ำแตก มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม

2 บิ๊กตำรวจเชื่อไม่เกี่ยว"บึ้มการเมือง"

ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) รักษาราชการแทน ผบ.ตร. กล่าวว่า เหตุระเบิดที่แยกพระราม 9 ไม่ได้เป็นการท้าทายอำนาจของ คสช.โดยกลุ่มต่อต้านการยึดอำนาจ แต่เหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นการก่ออาชญากรรมปกติในเมืองใหญ่ที่มักมีปัญหา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้ว เบื้องต้นคาดว่าจะใช้ระยะเวลาตรวจสอบระยะหนึ่ง ก่อนสรุปและรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว

"ตำรวจมีกำลังพลจำกัด จึงอยากให้ทหารช่วยดูแลความเรียบร้อยด้วย" พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว เมื่อถามว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ต้องทบทวนการยกเลิกเคอร์ฟิวหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล ตอบว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ คสช. แต่ขณะนี้เหตุการณ์ยังไม่ถึงขั้นนั้น ตำรวจยังดูแลสถานการณ์ได้อยู่

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าระเบิดที่เกิดขึ้นมาจากที่ไหน หรือมีวัตถุประสงค์อย่างไร แต่คาดว่าอาจมีคนนำมาทิ้งไว้ และรถเกิดไปทับ จึงทำให้เกิดเหตุระเบิดขึ้น หรืออีกข้อสันนิษฐานคืออาจจะเกิดการทะเลาะระหว่างกลุ่มวัยรุ่น แต่คาดว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว เพราะช่วงเวลาที่เกิดเหตุคือเวลา 19.15 น.

ขู่เคอร์ฟิวซ้ำบางพื้นที่ไม่สงบ

น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงการประกาศยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักร ว่า การข่าวจากฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองประเมินร่วมกันแล้วว่า สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่ปรากฏว่ามีความเคลื่อนไหวในลักษณะต่อต้าน คสช. จึงต้องการสร้างบรรยากาศที่ดี และผ่อนคลายให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ดี หากพื้นที่ใดมีการเคลื่อนไหวที่กระทบต่อความมั่นคง คสช.อาจจะพิจารณากลับมาประกาศใช้เคอร์ฟิวได้อีกเป็นรายพื้นที่ และขณะนี้ยังมีกฎอัยการศึกควบคุมพื้นที่อยู่

ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าพบหารือกับ นางนาวาเนเธ็ม พิลเล ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เมื่อค่ำวันที่ 13 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อชี้แจงข้อห่วงกังวลของสหประชาชาติเกี่ยวกับการควบคุมตัวบุคคลและเสรีภาพของประชาชน พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลเรื่องการยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวด้วย หลังจากก่อนหน้านี้สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้มีหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในประเทศไทย

เอกชนขานรับเลิกเคอร์ฟิว

ภาคธุรกิจทั่วประเทศได้ออกมาขานรับการยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวของ คสช. โดย นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 กล่าวว่า การยกเลิกเคอร์ฟิวทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมั่นใจในสถานการณ์การเมืองและความปลอดภัยมากขึ้น อันจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการโรงแรม บริษัททัวร์ สถานที่ท่องเที่ยว และร้านอาหารต่างๆ

นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) กล่าวว่า มีความเชื่อมั่นว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวและยอดพักโรงแรมต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือหลังจากนี้ จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากช่วงก่อนหน้านี้ลดลงไปกว่า 30%

ส่วนบรรยากาศที่สถานบันเทิงยามค่ำคืนชื่อก้องของกรุงเทพฯอย่าง "อาร์ซีเอ" ปรากฏว่าคืนยกเลิกเคอร์ฟิวคืนแรกเป็นไปอย่างคึกคัก เพราะสถานบริการสามารถปิดให้บริการในเวลา 02.00 น.ได้ตามปกติ ทำให้นักเที่ยวเนืองแน่นเป็นพิเศษ ความมีชีวิตชีวิตเริ่มกลับคืนมา รวมทั้งบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่เข็นรถเข็นขายลูกชิ้น ปลาหมึก น้ำปั่นริมทางด้วย

ไม่หยุดจับตู้ม้า-อาวุธ-ยาเสพติด

แม้จะประกาศยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวแล้ว แต่การกวาดล้างอาวุธสงครามและสิ่งผิดกฎหมายของ คสช.และส่วนราชการที่มีหน้าที่ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยที่เขตมีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังกับทหาร เข้าตรวจค้นอาคารเลขที่ 99/141 ซอยสีหบุรานุกิจ 6 และอาคาร 3 ชั้นครึ่ง เลขที่ 47/83 ซอยสีหบุรานุกิจ 10 ถนนสีหบุรานุกิจ ยึดตู้ม้า ตู้ดีดลูกแก้ว และตู้เกมผลไม้ รวมกว่า 200 ตู้ บางตู้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน บางตู้ถูกถอดเเผงวงจรไฟฟ้าออกไป คาดว่าเจ้าของตู้อาจกลัวความผิด จึงนำมาเก็บซ่อนไว้ในสถานที่ดังกล่าว

ที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก พล.ต.ทรงพล ทองจีน ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 และ นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมกวาดล้างการเล่นการพนัน อาวุธปืน และยาเสพติด โดยยึดอาวุธปืนได้ 2 กระบอก กระสุนปืนเล็กยาว 317 นัด ลูกระเบิด 6 ลูก พลุสะดุด 1 นัด ทีเอ็นที 5 แท่ง พบผู้มีสารเสพติดในปัสสาวะ 12 ราย มียาเสพติดไว้ในครอบครอง 16 ราย ของกลางยาบ้า 5,409 เม็ด การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า 1 ราย ของกลางไม้ชิงชัน 27 ท่อน ไม้แปรรูป 76 แผ่น และการกวาดล้างบ่อนการพนัน สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 12 ราย พร้อมอุปกรณ์การเล่นพนันอีกจำนวนมาก

ที่สโมสรค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) พร้อมด้วยตำรวจและฝ่ายปกครอง แถลงผลการกวาดล้างจับกุมสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาครอบครองอาวุธปืนจำนวน 72 ราย ยึดอาวุธปืนของกลาง 106 กระบอก กระสุนปืนจำนวน 304 นัด ผู้ต้องหารับส่งมอบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้ในการสงคราม จำนวน 3 ราย ของกลางอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก วัตถุระเบิด 13 ลูก กระสุนปืนจำนวน 118 นัด ดินระเบิดทีเอ็นที 1/4 ปอนด์ จำนวน 4 แท่ง