เพิ่มทุน (อีกแล้ว)
ประเด็นใหม่
เมื่อวานนี้ TRUE ประกาศเพิ่มทุนจำนวน 10,077.71 ล้านหุ้นหรือคิดเป็นมูลค่า 6.5 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็นการขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (rights offering: RO) จำนวน 5,648.29 ล้านหุ้นที่อัตราส่วน 2.5725 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ (มูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท) ที่ราคา 6.45 บาทต่อหุ้น และการขายหุ้นให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (private placement: PP) ให้กับไชน่า โมบาย อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งส์ จำกัด (ไชน่า โมบาย) ที่ราคา 6.45 บาทต่อหุ้น (มูลค่า 2.9 หมื่นล้านบาท) ในกรณีที่ไชน่า โมบายไม่สามารถที่จะลงทุนในหุ้น TRUE ได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม บริษัทอาจจะพิจารณาหุ้นที่จัดสรรและเตรียมไว้ให้กับไชน่า โมบายทำการขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมแทน ไชน่า โมบายจะเข้าถือหุ้น TRUE ในสัดส่วน 18% ตามสัดส่วนของการขายหุ้น PP ดังข้างต้น และจากจำนวนเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนทั้งหมด 6.5 หมื่นล้านบาท จำนวน 5.2 หมื่นล้านบาทจะนำไปชำระคืนภาระหนี้ปัจจุบัน และส่วนที่เหลือจะนำไปขยายธุรกิจในอนาคต การเพิ่มทุนในครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดผลกระทบของจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นคิดเป็น 41%
ภาระหนี้และภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างมากหลังเพิ่มทุน
การเพิ่มทุนในครั้งนี้จะช่วยหนุนฐานะทางการเงินของ TRUE ให้แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การปรับอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทให้เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต เราคาดภาระหนี้สินที่จ่ายดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง 55% (จาก 9.5 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2557 เหลือ 4.3 หมื่นล้านบาทภายหลังจากการเพิ่มทุน) และส่วนของผู้ถือหุ้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 8 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2557 เป็น 7.3 หมื่นล้านบาท ดังนั้นอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนมีแนวโน้มลดลงจาก 11.9 เท่า ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2557 เหลือเพียงแค่ 0.6 เท่า งบดุลของบริษัทจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และแม้ว่าจะใช้สมมติฐานว่าต้นทุนอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 6% แต่ภาระดอกเบี้ยจ่ายในปี 2558 มีแนวโน้มลดลงจาก 3.4 พันล้าน (ซึ่งถ้าเป็นในกรณีที่ไม่มีการเพิ่มทุน) เหลือเพียง 400 ล้านบาท
ผลประโยชน์ร่วมกับไชน่าโมบายน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย
ผู้บริหารอ้างผลประโยชน์ร่วมในอนาคตที่จะมาจากการที่ให้ไชน่าโมบายเข้ามาถือหุ้น 18% ว่าจะมาจากการจัดซื้อหรือสั่งของร่วมกันของเครื่องโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์โทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานของโทรคมนาคม การทำโรมมิ่งระหว่างประเทศ และการแลกเปลี่ยนคอนเท้นต์และแอพพลิเคชั่น เราคิดว่าผลประโยชน์ร่วมดังกล่าวดูแล้วไม่น่าจะมีนัยสำคัญมากนักต่อ TRUE
ผลกระทบทางลบสุทธิจากการเพิ่มทุนครั้งนี้ต่อมูลค่า DCF
เราประเมินว่าผลกระทบจากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นอีก 41% (ซึ่งจะสุทธิกับเงินสดที่ได้รับจากการเพิ่มทุน) จะส่งผลให้มูลค่า DCF ของเราปรับลดลง 13% (จาก 7.7 บาท เหลือ 6.7 บาท) เราทำการปรับผลขาดทุนหลักในปี 2557 ลงเหลือ 6.5 พันล้านบาท (ซึ่งคิดเป็นขาดทุนลดลงจากประมาณการก่อนหน้า 20%) และปรับผลขาดทุนหลักในปี 2558 ลดลงเหลือ 2.9 พันล้านบาท (ซึ่งคิดเป็นขาดทุนลดลงจากประมาณการก่อนหน้า 51%) เนื่องจากภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงจากการคืนหนี้
ปัจจัยบวกต่อ TRUE แค่เพียงระยะสั้นเท่านั้น
เรายังคงคำแนะนำ ถือ เราคาดว่าระดับภาระหนี้สินของ TRUE มีแนวโน้มกลับไปเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้งภายใน 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากเงินลงทุนที่ต้องรองรับช่องทีวีดิจิตัลอีก 2 ช่อง และแผนการที่บริษัทจะเข้าประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซ และ/หรือคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เรายังคงไม่มั่นใจในเป้าหมายของผู้บริหารที่ตั้งเป้าพลิกกลับไปเป็นกำไรหลักในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 หรือภายในปี 2558 เนื่องจากการลดต้นทุนจากการดำเนินงานทำได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเปิดดำเนินการของช่องทีวีดิจิตัล 2 ช่อง ซึ่งจะนำไปสู่ต้นทุนการดำเนินงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก






