วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

IRPC - ซื้อ

กรณีเพลิงไหม้เสียหายในวงจำกัด กระทบกำไรเพียง 8%

เราคาดกำไรในปีนี้จะหายไปประมาณ 200 ล้านบาท จากกรณีเพลิงไหม้หน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเตาที่ต้องหยุดซ่อมประมาณ 3 เดือน ซึ่งจะส่งผลให้หน่วยแครกเกอร์ที่เป็นหน่วยผลิตเป็นสารโพรไพลินจะต้องหยุดผลิตไปด้วยเป็นเวลา 20 วัน และหลังจากนั้นจะกลับมาผลิตโดยใช้กำลังผลิต 60% โดยจะใช้วัตถุดิบที่ได้จากโรงกลั่นปัจจุบัน 50% และอีก 10% ต้องซื้อจากภายนอก เป็นเวลา 2 เดือนหรือจนกว่าหน่วย VGOHT กลับมาผลิตเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีวงเงินประกันภัย US$1,200 ล้าน เชื่อว่าจะเพียงพอกับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งเราไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการ เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ลง 8% จากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็น 2,454 ล้านบาท ซึ่งยังเพิ่มขึ้น 197% Y-Y จากฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อน ยังคงราคาเป้าหมาย 4.50 บาทเพราะผลกระทบต่อหุ้นน้อยมาก ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PBV เพียง 0.9 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่มปิโตรฯ ที่มี PBV เฉลี่ย 1.2 เท่า จึงยังแนะนำ ซื้อ

เพลิงไหม้หน่วยกลั่นปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเตาเพียงจุดเดียว ไม่กระทบการผลิตของโรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมีโดยรวม : เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2014 เวลา 18.00 น. ได้เกิดเพลิงไหม้ที่หน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเตา (หน่วย VGOHT: Vacuum Gas Oil) เพื่อป้อนหน่วยแครกเกอร์เพื่อผลิตเป็นสารโพรไพลีนเป็นหลัก ที่จังหวัดระยอง ในเบื้องต้นบริษัทสันนิษฐานว่าเกิดจากการรั่วไหลของสารไฮโดรคาร์บอนซึ่งเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ บริษัทได้แยกระบบของหน่วยที่เกิดเพลิงไหม้ออกจากโรงงานอื่นๆ และสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมีส่วนใหญ่ยังสามารถดำเนินการผลิตได้

คาดสูญเสียกำไร 200 ล้านบาท แต่มีวงเงินประกัน US$1,200 ล้าน : เราคาดกำไรปีนี้ของ IRPC จะหายไปประมาณ 200 ล้านบาท (8% ของกำไร) จากกรณีเพลิงไหม้หน่วย VGOHT ที่จะต้องหยุดซ่อม 3 เดือน ซึ่งจะส่งผลให้หน่วยแครกเกอร์ซึ่งเป็นหน่วยที่ผลิตสารโพรไพลิน 360 ตัน/วัน และน้ำมันดีเซลและเบนซิน อย่างละ 1.3 ล้านลิตร/วัน ต้องหยุดการผลิตเป็นเวลา 20 วัน และหลังจากนั้นจะกลับมาผลิตแต่จะใช้กำลังผลิต 60% โดยใช้วัตถุดิบที่ได้จากโรงกลั่นปัจจุบัน 50% และอีก 10% ต้องซื้อจากภายนอก เป็นเวลา 2 เดือนหรือจนกว่าหน่วย VGOHT กลับมาผลิตเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีวงเงินประกันภัย US$1,200 ล้าน เชื่อว่าน่าจะเพียงพอกับค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการของเรา ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ลง 8% จากเหตุดังกล่าว เป็น 2,454 ล้านบาท ยังเพิ่มขึ้น 197%Y-Y จากฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อน กำไรที่ยังโตสูงเป็นผลจากการใช้น้ำมันดิบในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 10,000 เป็น 35,000 บาร์เรล/วัน ทำให้มี Margin เพิ่มขึ้น US$0.5-1.0/บาร์เรล และเป็นปีแรกที่เริ่มเก็บเกี่ยวประโยชน์จากโครงการ Phoenix ที่แล้วเสร็จในปี 2013

คงราคาเป้าหมายไว้เท่าเดิมที่ 4.50 บาท ยังแนะนำ ซื้อ : แม้จะปรับลดประมาณการลงจากความเสียหายกรณีเพลิงไหม้หน่วย VGOHT จนต้องหยุดซ่อม 3 เดือน แต่โรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมีโดยรวมยังเดินเครื่องปกติและจะยังได้รับค่าเคลมประกันภัยชดเชย ประกอบกับผลกระทบต่อหุ้นมีน้อยมาก เราจึงคงราคาเป้าหมายปี 2014 ไว้ที่ 4.50 บาท (อิง PBV 1.2 เท่า) และยังแนะนำซื้อ เพราะปัจจุบันมี PBV เพียง 0.9 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่มปิโตรฯ ที่มี PBV เฉลี่ย 1.2 เท่า