ปริมาณรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนเป็นหลักล้านคันขึ้น ไม่นับรวมกำลังการผลิตรถยนต์ใช้และความต้องการใช้รถยนต์ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นทุกปี
สะท้อนถึงโอกาสทางธุรกิจของนิปปอนเพนต์ในไทย ทั้งมีทั้ง ธุรกิจสีขายเข้าโรงงานอุตสาหกรรม สอง สีทาอาคาร สาม สีพ่นซ่อมรถยนต์ ซึ่งตลาดส่วนหลังนี่เองที่กำลังเป็นดาวรุ่ง และพร้อมที่จะเติบโต ภายใต้การนำของ ทวีชัย ตังธนาวิรุตม์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็นพี ออโต้ รีฟินิช จำกัด
"เราเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดโออีเอ็ม เป็นเบอร์หนึ่งสีสเปรย์รถยนต์ และเบอร์หนึ่งสีพ่นซ่อมรถ ส่วนสีอุตสาหกรรมกับทาอาคารเราอยู่เบอร์สี่ แต่หากมองในภาพรวมธุรกิจสีในไทยแล้วถือว่าเราอยู่ในอันดับสอง
ในภาพรวมทั่วโลกแล้ว ทั้งกรุ๊ปจะอยู่ในอันดับห้าของโลก เฉพาะตลาดเอเชียอย่างเดียว เราเป็นอันดับหนึ่ง จาก 16 ประเทศหลัก รวมศรีลังกาเข้าไปล่าสุดจากการ Joint Venture
ทว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า เราตั้งเป้าจะเป็นเบอร์ 3 ของโลก นี่คือภาพรวมระดับโกลบอล เอเชีย และในไทย"
แนวทางการทำธุรกิจนิปปอนเพนต์ จะแยกธุรกิจออกเป็น 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจสีขายเข้าโรงงานอุตสาหกรรม 2. สีทาอาคาร 3.สีพ่นซ่อมรถยนต์
3 ธุรกิจนี้ได้แยกบริษัท แยกการบริหารอย่างชัดเจน ออกเป็นอิสระซึ่งกันและกัน ในลักษณะ Business Unit และหนึ่งใน Business Unit ที่ ทวีชัย ขับเคลื่อนอยู่ก็คือ กลุ่มสีพ่นซ่อมรถยนต์
ภายใต้ธุรกิจที่ดูแล ทวีชัย บอก องค์กรมีขนาดที่ไม่ใหญ่ หรือ เล็กจนเกินไป พนักงานขนาด 250 คน รวมทั้งระดับปฏิบัติการ และฝ่ายบริหาร แต่ทุกคนต้องเคลื่อนด้วยการ "คิด" และ "ทำ" ในสิ่งเดียวกัน
เพื่อให้ภาพรวมแล้วธุรกิจต้องเคลื่อนด้วยสองปัจจัยหลัก นั่นคือ คน และ อินโนเวชั่น
ทวีชัย มองการขับเคลื่อน Innovation ต้องเกิดขึ้นทั้งใน ระดับ Process ,System, Tools&Equipment, Product
และที่สุดแล้ว Innovation จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มี "คน" ขับเคลื่อน
ในแง่ นวัตกรรมสินค้า เทรนด์ธุรกิจสี ความต้องการเน้นหาสิ่งที่ตอบโจทย์ในเรื่องการเพิ่ม Productivity กับ การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
แนกซ์ คริสตัล 9905 มิลเลอร์ อิมเมจ เคลียร์ 2K 2:1 เป็นตัวอย่างของ การสร้างนวัตกรรมสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีที่ชื่อ ไซกลาส ช่วยให้ฟิล์มสีมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นในตัวสูง ปกป้องทุกรอยขีดข่วน และการกัดกร่อนจากสารเคมี เป็นต้น
นวัตกรรมที่เกิดขึ้นในกระบวนการ (Process) ทวีชัย บอกว่า ในกระบวนการเราขายสีสัน จำเป็นต้องมีสูตรผสมสีมานำเสนอ ซึ่งในอดีตทุกยี่ห้อ หรือทุกแบรนด์มักจะใช้เอกสาร แต่เราถือเป็นรายแรก ๆ ที่นำเอาไอทีเข้ามาช่วย
“ระบบการเช็คสูตรสี วันนี้ทำได้ในโทรศัพท์มือถือ โดยที่ผ่านมาได้ออกแอพพลิเคชั่น สำหรับระบบปฏิบัติการโอเอส และแอนดรอยด์ เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาเช็คสูตรผสมสีทาง ได้เป็นรายแรกในไทย ต่างจากในอดีตที่ต้องโทรมาถาม หรือเช็คคอมพิวเตอร์ แต่วันนี้อยู่ที่ไหนก็ได้ เพิ่มความสะดวกเรื่องการเข้าถึงข้อมูล ลดค่าใช้จ่าย และใช้งานได้ตลอดเวลา”
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเครื่องจักรที่ทันสมัยสำหรับผลิตแม่สี ซึ่งได้สร้างความภูมิใจที่วันนี้เราได้เป็นศูนย์กลางด้านการผลิตแม่สีเพื่อส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงการเป็นศูนย์กลางด้านเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ และ R&D ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สีพ่นซ่อมอีกด้วย
นอกจากที่กล่าวมา หัวใจของการเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าได้ต้องอาศัย “คน” ซึ่งในความหมายของ ทวีชัย แล้ว “คน” มีด้วยกันหลายมิติ ทั้งบุคลากรภายใน และ Stakeholder ที่มีทั้งช่างสี เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ฯลฯ
ในระดับ Stakeholder ที่ผ่านมาใช้กระบวนการเทรนนิ่งให้กับช่างซ่อมสีรถยนต์ ทั้งการเข้ามาอบรมที่บริษัท และการออกไปแชร์ความรู้ในบทบาทของวิทยากร
อีกส่วนของการทำงานล่าสุดอยู่ระหว่างการพัฒนาคอร์สอบรมในระดับที่แอดวานซ์ขึ้นกว่าเดิม โดยเป็นการพัฒนาทักษะความรู้ด้านการบริหารจัดการอู่ให้กับระดับซูเปอร์ไวเซอร์ และเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ที่ ทวีชัย ประเมินว่าน่าจะมีมากกว่า 12,000 อู่ทั้งที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียน
“ที่ผ่านมาเปิดอบรมให้กับช่างสีเยอะมาก รวมถึงการร่วมร่างหลักสูตรให้กับหน่วยงานต่างๆ เพื่อยกระดับความสามารถและการพัฒนาทักษะในการแข่งขันของช่างสีรถยนต์ในไทย อีกทั้งยังขยายผลไปในประเทศกลุ่มอาเซียนที่สามารถส่งบุคลากรเข้ามาเทรนนิ่งที่นี่ได้ด้วย”
นอกจาก Stakeholder ที่ต้องจูงมือเพื่อเดินไปข้างหน้าพร้อมกันแล้ว “คน” ภายในเองก็มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ ทวีชัย บอกที่ผ่านมาเน้นการสร้าง Competency ให้เกิดใน 6 หมวดหลัก ได้แก่
ทีมเวิร์ค เน้นเรื่องการทำงานเป็นทีมจริงๆ
Strategic Thinking พยายามให้ทุกคนในองค์กรคิดออกงานออกเป็นเชิงกลยุทธ์
Customer Focus ทำงานโดยคิดจากลูกค้าเป็นศูนย์กลางทั้งในระดับที่เป็น Internal and external ในแง่การส่งมอบงาน
การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เราเป็นบริษัทแรกๆ ที่แชร์ข้อมูลทางไอโฟน และเปิดอบรมฟรี เพื่อพัฒนาทีมงานและลูกค้าให้มีความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง
การให้ความสำคัญกับ คุณภาพ ทั้งสินค้า บริการ และคน
และสุดท้าย Flexibility ทวีชัย บอก การทำงานบางครั้ง Global Strategy แต่ Local Acts หรือในบางครั้งเป็น Best Practice ในไทย แต่นำไปใช้อีกประเทศอาจจะไม่ใช่ ต้องมีการปรับและยืดหยุ่นในการอิมพลีเม้นท์งานบางอย่างเพื่อให้เกิดความคล่องตัว
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานระดับฝ่ายไปจนถึงระดับ “บุคคล” ทวีชัย นำแคมเปญ “Wolfs” มาใช้เป็นแรงกระตุ้นพนักงานให้ตื่นตัวไม่ต่างไปจาก “หมาป่า”
ที่ใช้สัญลักษณ์ “หมาป่า” ก็เพราะความกล้าแกร่ง การมีจิตวิญญาณการเฝ้าระวัง มีการวางแผนเวลาออกล่าเหยื่อ โดยแบ่งออกมาเป็น 6 คาแรคเตอร์หลักๆ
LEAN Be Value-Driven, Be Tenacious. MAKE EVERY BITE COUNT : กระชับขับเคลื่อนด้วยคุณค่า, ฟันฝ่าไม่ท้อถอย, มุ่งทำทุกสิ่ง… อย่างไม่สูญเปล่า
INSATIABLE APPETITE Be Ambitious, Be Hungry, ELIMINATE COMPLACENCY : การมีปรารถนาอันแรงกล้า ทะยานหาสิ่งที่หวัง, เสาะแสวงไม่หยุดยั้ง, ไม่สิ้นสุดแค่พอใจ
AGILITY Be Nimble, Be Flexible, OUTWIT THE COMPETITION : ความปราดเปรียว เฉลียวฉลาด คล่องแคล่วว่องไว ปรับเปลี่ยนได้ไม่ยึดติด พิชิตด้วยปัญญา
TEAMWORK Be Strong Together, Be Collaborative, NO SILOS: ความสามัคคีคือพลัง แรงมือแรงใจผสาน เพื่อความสำเร็จส่วนรวม
VIGILANCE Be Prepared, Be Responsive, EVER READY: การเฝ้าระวัง ตื่นตัว ตอบสนอง พร้อมรับทุกสถานการณ์
STAMINA Be Relentless, Be Resilient. UNENDING QUEST: ความกล้าแกร่ง ไม่อ่อนข้อ, ไม่ย่อท้อ, เดินหน้าต่อไม่หยุดยั้ง
แคมเปญ “Wolfs” ได้นำมาใช้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ยังอยู่ในกระบวนการขับเคลื่อนไปให้ถึงจุดนั้น
“เห็นได้ว่า เราเลือกหมาป่า ที่ไม่อ้วน แข็งแรง” ทวีชัย ออกความเห็น โดยในทุกประเทศของนิปปอนเพนต์ จะใช้แคมเปญนี้ และประเมินผล บนหลักการเดียวกัน
สิ่งที่อยากจะเห็น “หมาป่า” ตัวนี้ก็คือ การออกล่าเหยื่อต้องมาเป็นทีม ถ้าไม่ได้ก็ไม่ได้เหมือนกัน เรามีเป้าระดับกรุ๊ป และระดับประเทศ ที่สุดแล้ว เราพยายามทำให้ได้เป็นเป้าระดับแผนก และระดับบุคคล เพื่อให้ทุกคนเป็น "นักล่า"
"ถึงวันนี้ เรายังไม่ดีถึงที่สุด มีแต่ดีขึ้นๆ ถามว่าวันนี้ Lean พอหรือยัง ก็คงจะไม่ใช่ ต้องทำให้ดีกว่านี้ lean กว่านี้ เพราะถ้าหยุดทำ ก็เท่ากับไม่เดินไปข้างหน้า ความสามารถในการแข่งขันก็ด้อยลง เพราะเชื่อว่า ล้มไปข้างหน้าดีกว่ายืนอยู่เฉยๆ" ทวีชัย กล่าวทิ้งท้าย







