วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประจิน'ถกกบง.เล็งชาร์จค่าการตลาดดีเซล

"ประจิน"เรียกประชุมบอร์ดกบ.นัดแรกวันนี้ เล็งเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันจากดีเซลเพิ่ม เผยกองทุนสถานะติดลบ 7.5 พันล้าน

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝ่ายเศรษฐกิจเป็นประธาน นัดแรกในวันนี้ (12 มิ.ย.) หลังจากมีการแต่งตั้งกบง.ชุดใหม่ จากคำสั่งของ คสช.อย่างเป็นทางการ ที่ประชุมจะมีการพิจารณาการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่เรียกเก็บอยู่ 25 สตางค์ต่อลิตร เนื่องจากขณะนี้ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลสูงมากถึง 2.2 บาทต่อลิตร จากที่ควรได้รับอยู่ที่ 1.50 บาทต่อลิตร เพราะราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากระทรวงพลังงานเสนอ คสช. ให้เร่งจัดตั้ง กบง. เนื่องจากสถานะกองทุนน้ำมันติดลบอยู่ประมาณ 7,500 ล้านบาท และจำเป็นต้องขออนุมัติ กบง. กู้เงินจากสถาบันการเงิน ตามกรอบที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เคยอนุมัติวงเงินให้กู้ได้ไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาท สำหรับใช้รักษาเสถียรภาพราคาพลังงานประเทศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีการหารือในเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม กบง.วันที่ 12 มิ.ย. 2557 ด้วยหรือไม่

สำหรับกองทุนน้ำมันฯยังคงมีปัญหา ภายหลังผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้คสช.ยุบเลิกกองทุนฯเนื่องจากขัดต่อกฎหมายการเงินบางฉบับ ขณะที่นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ ผู้เชี่ยวชาญพลังงานเห็นด้วยกับการยุบกองทุน เพียงแต่รัฐต้องปรับโครงสร้างพลังงานให้ชัดเจน โดยยกเลิกการอุดหนุนและปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี

คสช.ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อพิจารณาปรับโครงสร้างพลังงานทั้งในด้านราคาและการจัดหาให้เหมาะสม โดยการอุดหนุนพลังงานต้องไม่สร้างภาระให้เกิดกับประชาชนขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งการปรับโครงสร้างหัวหน้าคสช.ได้ย้ำถึงการพิจารณาใบอนุญาตต่างๆ ด้วยรวมทั้งพลังงานทดแทนด้วย

รายงานข่าวกระทรวงพลังงาน ระบุว่า นายสุเทพ เหลี่ยมศิริกุล ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) กลับไปดำเนินการตรวจสอบกฎหมายในการซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก (วีเอสพีพี) 10 เมกะวัตต์ว่าอยู่ในอำนาจของสำนักงานสกพ.หรือไม่ โดยหากพบว่าอยู่ในอำนาจก็สามารถที่จะดำเนินการได้เลย โดยไม่ต้องยื่นเรื่องมายังกระทรวงพลังงานเพื่อขออนุมัติอีก