เดินหน้าลงทุน'รถไฟรางคู่'ในปีนี้ สั่งจ่ายงบค้างท่อใน2สัปดาห์ เตรียมส่งทหารช่างช่วยดูแลโครงการชลประทาน ระบุทำได้เร็ว-ราคาถูกกว่าจ้างเอกชน
"ประยุทธ์" สั่งทำแผนเบิกจ่ายงบปี 2557 ค้างท่อ เสนอภายใน 2 สัปดาห์ ยึดโปร่งใส-ตรวจสอบได้ พร้อมให้เตรียมโครงการลงทุนปี 2558 ยันเดินหน้าลงทุนโครงการรถไฟรางคู่ ขณะที่รถไฟความเร็วสูง ขอศึกษาผลดี-ผลเสีย เล็งส่งทหารทำโครงการบริหารจัดการน้ำ ชี้ต้นทุนต่ำ-เสร็จตามระยะเวลา
วานนี้ (2 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เรียกประชุมรองหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ดูแลงานฝ่ายต่างๆ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญเข้าร่วมประชุม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังและสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมที่กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน
ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.เปิดเผยว่าในที่ประชุมฯนายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณได้อธิบายถึงภาพรวมของงบประมาณประเทศ หัวหน้า คสช.ได้สั่งการให้หน่วยงานเศรษฐกิจจัดแผนเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ที่มานำเสนอภายใน 2 สัปดาห์
หัวหน้า คสช.ได้ให้นโยบายว่าการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ควรจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและสร้างความสุขให้กับประชาชนได้มากขึ้น เช่น การใช้นโยบายไปเพื่อการกระจายรายได้ หรือเป็นการหามาตรการเพื่อทดแทนการเสียโอกาสให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองในช่วงที่ผ่านมา โดยการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ด้วย
“หัวหน้า คสช.ได้กำชับให้แต่ละหน่วยงานเร่งทำแผนการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ที่ค้างท่อซึ่งที่ผ่านมาอาจไม่สามารถเบิกจ่ายได้เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามในการเร่งรัดการเบิกจ่ายก็ให้ยึดระบบการตรวจสอบภายในของหน่วยงาน และให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินงบประมาณของประเทศด้วย” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าว
รองโฆษก คสช. กล่าวต่อว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สศช.ได้นำเสนอแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ซึ่งเป็นแผนที่ใช้ในการพัฒนาประเทศในปัจจุบันจนถึงปี 2559 รวมถึงรายงานถึงความคืบหน้าในการพัฒนาประเทศตามแผนฯฉบับดังกล่าวรวมทั้งได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์การเพิ่มความสุขให้กับคนในประเทศด้วย
"หัวหน้า คสช.ได้ให้นโยบายว่าในการดำเนินงานพัฒนาประเทศให้ยึดหลักการ 3 ส่วนคือ สร้างความสุขเพิ่มขึ้นให้กับคนไทย การยึดหลักกฎหมาย และการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม"
นอกจากนั้น ยังกล่าวถึงแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณปี 2557 ในส่วนที่เหลือเพื่อเพิ่มดัชนีความสุขให้กับคนไทย รวมทั้งให้เป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณปี 2558 ซึ่งให้หน่วยงานต่างๆ คิดแผนปฏิบัติการที่คำนึงถึงการเพิ่มดัชนีความสุขของคนในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้นด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่างบประมาณคงค้างเบิกจ่ายของปีงบประมาณรายจ่าย 2557 ในส่วนที่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วเนื่องจากมีการยุบสภาฯและอยู่ในช่วงรักษาการจึงไม่มีอำนาจอนุมัติได้ มีมูลค่าโครงการเกิน 1,000 ล้านบาท ปัจจุบันเป็นวงเงินประมาณ 7,000 ล้านบาท
สั่งทำดัชนีชี้วัดความสุขคนไทย
ด้าน พ.อ.ณัฐวัฒน์ จันทร์เจริญ รองโฆษก คสช. กล่าวว่า หัวหน้า คสช.ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำการสำรวจดัชนีชี้วัดความสุขของประชาชน ภายหลังจากการประกาศกฎอัยการศึก ในวันที่ 22 พ.ค. และภายหลังการยึดอำนาจการปกครองในวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาว่าคนไทยมีความสุขเพิ่มขึ้นมากน้อยอย่างไร
ในส่วนของโรดแมพของงานด้านเศรษฐกิจซึ่งในที่ประชุมได้มุ่งเป้าไปที่งบค้างปี 2557 ที่มีเงื่อนไขติดขัดในข้อกฎหมายของการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งมีปริมาณพอสมควร และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งงบดังกล่าวอยู่ในอำนาจการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี หากมองภายในขณะนี้ก็อยู่ในอำนาจของ คสช. ส่วนจะดำเนินการโครงการทั้งหมด หรือ ชะลอไว้ก่อน คาดการณ์ใช้เวลา 2 สัปดาห์ ถึงจะได้ข้อมูลที่ชัดเจน
"เมื่อแก้ปัญหาในงบปี 2557 ไปแล้ว ก็จะเข้าสู่การพิจารณางบประมาณปี 2558 ทันที โดยจะเน้นเหตุผลความจำเป็น และการบริหารงบประมาณ และรายจ่ายประจำปีจะไม่ติดขัด เพื่อเป็นส่วนในการผลักดันกระตุ้นเศรษฐกิจ"
พ.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าวถึงโครงการเงินกู้โครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ว่าพล.อ.ประยุทธ์ให้ดำเนินการในแนวทางเดียวกับกรณีกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้พิจารณาโครงการไหนดีก็ให้เริ่มก่อน โดยได้เน้นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และประชาชนให้การยอมรับ และผ่านการตรวจสอบในเรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อมและทุกหน่วยงานไม่มีข้อขัดแย้ง พร้อมกับต้องทำประชาพิจารณ์ในเรื่องของคนที่ได้รับผลกระทบ
เรียก'ชัชชาติ'หารือปรับรถไฟ
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้น พ.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าวว่าให้ไปดูข้อดี-ข้อเสีย ทำแล้วคุ้มหรือไม่ การใช้แหล่งเงินทุนมาจากไหน และจะต้องไม่กระทบวินัยการคลัง การก่อหนี้สาธารณะ ซึ่งอาจจะลงทุนร่วมกับเอกชน คาดว่าไม่น่าจะทันนำเสนอภายใน 2 สัปดาห์
"แต่โครงการที่จะสานต่ออย่างแน่นอนก็คือรถไฟรางคู่ ส่วนเรื่องงบประมาณ ทาง หัวหน้า คสช.ยังไม่ได้ตัวเลข แต่ได้ให้ทางสำนักงบประมาณไปดูว่าจะเอาเงินตรงไหนมาดำเนินการ รวมทั้งให้ทางการรถไฟไปหาพื้นที่ว่าจะใช้จุดไหนให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งจะดำเนินการในปีนี้ "
พ.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าวว่า ทาง คสช.จะเรียก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม มาหารือด้วย เพราะเป็นคนที่มีความรู้เพื่อจะได้ศึกษาในด้านต่าง ๆ
ให้ทหารร่วมทำบริหารจัดการน้ำ
ส่วนเรื่องการบริหารจัดการน้ำนั้น ทาง คสช.จะไม่นำเอารูปแบบการบริหารการจัดการน้ำจำนวน 3.5 แสนล้านบาท มาใช้ทั้งหมด แต่จะหยิบยกเป็นบางส่วน โดยจะเน้นไปที่โครงการที่เป็นเบี้ยหัวแตก เช่น การขุดบ่อน้ำหมู่บ้าน หากทำทั่วประเทศถึง 4,000 บ่อ บ่อละ 10 ล้านบาท จะใช้เงินจำนวนที่สูงพอสมควร
"คสช.เน้นย้ำในเรื่องการบริหารจัดการน้ำที่เป็นแนวทางพระราชทานมาดำเนินการ เช่น โครงการแก้มลิง การขุดลอกคูคลอง ให้ทางกรมชลประทานไปดูแล พร้อมทั้งให้ทหารเข้าไปทำ เช่น โครงการขุดบ่อตามหมู่บ้านทั่วประเทศ 4 พันแห่ง แห่งละ 10 ล้านบาท ช่วยในแง่กักเก็บน้ำ และป้องกันน้ำท่วม ที่ผ่านมาทางหน่วยทหารเข้าไปทำเยอะ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ซึ่งเราควบคุมได้ ราคาถูก เสร็จทันตามกรอบ โครงการไหนที่เร่งด่วนก็จะมีการจัดแบ่งทหารให้เข้าไปทำ ซึ่งจะลดการคอร์รัปชัน ทางหัวหน้า คสช. ได้บอกกับหน่วยงานต่างๆ ว่า หากหน่วยงานไหนไม่เข้าใจ สามารถยกโทรศัพท์มาหาท่านได้ตลอดเวลา เพราะท่านเป็นคนคิดเร็ว ทำเร็ว" พ.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าว
กรมชลฯรอความชัดเจน
รายงานข่าวจาก กรมชลประทาน เปิดเผยว่าขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากคสช. สำหรับปีงบประมาณ 2558 ว่าจะให้กรมชลประทานเดินหน้าโครงการบริหารน้ำตามแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านที่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แยกออกไปให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ดูแล กลับมารวมไว้ในแผนงานปกติของกรมชลประทานหรือไม่ เพราะหาก คสช.ให้นำแผนบริหารจัดการน้ำของ กบอ.ให้กรมชลฯ ดำเนินการ งบประมาณปี 2558 กรมชลประทานก็ต้องดำเนินการใหม่อีกรอบ เพราะในปัจจุบัน ตั้งวงเงินงบประมาณของกรมชลฯ ไว้ที่ฐานปีงบประมาณปี 2557 บวก 20% หรือประมาณ 56,130 ล้านบาท เท่านั้น
“การบริหารค่าใช้จ่ายของกรมชลฯ ตามปีงบประมาณ 2558 ให้เป็นไปตามประกาศของ สศช. กรมชลฯ จึงต้องรอความชัดเจนของ สศช. เพื่อนำรายละเอียดของแผนงานปี 2558 หารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง ซึ่งกรมชลฯ ต้องยอมรับว่าหาก คสช. ต้องการให้นำงบน้ำ 3.5 แสนล้านบาท กลับมาไว้ที่งบลงทุนปกติ กรมชลประทานก็มีความพร้อมที่จะดำเนินการได้เลยในปี 2558 หลายโครงการ อาทิ โครงการระบายน้ำหาดใหญ่ เป็นต้น” แหล่งข่าวกล่าว
เสนองบประมาณ 4 มิ.ย.
ด้าน นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในวันที่ 4 มิ.ย. 2557 จะนำรายละเอียดงบประมาณปี 2557 ของกรมชลประทาน เสนอต่อ คสช . เพื่อรับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคของการทำงาน ตลอดปีงบประมาณ 2557 ที่การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปด้วยความล่าช้า เพราะที่ผ่านมามีหลายโครงการที่ไม่สามารถนำเขาสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เช่น โครงการห้วยสะโมง และอีกหลายโครงการที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท ส่งผลให้การเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ที่ได้รับการจัดสรร 40,094 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายไปแล้ว 47.3% จากเป้าหมายที่วางไว้ 62% แบ่งเป็น งบประมาณในการลงทุน 32,368 ล้านบาท เบิกจ่ายได้ทั้งสิ้น 44.05% ณ วันที่ 9 พ.ค. 2557 จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ต้องเบิกจ่ายได้ประมาณ 58% และงบสำหรับจ่ายประจำ 7,726 ล้านบาท เบิกจ่ายได้ประมาณ 59.6%






