ราคาหุ้นปรับขึ้นรับปัจจัยบวกไปมากพอควร
งบประมาณภาครัฐเริ่มต้นขึ้นแล้ว
เราคาดว่าหลังแรงขับเคลื่อนเพื่อเร่งพัฒนาเศรษฐกิจ และการลงทุนในประเทศขอ คสช.ที่ต้องการให้เกิดเป็นรูปธรรมให้เร็วสุด ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนและความมั่นใจจากต่างชาติ ทั้งจากการเร่งทำงบประมาณปี 57 และปี 58 ที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์ รวมถึงการผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยอยู่ระหว่างการพิจารณาความสำคัญของโครงการต่างๆที่เกิดขึ้นรวมถึงแหล่งที่มาของเงินทุนให้มีความเหมาะสม ซึ่งเราคาดว่าการทบทวนงบประมาณจากลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นจะเริ่มต้นขึ้นใน 3Q57 เป็นประเด็นบวกระยะยาวให้กับอนาคตของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
มีงานประมูลคืบหน้าอย่างน้อย 2 โครงการ
สำหรับโครงการที่เราคาดว่าจะเห็นความคืบหน้าก่อนโครงการอื่นคือ (1) รถไฟรางคู่คลอง19-แก่นคอยมูลค่ารวม 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นซองประมูลในรูปแบบการประกวดราคาแบบ e-Auction ที่คาดว่าจะทราบชื่อผู้มีโอกาสได้รับงาน (Lowest bid) ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ (2) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) มูลค่าโครงการ 2.6 หมื่นล้านบาทจากจำนวน 4 สัญญา ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นซองประมูลใหม่หลังมีการปรับเปลี่ยน TOR ในเดือน ก.ย. โดยเราคาดว่าจะทราบผลผู้ผ่านคุณสมบัติในช่วงปลายปี 57 อย่างไรก็ดีกระบวนการอนุมัติโครงการและงบประมาณขั้นต่อไปอาจใช้เวลาเนื่องจากต้องรอการครม.ชุดใหม่
งานภาคเอกชนเห็นความคืบหน้าใน 2H57
นอกเหนือจากงานภาครัฐที่มีความคืบหน้าแล้ว เราคาดว่าความมั่นใจการลงทุนของภาคเอกชนจะมีเพิ่มมากขึ้นในการก่อสร้างอาคาร งานสนามบินที่มีการปรับปรุง งานจากลูกค้าในกลุ่มค้าปลีก รวมถึงงานโรงไฟฟ้าที่คาดว่าเกิดขึ้นในช่วง 2H57 จากการคาดหมายรับงานโรงไฟฟ้าจากลูกค้าที่อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อรอเซ็นสัญญาเช่น STEC ที่มีงานมูลค่ามากกว่า 5พันล้านบาท รวมถึง CK ที่มีงานโรงไฟฟ้าจากบริษัทในเครือกว่า 4 พันล้านบาท ยังเป็นโอกาสที่ดีต่องานในมือที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มนอกเหนือจากงานภาครัฐที่คาดหมาย
แรงเก็งกำไรสูง...รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว
ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ระดับราคาของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างปรับเพิ่มโดยเฉลี่ย 24% โดยมีปรับเพิ่มเรียงตามลำดับคือ ITD (+35%) CK(+31%) STEC (19%) และ SEAFCO (+15%) ขณะที่เมือเราตรวจสอบการปรับเพิ่มของราคานับจากต้นปี 2557 โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 55% บริษัทที่มีราคาหุ้นปรับเพิ่มมากสุด คือ STEC และ CK เราคาดว่าการปรับเพิ่มของราคาดังกล่าวค่อนข้างตอบรับปัจจัยบวกของความคืบหน้าของแผนการลงทุนในโครงการภาครัฐที่มีโอกาสขับเคลื่อนไปค่อนข้างมากทำให้ราคาในตลาดปรับขึ้นมาใกล้เคียงกับมูลค่าเหมาะสมของเรา จึงแนะนำให้ ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว








