วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุหฤท สยามวาลา'ซีอีโอสุดติ๊สต์ กับชีวิตเฉียดตาย

ซีอีโอสุดติ๊สต์'สุหฤท สยามวาลา'ผ่านช่วงเฉียดตาย ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า บทศิลปิน นักธุรกิจ ชิมลางการเมือง จวบจนปั้นอาณาจักรสยามวาลาให้ยั่งยืน

ซีอีโอ "สุดติ๊สต์ "สุหฤท สยามวาลา" ผ่านช่วงเฉียดตาย หลังปั่นจักรยานแล้วเกิดอาการเส้นเลือดหัวใจตีบ ต้องพาตัวเองเข้าโรงหมอ ตลอดชีวิตเขา "ใช้" มันอย่างคุ้มค่า สวมบทศิลปิน นักธุรกิจ ลองชิมลางการเมือง นำทัพองค์กรกว่าร้อยปี ที่วันนี้ต้องการสร้างอาณาจักรสยามวาลาให้ยั่งยืน

เพิ่งผ่านพ้นวินาที "เฉียดตาย" ไปหมาดๆ สำหรับนักธุรกิจเฟี้ยวเงาะสุดติ๊สต์ (Artist) "โต้ สุหฤท สยามวาลา" กรรมการผู้จัดการ ดี.เอช.เอ.สยามวาลา ที่เจ้าตัวเกิดป่วยกะทันหัน จากภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ จนเกือบจะ "หัวใจวาย" แต่เจ้าตัวก็ยังตั้งสติโพสต์ข้อความผ่าน Facebook และตบด้วยประโยคที่ว่า..

"คำพูดที่บอกว่าเราไม่รู้ว่ามีวันพรุ่งนี้หรือเปล่าจงทำมันให้ดีที่สุดนี่มัน โค-ต-ร โบราณไม่น่าใส่ใจเลยครับ เพราะมันไม่น่าเป็นจริงเลยสำหรับผมจนกระทั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา(7มิ.ย.57) เห-ยด! อยู่ดีๆก็จะไม่ได้กลับบ้านตลอดไปง่ะ แสรดคุณกูยังไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ(กทม.) เบย! มันจู่โจม ไม่รู้ตัวเลย คริคริ" ไม่วายอยากเป็นผู้ว่าฯกทม.

จากนักธุรกิจที่พลิกผันตัวเองสู่แวดวงอาชีพที่หลายคน "ยี้" อย่างนักการเมือง ชิมลางสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.เมื่อปี 2555 ที่เจ้าตัวปฏิเสธว่า

"คนคิดว่าผมเข้าการเมือง ไม่ได้ไป ผมจะไปเป็นผู้ว่ากทม. ไม่สังกัดพรรค ไม่มีพรรค ไม่ได้กำลังจะเข้าพรรคการเมืองใดๆ เลย และคิดว่านี่เป็นเพียงตำแหน่งเดียวที่ยังมีความเป็นอิสระหลงเหลืออยู่ เข้าไปได้ เข้าไปไดรฟ์(ผลักดัน) อะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานครได้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ทุกคนดีขึ้น นั่นคือจุดหมาย ไม่ได้อยากเป็นนักการเมือง เพราะนั่น..ไม่ใช่สิ่งที่อยากไป" ประโยคเปิดบทสนทนาของ "โต้ สุหฤท" ที่แม้จะพลาดตำแหน่ง แต่ก็ได้ใจคนรุ่นใหม่

นักธุรกิจอินดี้คนนี้ ยังยอมรับว่านักธุรกิจหลายคนกังวลกับการก้าวสู่สังเวียนการเมือง

ทว่าสำหรับสุหฤทแล้ว "ไม่กลัว"

"ผมคิดมาก ก่อนจะไปทำ มันจะมีการเชื่อมโยงไหม ถ้าสิ่งที่เราไปทำแล้วคนไม่ชอบ มันจะลามมาถึงองค์กรไหม มันมีความกังวลได้ทุกอย่างในชีวิต สุดท้ายอยู่ที่เราจะเลือกว่าจะใช้ชีวิตแบบเดิม หรือจะก้าวไปข้างหน้า ทุกอย่างที่เราจะทำจะมีความกังวล กลัว...ถ้ากลัวแบบนั้นจะไม่มีอะไรใหม่เกิดขึ้น ไม่เป็นไร ก็ทำเต็มที่แล้วกัน เพราะเราไม่คิดจะไปทำร้ายทำอะไรใคร" เขาบอก

หลายคนมองว่าเขาตัดสินใจเร็วในเรื่องนี้ แต่เขากลับแย้งว่า กระบวนการทางความคิดนั้นใช้เวลามากพอสมควร

แต่การ "ประกาศ" ต่างหากที่สั้น

"ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หลายคนบอกว่า พี่ตัดสินใจเลยป๊ะ..เออเร็ว แต่ใช้เวลาการตัดสินใจนาน ก็คิดคนเดียว ถึงเวลาก็ตัดสินใจว่าประกาศวันนี้นะ น่าจะรอบคอบแล้วนะ แล้วก็บูม"

เพราะคิดเองเออออเองหรือเปล่า ? เลยทำเขาพลาด !! ที่ไม่ได้ปรึกษาผู้ใหญ่และคนสกุล "สยามวาลา" เจ้าตัวเปรย

"จริงๆ ผมทำผิด ผมควรต้องบอกครอบครัว เพราะอาจมีมุมมองดีๆ ก็ได้ ยอมรับเลยมันเป็นการตัดสินใจที่มองสิ่งที่ตัวเองจะทำได้ แต่ว่าพลาดที่จะนึกถึงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์จากผู้ใหญ่ จากคนใกล้ชิดในครอบครัวที่อาจมีประโยชน์มากขึ้น"

จะว่าไปแล้วเขาเหมือนเป็นคนแรกในตระกูลที่เข้าสู่สังเวียนการเมือง แต่ลึกลงไป "ดร.อัมมาร สยามวาลา" ผู้มีศักดิ์เป็นอาก็วนเวียนวิพากษ์การเมืองเช่นกัน

ต่างแค่ "ผมลงมา Run เองเลย"

พ้นจากเกมท้าชิงทางการเมือง สุหฤทยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม คือติ๊สต์! เห็นจากวันพบปะพูดคุยกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek เขาสวมสูทสีสัน คู่กับกางเกง "สีม่วง" สดใส เกมการเมืองสำหรับเขายังไม่มีผลต่อการผลักดันองค์กร 100 ปีอย่างดีเอชเอ สยามวาลา

"จริงๆ แล้วองค์กรไหลไปเรื่อยๆ" เปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสภาวะต่างๆ ภายในประเทศ ไม่ใช้จำกัดมุมมองแค่ตึกสูงเสียดฟ้า

ปีนี้อย่างที่รู้กันว่า เป็นปีที่ปัจจัยลบหลากหลาย เขาบอกว่า ทำให้สบโอกาสปรับทัพธุรกิจอีกครั้ง รับการเติบโตในอนาคต เพราะต้องยอมรับว่าเวลาเศรษฐกิจดี บริษัทมักสาละวนโกยยอดขายจนข้างในไม่ได้ปรับตัว

ดังนั้นการขับเคลื่อนธุรกิจปีนี้ จึงชะลอการลงทุนบางอย่าง แต่จะรุกหนัก 2-3 เท่าตัวเพื่อทำการตลาด เนื่องจากสภาพการค้าขายโดยรวมไม่เอื้อ การตลาด "เชิงรุก" สินค้าคุณภาพที่เป็น "Heart and soul" ของบริษัท นี่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ประคองยอดขายให้ "ติดลบ" น้อยที่สุด เขาบอก

ส่วนความขัดแย้งทางการเมืองที่ลากยาว "เตะถ่วง" เศรษฐกิจและธุรกิจ ทำให้เขาอดประชดกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้ว่า

"แม้ไม่มีรัฐบาลบริหารอยู่ แต่ความมหัศจรรย์ของประเทศไทยคือ ประเทศเรายังเดินไปได้ ระดับหนึ่ง เป็นเรื่องมหัศจรรย์นะ มันก็เดินของมันไปได้ ยังไม่ถึงกับล้มไป" นี่เป็นสิ่งที่เขาพินิจพิเคราะห์เพื่อบริหารความเสี่ยงธุรกิจรอบด้านทั้งสต๊อกสินค้า การเตรียมรับกับยอดขายที่ดิ่งลง

"หาว่ามองโลกในแง่ร้าย ก็ไม่เป็นไร เป็นความคิดของผม ในฐานะผู้บริหาร ต้องเตรียมการระมัดระวัง"

ทิศทางธุรกิจและสิ่งที่ต้องทำปีนี้ คือการรักษามาร์เก็ตแชร์ (ส่วนแบ่งการตลาด) ท่ามกลางตลาดอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงานปี 2557 ย่ำแย่

"ของผมไม่เจอโกรทว์ (การเติบโต) แน่นอน ..ผมไม่ยอมให้ดร็อป (ลด) แต่ถ้าลดก็ยอมรับสถานการณ์" เขาเล่าปนน้ำเสียงขึงขัง

แม้ยอดขายในประเทศจะไม่ดี ก็ยังมี "ส่งออก" ที่มาช่วยพยุงการเติบโต

หลายคนมองไกลและใหญ่ระดับโลก สำหรับเขา

"เราอยากเป็นมัลติแบรนด์และโกลบอลแบรนด์ แต่โลกวันนี้ตลาดเครื่องเขียนถูกยึดหัวหาดโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกอยู่แล้ว การที่เราจะเข้าไปได้ แต่ต้องเจอพาร์ทเนอร์จริงๆ" นั่นเป็นเหตุให้เขาไม่พะวงว่าไปต้องใช้แบรนด์บริษัท หรือรับจ้างผลิต (OEM)

"แต่สิ่งที่ผมซีเรียสมากกว่านั่นคือ การส่งออกจะต้องดับเบิ้ล นั่นคือความสำเร็จ"

เวลามากว่า 5 ปีจากนี้ คือเป้าหมายที่เขาจะต้องเดินไปให้ถึงเพื่อเพิ่มสัดส่วนส่งออกเป็น 40-60% จาก 20-30% ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ในปี 2558 ยังมีแผนจะรื้อโครงสร้าง จัดทัพธุรกิจใหม่ 3 กลุ่ม ที่จะสร้างโอกาสทางความสำเร็จให้องค์กรร้อยปีภายใต้อาณาจักร "สยามวาลา" รุ่น 4

"อยู่ระหว่างศึกษา และกำหนดวิชั่นที่จะเกิดขึ้น ยอมรับว่าผมอยากโตมาก เพราะเครื่องเขียนไม่โตแบบก้าวกระโดด การเติบโต 10% จะเป็นอีกกี่ปี ผมอยากทำทุกอย่างให้มากขึ้น เป็นนิสัยผม อันนี้ต้องล่า ต้องเอา เป็นหนทางที่ทำให้พนักงานโตหมด ต้องทำให้ได้" เขามุ่งมั่น และย้ำว่า

เป้าหมายใหญ่กว่าในฐานะผู้บริหารเจนฯ 4 คือการปั้นธุรกิจให้หลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะเครื่องเขียน

"อยากเป็นคนสร้างตำนานให้องค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลง สร้าง plus point เป็นจุดดีให้บริษัททั้งด้านยอดขาย และธุรกิจไม่ใช่ยืนอยู่บนเครื่องเขียนอย่างเดียว"

ผ่านยุคมืด ล้มลุกคลุกคลานมาก็มาก อะไรคือวิถีของ "สยามวาลา" ที่ถ่ายทอดจากรุ่น 1 ถึง 4 เรื่องนี้เขาขึงขังและเล่าว่า

"ดีเอ็นเอ ในการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น คือความซื่อสัตย์สุจริต เราไม่โกงใครเลย ไม่โกงภาษีแม้แต่บาทเดียว ไม่โกงรัฐบาล ไม่โกงอะไรทั้งสิ้น ถ้าเราจะต้องต้นทุนแพง เพราะทำตามกฎหมาย เราก็จะทำแพง เพราะถูกต้อง ที่ถูกปลูกฝังมาเช่นนี้ เพราะเราผ่านยุคที่ต้องทำตลาดมืด ต้องอยู่ในช่วงที่ทุกคนไม่ได้อยู่บนดิน(ground) มีบุ๊คนั่นนี่ แต่เรายืนยันทำแบบนี้ตลอด

หลายคนบอกว่าเราโง่ ใครเขาไปจ่ายกัน แต่มันพิสูจน์แล้วว่าเราโตได้ และเราโตอย่างภาคภูมิใจ เลยปลูกฝังอย่างนี้ ถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น ต่อให้ไม่ใช่ตระกูลสยามวาลา หรือเป็นพนักงานผมก็ต้องทำ และไม่มีใครหลุดออกจาก way นี้ ไม่แตกแถว ..ลองสิ ลองโกงสิ !!!"