วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

OFM - ถือ

การฟื้นตัวของบริษัทได้สะท้อนในราคาหุ้นแล้ว; ขายทำกำไร

ประเด็นการลงทุน

ตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้น OFM ปรับตัวขึ้น 79% และปรับตัวได้ดีกว่าตลาด 67% หนุนโดยกำไรที่กลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งหลังจากที่การดำเนินงานกลับมาเป็นปกติ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วย PER ที่ 32เท่า สำหรับปี 2557 และ 25 เท่า สำหรับปี 2558 เราเชื่อว่าการฟื้นตัวดังกล่าวได้สะท้อนในราคาหุ้นแล้ว นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดสำหรับการเปิดตัวร้านค้าออนไลน์ของบริษัทในไตรมาส 3/57 ในขณะที่ราคาซื้อขายปัจจุบันอยู่ในระดับเดียวกับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 ดังนั้นเราจึงคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่นักลงทุนจะขายทำกำไร เราปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ

กำไรเติบโตดีเยี่ยมในปี 2557

แนวโน้มกำไรปี 2557 ของ OFM ที่โตถึง 28% ดูเหมือนว่าจะสูงที่สุดในกลุ่มค้าปลีก ทั้งนี้หนุนโดยผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการและฐานต่ำจากปัญหาการควบรวมกิจการในปีที่แล้ว ผู้บริหารเชื่อว่าการควบรวมกิจการจะหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอุปกรณ์สำนักงานขยายตัว 1% ในปีนี้ เรามองว่าบริษัทน่าจะรักษาระดับการเติบโตของกำไรได้ในระดับนี้จนถึงปีหน้า หนุนดดยการใช้จ่ายภาคการบริโภคปรับตัวสูงขึ้นและการขยายธุรกิจ โดย OFM ตั้งเป้าเปิดร้านออฟฟิศ เมทใหม่ 8 สาขา (รวมเป็น 56 สาขา) และร้าน B2S เพิ่มอีก 11 สาขา (รวมเป็น 95 สาขา)ในปีนี้

เตรียมเปิดตัวธุรกิจออนไลน์ในปลายไตรมาส 3/57

บริษัทวางแผนเปิดตัวร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ (central.co.th และ robinson.co0th) ช่วงปลายไตรมาส 3/57 หลังจากที่ศูนย์กระจายสินค้าออนไลน์เสร็จสมบูรณ์ คลังสินค้านี้จะสามารถเก็บสินค้าได้ถึง 120,000 ชนิด (จากปัจจุบันที่ 15,000 ชนิด) ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้สินค้าที่ขายบนเว็บไซด์มีความหลากหลาย แม้ OFM จะเปิดใช้เว็บไซด์ช้ากว่าคู่แข่งมาก แต่บริษัทคาดว่าจะสามารถก้าวขึ้นเป็นร้านค้าปลีกออนไลน์อันดับหนึ่งของประเทศไทยได้ เนื่องจากมีฐานลูกค้าจำนวนมากจากผู้ถือบัตรวัน การ์ด จำนวน 4.5 ล้านคน นอกจากนี้บริษัทยังได้เปรียบในเรื่องต้นทุนค่าขนส่งจากการร่วมแชร์ต้นทุนกับธุรกิจอุปกรณ์ ทั้งนี้ OFM ตั้งเป้ายอดขายสินค้าออนไลน์ที่ 200-300 ล้านบาทในปี 2557, 500 ล้านบาทในปี 2558 และ 1 พันล้านบาทในปี 2559

ธุรกิจออนไลน์จะกดดันกำไรของ OFM ในช่วงแรกของการดำเนินงาน

แนวโน้มระยะยาวของธุรกิจออนไลน์สดใส แต่ในระยะสั้น-ระยะกลาง ธุรกิจออนไลน์เป็นตัวกินกำไรของ OFM เนื่องจากเมื่อมีการเปิดเว็บไซด์อย่างเป็นทางการแล้ว บริษัทจะออกแคมเปญจำนวนมากเพื่อให้เป็นที่รู้จักของนักช้อปออนไลน์ โดยบริษัทตั้งงบสำหรับค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ 30 ล้านบาทในปีนี้ (เท่ากับ 10-15% ของยอดขายออนไลน์) ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ประมาณ 18% ค่าใช้จ่ายทางการตลาดอาจสูงกว่างบประมาณของ OFM ซึ่งจะขึ้นอยู่กับผลตอบรับของลูกค้าและปฏิกิริยาของคู่แข่ง บริษัทคาดธุรกิจออนไลน์จะแตะจุดคุ้มทุนในปี 2559 ด้วยยอดขายที่ 1 พันล้านบาท