หุ้นเติบโตและราคาไม่แพง
คูปองทีวีดิจิตอลหนุนรายได้ครึ่งปีหลัง
วันที่ 13 มิ.ย.นี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง-โทรทัศน์ (กสท.) จะประชุมเพื่อสรุปวงเงินคูปองสนับสนุนค่าอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลมูลค่า 1,000 บาทต่อครัวเรือน และหลักเกณฑ์การแลกคูปองฯ 4 ประเภท 1) แลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลพร้อมเสาอากาศ 2) ใช้เป็นส่วนลดซื้อโทรทัศน์ที่รับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้ในตัว 3) แลกกล่องทีวีดิจิตอลที่ดูผ่านทีวีดาวเทียม และ 4) แลกกล่องทีวีดิจิตอลที่ดูผ่านเคเบิลทีวี เรามองว่า SAMART เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์และคาดว่าจะช่วยหนุนยอดขายกล่องเติบโตในครึ่งปีหลัง โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายราว 1-2 ล้านกล่อง
ปรับประมาณการและมูลค่าเหมาะสม
เราปรับเพิ่มประมาณการปี 2557-2558 จากเดิม 5% สะท้อนสมมติฐานยอดขายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลในปีนี้ 8 แสนกล่อง และ 1.2 ล้านกล่องในปี 2558 (เดิมไม่รวมในประมาณการ) คาดว่าปีนี้ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติจะมีกำไร 1,815 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY ส่วนปี 2558 คาดธุรกิจปกติมีกำไร 2,197 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตของกำไรปี 2557-2558 เฉลี่ย 20% เราประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ SAMART ที่ 26.90 บาท (เดิม 27.40 บาท) ด้วยวิธี NAV (discount 5%) อิงมูลค่าเหมาะสม SIM ใหม่ 4.20 บาท (เดิม 5.30 บาท) ส่วนมูลค่าเหมาะสม SAMTEL และ OTO คงเดิมที่ 22.40 บาท และ 7.00 บาท
กำไรปีนี้เติบโตสูงกว่ากลุ่มฯ
ตามประมาณการปีนี้เราคาดว่า SAMART จะมีกำไรเพิ่มขึ้นมากสุดเมื่อเทียบกับกำไรรวมของบริษัทสื่อสารขนาดใหญ่ 7 บริษัทที่ศึกษา (คาดกำไรรวมเพิ่มขึ้น 12%) เนื่องจาก SAMART จะได้ประโยชน์จากการเติบโตของบริษัทลูก เราคาดว่าปีนี้ SIM และ SAMTEL คาดว่าจะมีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 11% และ 23% ตามลำดับ ส่วน OTO และธุรกิจ Non listed (SAMART U-TRANS, SAMART Engineering, ธุรกิจรักษาความปลอดภัย และธุรกิจในกัมพูชา) คาดจะมีส่วนแบ่งกำไรรวมเพิ่มขึ้น 29% YoY
น่าสนใจลงทุนจาก 4 เหตุผล
ราคาหุ้น SAMART เมื่อวันศุกร์ (6 มิ.ย.) ปรับขึ้น 4% ตอบรับข่าวคูปองทีวีดิจิตอล เราประเมินกรณียอดขายกล่องทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้นทุก 10% จากสมมติฐาน 8 แสนกล่อง (กรณีปกติ) จะส่งผลบวกต่อประมาณการกำไรปีนี้เพิ่มขึ้น 5% และมีมูลค่าเพิ่มต่อหุ้นราว 0.05 บาทจากมูลค่าเหมาะสมปัจจุบัน นอกจากนี้แม้ราคาหุ้น SAMART นับจากต้นปีปรับตัวดีกว่ากลุ่มและ SET แต่เรามองว่า SAMART ยังเป็นน่าลงทุนจาก 1) การเติบโตของกำไรปี 2557-2558 สูงเฉลี่ย 20% 2) ราคาหุ้นยังไม่แพง PE ปี 57 ที่ 11.6 เท่า ถูกกว่า PE เฉลี่ย 19.2 เท่าของ 6 บริษัทสื่อสารขนาดใหญ่ที่ศึกษา (ไม่รวม TRUE) 3) มีผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 4-5% ต่อปี และ 4) มีโอกาสได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐต่อยอดการเติบโตในอนาคต
Investment Case
ดำเนินธุรกิจ 3 สายหลัก คือ สายธุรกิจสื่อสารไอทีและโทรคมนาคมครบวงจร (ICT Solutions) สายธุรกิจการสื่อสารข้อมูล-อุปกรณ์สื่อสารไอที (Mobile Multimedia) และสายธุรกิจเทคโนโลยีอื่นๆ (Related Businesses) ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ
ปรับประมาณการและมูลค่าเหมาะสม
เราปรับเพิ่มประมาณการปี 2557-2558 จากเดิม 5% สะท้อนสมมติฐานยอดขายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลในปีนี้ 8 แสนกล่อง และปี 2558 ที่ 1.2 ล้านกล่อง (เดิมไม่รวมในประมาณการ) โดยปีนี้คาดว่าผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติจะมีกำไร 1,815 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY ส่วนปี 2558 คาดธุรกิจปกติมีกำไร 2,197 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตของกำไรปี 2557-2558 เฉลี่ย 20%
นอกจากนี้เราประเมินกรณียอดขายกล่องทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้นทุก 10% จากสมมติฐาน 8 แสนกล่อง (กรณีปกติ) จะส่งผลบวกต่อประมาณการกำไรปีนี้ของ SAMART เพิ่มขึ้น 5% เราประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ SAMART 26.90 บาท (เดิม 27.40 บาท) ด้วยวิธี NAV (discount 5%) อิงมูลค่าเหมาะสม SIM ใหม่ 4.20 บาท (เดิม 5.30 บาท) ส่วนมูลค่าเหมาะสม SAMTEL และ OTO คงเดิมที่ 22.40 บาท และ 7.00 บาท ตามลำดับ







