วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

เปิดวิธีตรวจสต็อกข้าว...ไม่ยากเกินจะหาความจริง

เปิดวิธีตรวจสต็อกข้าว...ไม่ยากเกินจะหาความจริง

เปิดวิธีตรวจสต็อกข้าว...ไม่ยากเกินจะหาความจริง

รายงานจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) นัดท้ายๆ ของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีปริมาณข้าวสารคงเหลือในคลังสินค้ากลาง (ที่หักภาระผูกพันแล้ว) นาปี 2554/55 ในส่วนองค์การคลังสินค้า (อคส.) อยู่ในโกดังกลาง 128 แห่ง ปริมาณ 9.54 แสนตัน ในส่วนขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ในโกดังกลาง 64 แห่ง ปริมาณ 4.8 แสนตัน

นาปรัง 2555 ในส่วน อคส.โกดังกลาง 273 แห่ง ปริมาณ 2.9 แสนตัน ในไซโลจำนวน 9 แห่ง ปริมาณ 2.55 หมื่นตัน อ.ต.ก.โกดังกลาง 135 แห่ง ปริมาณ 1.38 แสนตัน

ปี 2555/56 อคส.โกดังกลาง 618 แห่ง ปริมาณ 6.76 ล้านตัน ไซโล 153 แห่ง ปริมาณ 2.28 แสนตัน อ.ต.ก.โกดังกลาง 148 แห่ง ปริมาณ 1.35 ล้านตัน

ปี 2556/57 โกดังกลาง 160 แห่ง ปริมาณ 2.1 ล้านตัน ไซโล 25 แห่ง ปริมาณ 2.7 แสนตัน อ.ต.ก. 22 แห่ง 1.84 แสนตัน

รวมโกดังกลางทั่วประเทศทั้งของ อคส.และ อ.ต.ก. 1,548 แห่ง ไซโล 187 แห่ง มีข้าวรวม 16,724,783 ตัน

แหล่งข่าววงการค้าข้าว แสดงความเป็นห่วงการทำงานของอนุกรรมการตรวจสต็อกข้าว อนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวที่เหลือของรัฐ ที่มีแผนจะเริ่มสุ่มตรวจสต็อกข้าวทั่วประเทศช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ ว่าหากทำอย่างไม่ถูกต้อง ผลการตรวจสอบอาจกลายเป็นการรับรองข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านๆ มา

แต่หากดำเนินการอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยสร้างความกระจ่างให้กับสังคมที่มีข้อสงสัยว่าประเทศไทยมีข้าวในสต็อกเท่าใด มีอยู่จริงหรือไม่ และเป็นข้าวที่ดีมีคุณภาพตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

"ถ้าไปตรวจแบบไม่รู้อะไร เปิดโกดังเข้าไปกองสูงเต็มไปหมดจะตรวจอย่างไร อาจถูกหลอกว่าข้าวครบทั้งปริมาณและคุณภาพ และกลายเป็นว่าเราเข้าไปรับรองความถูกต้องให้เขาโดยปริยาย การลงทุนตรวจครั้งนี้ก็แทบไม่ได้อะไร หรืออาจกลายเป็นช่องทางว่าถ้าทำให้ไม่ต้องตรวจสอบพบความผิดปกติอะไร ต้องทำอย่างไร กลายเป็นความสงสัยอีกชั้นของสังคม การทำงานครั้งนี้จึงไม่ง่าย ต้องทำอย่างมีหลักการและอธิบายได้" แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก มีหนังสือถึงประธาน กขช.เมื่อ 10 ต.ค.2556 รายงานผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะจากการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลผลิตการเกษตร โดยได้จัดทำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่างๆ มีสาระสำคัญประเด็นคุณภาพข้าว

พบว่า สืบเนื่องจากปัญหาข้าวตามโครงการรับจำนำข้าวเกิดการเน่าเสีย อันเป็นผลจากการเก็บรักษาข้าวของโครงการฯเป็นระยะเวลานาน และขาดระบบการติดตามตรวจสอบคุณภาพ รวมทั้งระบบการเก็บรักษาข้าวที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดปัญหาข้าวเสื่อมสภาพ ตลอดจนขาดความเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการระบายให้ทันต่อปัญหาข้าวเสื่อมสภาพดังกล่าว เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วนในการระบายข้าวของโครงการฯ ดังนั้นจึงเห็นสมควรให้มีการระบบตรวจสอบคุณภาพและระบบการเก็บรักษาที่มีความต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่เกิดจากข้าวเน่าเสียหรือเสื่อมสภาพ

สืบเนื่องจากข้อเสนอดังกล่าว ทำให้สัญญาการเก็บข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/57 เปลี่ยนจากการเช่าโกดังกลาง มาเป็นการฝากเก็บรักษาข้าวสารในโกดังแทน เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบชัดเจน

จากรายงานของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ชี้ให้เห็นว่ามีข้าวเสื่อมสภาพอยู่มาก การตรวจสต็อกครั้งนี้จึงมีงานยากอีกข้อหนึ่ง คือ ต้องดูว่าข้าวที่มีอยู่เป็นของดีหรือไม่ แม้คณะอนุกรรมการตรวจสต็อกฯจะยังไม่กำหนดกรอบวิธีการทำงานออกมา แต่หากประเมินจากวิธีปฏิบัติของโครงการรับจำนำปี 2556/57 การตรวจสต็อกข้าวมีแนวทางต่างๆ ดังนี้

แผนและแนวทางการตรวจสอบ โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/57 กำหนดการตรวจสอบเรื่องปริมาณข้าว คือ

- การตรวจนับปริมาณข้าว โดยวิธีการวัดให้ดำเนินการใน 2 ส่วน ได้แก่ ปริมาณข้าวทางการค้าปกติ และข้าวที่รับจำนำ ให้ตรวจนับเฉพาะข้าวที่อยู่ในโรงสีที่มีสถานที่ตั้งตรงตามสัญญาเท่านั้น การคำนวณหาน้ำหนักข้าวเปลือก ใช้สูตรการหาปริมาณแล้วคำนวณเป็นน้ำหนักโดยคูณด้วย 0.55 (น้ำหนักข้าวเปลือก 1 ตัน = ข้าวเปลือก 1 ลูกบาศก์เมตร x0.55)

- การสีแปรสภาพและส่งมอบ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการ โดยตรวจสอบว่าโรงสีมีการแปรสภาพตามคำสั่งของ อคส.หรือ อ.ต.ก.หรือไม่ จำนวนครั้งและปริมาณในการสั่งสีแปร ปริมาณการส่งมอบเข้าคลังกลาง และปริมาณคงค้างการส่งมอบ ด้านการการตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้น ให้ดำเนินการสุ่มเก็บตัวอย่างรอบๆ กองข้าวเปลือก แล้วนำมาแปรสภาพเพื่อดูพื้นข้าวและลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไป

- การเข้าตรวจสอบคลัง ก่อนอื่นต้องตรวจเอกสารจากเจ้าหน้าที่คลัง ได้แก่ สัญญาฝากเก็บข้าว แผนผังการจัดวางกองข้าว แบบแจ้งการส่งมอบและการรับมอบข้าวสาร ใบโอนสินค้า ใบคุมยอด และสรุปรายงานรับ-จ่ายข้าวสารในคลังกลาง

- การตรวจสอบสถานที่เก็บ สถานที่เก็บให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญาที่เจ้าของคลังทำไว้กับ อคส.และ อ.ต.ก. การดูแล การถือกุญแจ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย อคส. อตก. เซอร์เวย์เยอร์ และคณะอนุกรรมการจังหวัด ตรวจสภาพคลังที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ข้าวสารในคลังกลาง จากนั้นเรียกแผนผังการจัดวางกองข้าวจากบริษัทตรวจสอบคุณภาพ

- การตรวจนับข้าวสารในคลังกลางที่รับแจ้งจาก อคส.และ อ.ต.ก.ทั้งหมด อาจมีปริมาณคลาดเคลื่อนจากเอกสารส่งมอบให้ ซึ่งสายตรวจจะต้องบันทึกสาเหตุการคลาดเคลื่อน

- การตรวจคุณภาพข้าว ทำการเจาะกองข้าวสาร เก็บตัวอย่างข้าวสารจำนวน 2 ตัวอย่าง ต่อ 1 กองข้าวสาร โดยทำการเก็บตัวอย่างรอบกองข้าวสารทั้ง 4 ด้าน นำมารวมกันเป็น 1 ตัวอย่าง

จากวิธีการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวในช่วงที่ผ่านๆ มา ทั้งด้านการดำเนินการ ปริมาณข้าว และอื่นๆ ทำให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามการรับจำนำข้าว ภายใต้ กขช. ได้เคยสรุปการดำเนินคดีตามโครงการรับจำนำข้าวระหว่างปี 2554-2556 จำนวน 77 คดี และคดีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับดำเนินการ 165 คดี รวมทั้งสิ้น 242 คดี

แบ่งเป็น การสวมสิทธิ์ 47 คดี ใน 13 จังหวัด เช่น กาญจนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา เป็นต้น การยักยอกทรัพย์ กรณีข้าวขาดบัญชี จำนวน 2 คดี ใน จ.อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา การปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเจ้าหน้าที่ อคส.ร่วมกันทุจริตโดยรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ 1 คดีที่ จ.สุโขทัย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีในขั้นของพนักงานสอบสวน การขนย้ายข้าวเปลือกโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 27 คดี ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สระแก้ว บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี สมุทรสงคราม และฉะเชิงเทรา

สถานะของคดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษ 1 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 30 คดี คดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง 5 คดี คดีที่ศาลพิพากษายกฟ้อง 3 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของอัยการหรือศาล 24 คดี ศาลมีคำพิพากษาลงโทษแล้ว 9 คดี ศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษแล้วอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ 5 คดี

ทั้งนี้ รายงานผลการดำเนินดคีอาญาคดีทุจริตรับจำนำข้าวรายปี ณ วันที่ 28 ก.พ.2557 แยกเป็น ปี 2554 จำนวน 2 คดี จำนวนผู้ต้องหา 2 ราย ปริมาณข้าว 6.27 ตัน ปี 2555 จำนวน 113 คดี ผู้ต้องหา 207 ราย ปริมาณ 32,091 ตัน มูลค่า 420 ล้านบาท ปี 2556 จำนวน 127 คดี ผู้ต้องหาจำนวน 179 ราย ปริมาณ 34,385 ตัน มูลค่า 429 ล้านบาท ปี 2557 จำนวน 8 คดี ผู้ต้องหา 13 ราย ปริมาณ 45 ตัน มูลค่า 624,966 บาท

รวม 250 คดี ผู้ต้องหา 401 ราย ปริมาณข้าว 66,528 ตัน มูลค่า 850.6 ล้านบาท

"เชื่อว่าการลุยตรวจสต็อกข้าวของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) น่าจะเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่ช่วยไขข้อข้องใจของสังคมว่า แท้ที่จริงแล้วโครงการรับจำนำช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ใช้เม็ดเงินกว่า 5 แสนล้านบาท เป็นเม็ดเงินที่เกิดการรั่วไหลไปเท่าไร เพราะแค่การทำงานภายใต้กรอบของ กขช.เก่า ก็จับทุจริตได้ 850 ล้านบาทแล้ว ถ้าทำงานอย่างเข้าใจและจริงจังเชื่อว่าผลการตรวจสอบครั้งนี้น่าจับตามองมาก” แหล่งข่าวในวงการค้าข้าว กล่าวทิ้่งท้าย