'ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์'ขุนพลมือขวา 'ภิรมย์ภักดี'

เมื่อสิงห์ขยับสู่ธุรกิจใหม่ นักการตลาดมือฉมัง'ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์'ผู้ลิ้มรสชัยชนะและปราชัยของสิงห์ ภารกิจวันนี้นำสิงห์สู่'โกลบอลแบรนด์'
18 ปี เป็นเวลาไม่น้อย สำหรับมือปืนรับจ้างนักการตลาดที่ออกตัวว่า "ผมเป็นลูกจ้างมืออาชีพ" ร่วมหัวจมท้ายกับค่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยักษ์ใหญ่และเก่าแก่ของไทย สำหรับ "บอย ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์" ผู้อำนวยการสายการตลาด สิงห์ คอร์เปอเรชั่น
ในงานแสดงสินค้าอาหารหรือ Thaifex world of food asia 2014 หลังการประกาศใช้กฎอัยการศึก บรรยากาศโดยรวมยังคึกคักคลาคล่ำด้วยผู้ซื้อผู้ขายไทยเทศ
บรรดาค่ายอาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของไทยต่างตบเท้าตกแต่งบูธอย่างอลังการ ที่น่าสนใจหนีไม่พ้น "สิงห์" กับ "ช้าง" เจ้าของพื้นที่ช่างจงใจจัดบูธประชัน!!กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
"ผมไม่รู้ใครจัดให้พื้นที่ชนกัน แต่ในทางธุรกิจผมว่ามันทำให้คึกคักนะ คิดว่าคนจัดบูธคงตั้งใจ" เขาเล่าที่มาของสิงห์ชนช้าง
ในงานวันนั้น "ฉัตรชัย" ถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่แทนแม่ทัพใหญ่สกุล "ภิรมย์ภักดี" ฉายภาพธุรกิจของสิงห์แบบละเอียดยิบทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอนแอลกอฮอล์ อาหาร เกษตรกรรม ท่องเที่ยว และอีกหลากสิ่งที่สิงห์กำลังจะก้าวย่าง
เขาเปิดฉากเชิญสื่อลัดเลาะรอบบูธชมสินค้านานาชนิด เผยโฉมธุรกิจใหม่ที่สิงห์กำลังจะเปิดตัวในตลาด เช่น ธุรกิจเกษตรบุญรอดฟาร์ม ผลผลิตไอศกรีมกลมกล่อม รองจากชาเป็นพระเอก ทั้งหมดล้วนเป็นดำริจากนายใหญ่ "สันติ ภิรมย์ภักดี" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด น้ำมะพร้าวแบรนด์ T.A.C., TASCO, TEPTIP ที่โกอินเตอร์ขายเฉพาะต่างแดนเท่านั้น สินค้าภายใต้ "VARA FOOD & Drink" บริษัทใหม่ที่สิงห์เพิ่งร่วมทุนเมื่อต้นปี 2557 หลังเจรจาอยู่ปีเศษ จบด้วยสิงห์ถือหุ้นสัดส่วน 70% วราฟู้ดส์ 30%
ล่วงเลยถึงธุุรกิจแอลกอฮอล์ที่เต็มไปด้วยเบียร์แบรนด์สิงห์และเบียร์ต่างแดนที่สิงห์ทำตลาดและกระจายสินค้าให้ผ่านเครือข่ายของ "บุญรอดฯ" ทั้งอาซาฮี จากญี่ปุ่น, คาร์ลสเบิร์ก เบียร์เดนมาร์ก, จินโร โซจูเกาหลี เป็นต้น และยังแวะอวดสิงห์ไลฟ์ สินค้าแฟชั่น และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการผลิตเบียร์ เช่น ครีมบำรุงผิว Brew Skin Adventure ไอเดียจาก "เต้ ภูริต ภิรมย์ภักดี" ทายาทรุ่น 3 สิงห์ ตบท้ายด้วยอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to eat) แบรนด์ "STAR SHEFS" จากบริษัท "Products of Fine Food Capital"
สะท้อนว่าวันนี้ บุญรอดฯ ไม่ได้ทำเฉพาะธุรกิจแอลกอฮอล์อีกต่อไป
ล้อมวงคุยภาพรวมธุรกิจสิงห์ "ฉัตรชัย" ฉายภาพว่า ตามนโยบายที่นายใหญ่ให้ไว้ สัดส่วนรายได้ธุรกิจแอลกอฮอล์และนอนแอลกอฮอล์จะต้องมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน ดังนั้นการขนสินค้ามาออกบูธ Thaifex ปีนี้ จึงไม่ใช่แค่อวดแต่ต้องพร้อมขาย โกยเงินทันที เพราะงานนี้ทั้งทุนไทย เอเชีย ยุโรปมากันมาก ! ขายให้คู่ค้าอินเตอร์ ไต่บันไดให้สิงห์ก้าวสู่เป้าหมายใหม่ที่ใหญ่ขึ้น
"สิงห์จะไม่ใช่แค่ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่จะเป็นกลุ่มบริษัทคนไทยที่ทำสินค้าออกสู่ตลาดโลกด้วยคำว่า..คุณภาพ" นี่เป็นวิสัยทัศน์ให้สิงห์ก้าวพ้นกรอบเดิมที่ปิดกั้นองค์กรอยู่แค่ธุรกิจน้ำเมา "ฉัตรชัย" เผย
เขายังระบุด้วยว่า "ขณะที่โลกมีธุรกิจหลากหลาย ทำไมไม่ไปทำธุรกิจอื่นๆ นี่คือธีมหรือแก่นความคิดที่ทำให้สิงห์ต้อง Go on (มุ่งหน้า) สู่ตลาดใหม่"
การมีสินค้าหลายรายการยังเป็นใบเบิกทางสู่โอกาส ยิ่งพะยี่ห้อสินค้าไทยด้วยแล้ว ถือว่ามีแต้มต่อมากโข เช่น ทั่วโลกนิยมอาหารไทย ภัตตาคารร้านอาหารคนไทยหรือของต่างชาติอย่างน้อยต้องมี 2 เมนูประดับร้านอย่าง ต้มยำกุ้ง และผัดไท นี่คือผลพลอยได้ของการทำตลาด "เบียร์สัญชาติไทย" บนสังเวียนน้ำสีอำพันโลก
สำหรับมรรควิธีได้มาซึ่งธุรกิจใหม่ๆ ฉัตรชัย ยอมรับว่า "ทางลัด" ที่สิงห์มองคือการซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) ร่วมทุน รวมไปถึงการฮุบกิจการ (Takeover)
โดยระบุว่า ปัจจุบันสิงห์อยู่ระหว่างดีลธุรกิจอีกนับ 10 รายการ ทั้งทุนไทยและต่างชาติ ครอบคลุมธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
"ตอนนี้สิงห์เนื้อหอม ดีลก็มีทั้ง 3 แบบ (ซื้อ-ควบรวม ,ร่วมทุน ,ซื้อกิจการ) การเจรจาก็มีทั้งสิงห์เดินไปหา มีคนพามา อยากมาเป็นพรรคพวกของเรา" เขาบอก แต่ยังอุบดีลร้อนฉ่า!!ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ส่วนดีลที่จบลงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีทั้งการเข้าซื้อกิจการ "Hesco Food" ผู้ผลิตขนมขึ้นรูปประเภทข้าวอบกรอบชั้นนำของญี่ปุ่นที่ค้าขายในห้าง "COSCO" ชื่อดังของสหรัฐ ข้าวถุงพันดีผนึกยักษ์ส่งออกข้าวเบอร์ 1 ของไทย บริษัท เอเซีย โกลเด้นไรซ์ จำกัด (เอจีอาร์) การดึงพาร์ทเนอร์เบียร์เบอร์ 4 ของโลก "คาร์ลสเบิร์ก" ทำตลาดในไทยและต่างแดนร่วมกัน การซื้อธุรกิจอาหารแช่แข็งจากบริษัท อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด ผู้รับจ้างผลิต(โออีเอ็ม) ที่วันนี้ถูกเปลี่ยนเป็น บีอาร์ฟู้ดส์ นัยยะคือบุญรอดฟู้ดส์นั่นเอง แต่ก็ต้องเปลี่ยนชื่อเพราะบริษัทไม่ต้องการให้ "ทุกธุรกิจ" เอะอะก็ใช้ "บุญรอด"
ล่าสุด สิงห์ยังผนึกกับบริษัท มารูเซ็น (Maruzen Company Ltd) แบรนด์เก่าแก่อายุราว 68 ปี ลงทุนหลักร้อยล้านผลิตวัตถุดิบชาป้อนตลาดอาหารและเครื่องดื่ม และผลิตชาสำเร็จรูปแบรดน์ "BOONRAWD Farm" ส่งออกด้วย จึงเห็นว่าจาก 20 กว่าบริษัทในอดีต จวบวันนี้สิงห์ขยายตัวกว่า 2 เท่า มีเกือบ 60 บริษัท
โดยโจทย์ที่ทุกบริษัทในกลุ่มต้องทำคือการยืนหยัดด้วย "ลำแข้งของตัวเอง"
"บุญรอดมีธุรกิจเบียร์ที่ทำเงินมากที่สุด แต่นโยบายใหม่จะให้เงินทุนตั้งต้น คือซื้อกิจการอื่นๆ มาแล้วก็ต้องรับไปบริหารต่อให้งอกเงย" นั่นจึงกลายเป็นความท้าทายของบุญรอดในการผนึกกำลัง (Synergy) ของกลุ่มบริษัทในเครือให้เติบโตเกินคาด
ส่วนเป้าหมายต้องการให้สิงห์ ขึ้นเป็นเบียร์เบอร์ 3 ในเอเชียคู่ขนานกับยอดขาย 2 แสนล้านบาทใน 3-5 ปี ในเรื่องนี้ฉัตรชัยย้ำชัดว่า ยังเป็นเดิมพัน เพราะเป้าหมายของ "ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี" ทายาทอีกคนที่เข้ามาคุมทัพน้ำเมา
"แต่วันนี้เรามองไกลกว่านั้น !!"
สิงห์จะเป็นกลุ่มบริษัทคนไทยที่ผลิตสินค้าออกสู่ตลาดโลก ก่อนแบไต๋ยอดขายว่า..
"ทุกๆ 5 ปี บริษัทจะตั้งเป้ารายได้เติบโตคูณ 2 เท่า" นั่นอาจทำให้คำนวณได้ว่า หากยอดขาย 2 แสนล้านบาททะลุเป้า ใน 5 ปีถัดจากนั้นคงเห็นสิงห์โกยเงิน 4 แสนล้านบาท จนแตะ 1 ล้านล้านบาทภายใน 15 ปีข้างหน้า
---------------------------------------
แผนไต่บันไดสิงห์
การไต่บันไดของสิงห์ในธุรกิจแอลกอฮอล์ (เบียร์สิงห์) และนอนแอลกอฮอล์ เริ่มต้นด้วยการส่งเครื่องดื่มเกลือแร่ซันโว,ข้าวพันดี, สแน็กสาหร่ายมาชิตะ, น้ำมะพร้าวของวราฟู้ดส์ จำหน่ายในอาเซียน ขณะที่เบียร์สิงห์ได้ทยอยทุ่มเงินเพื่อเป็นสปอนเซอร์กีฬาหลากประเภทมากขึ้นในเวทีสากล ทั้ง GB มอเตอร์สปอร์ต ปาเป้า (Dart) กีฬายอดฮิตในผับและบาร์ทั่วโลก เป็นต้น
ที่ผ่านมาสิงห์ลิงโลดกับ "ชัยชนะ" ของการเป็นเบียร์เบอร์ 1 ของไทย ครองส่วนแบ่งทางการตลาดเฉียด 90% ก่อนที่ในปี 2540-2541 จะเสียแชมป์ให้กับเบียรช้าง (ของเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งบมจ.ไทยเบฟเวอเรจ) และตีตื้นกลับมารั้งตำแหน่ง "ผู้นำตลาด" ได้อีกครั้งในปี 2549-2550 จนถึงทุกวันนี้
18 ปี ในการทำงานกับสิงห์ "ฉัตรชัย" บอกว่า เป็นทุกวันที่ท้าทาย กระทั่งการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ๆ แข่งโลก โดยเลือกที่จะไม่มองฝ่ายตรงข้ามเป็นคู่แข่ง เพราะนั่นจะทำให้ตัวเองเตี้ยลงทุกวัน
"การทำงานที่นี่ชาเลนจ์ตลอด ปีแรกๆ ที่เข้ามาแล้วงงๆ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ดีไปหมด ขายดีมาก" หนึ่งในประโยคแสดงความความภูมิใจในองค์กรแห่งนี้
ถามว่าอะไรคือเป้าหมายใหญ่ในชีวิตลูกจ้างมืออาชีพ ?
ฉัตรชัย ตอบว่า "ผมตั้งใจจะเกษียณที่นี่ ถ้าเขาไม่ไล่ผมออก ซึ่งผมมีเวลาอีก 13 ปี ตอนนี้ผม 47 สำหรับผมเป้าหมายใหญ่คืออยากเห็นคำว่าสิงห์พูดที่ไหนในโลก เหมือนเราพูดยี่ห้อไนกี้ อาดิดาส ซัมซุง โซนี่ คือก้าวเป็นแบรนด์ระดับโลกจริงๆ Truely global brand"







