วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market focus

ทางเทคนิคมีสัญญาณซื้อระยะสั้น ซื้อหุ้นที่ยัง laggard เป้าระยะไม่เกินสัปดาห์ที่ 1,450 จุด

SET View

ประเด็นหลัก จากโรดแมพของ คสช. ครั้งล่าสุด เราคาดว่าจะมีการเริ่มตั้งรัฐบาลชั่วคราวภายใน 1-2 สัปดาห์ จะทำให้การดำเนินงานและนโยบายภาครัฐที่ได้ดำริขึ้นจะมีความชัดเจนมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็น่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้การเติบโตเศรษฐกิจในประเทศไม่ชะงักงัน ซึ่งอาจจะทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ (ช่วงสั้นๆ) จากข้อมูลในอดีตพบว่า ในช่วงรัฐประหารในปี 2549 ที่ได้ประกาศให้มีการตั้งรัฐบาลใหม่ เราพบว่านักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้ามาซื้อสุทธิภายใน 3 วันทำการ โดยในครั้งนั้น SET ได้ปรับขึ้น 5% ภายในระยะ 1 สัปดาห์ แม้หุ้นในกลุ่ม SET50 อาจจะปรับขึ้นตัวได้ช้าหากยังมีแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ แต่เรามองว่าความเสี่ยงของหุ้นขนาดใหญ่เริ่มมีจำกัด โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร ที่น่าจะได้รับความกดดันที่ลดลงจากเรื่องปัญหา NPL หลังจากกำลังซื้อของลูกค้ารายย่อยที่เริ่มฟื้นตัว ขณะที่อานิสงค์จากแนวทางเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจจากทำให้การปล่อยสินเชื่อมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะถัดไป

ทิศทางของกระแสเงินทุนในตลาดการเงินโลกเริ่มไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นโลกอีกครั้งหนึ่งราว 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ยังคงตํ่ากว่าการไหลเข้าในตลาดพันธบัตรโลกที่สูงถึง 9.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ประกอบกับดัชนี Bull & Bear Index ที่กระโดดขึ้นมาที่ 7.6 จากเพียง 4.3 ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่เริ่มกลับมาของนักลงทุนในระยะสั้น ขณะที่จีนเพิ่งประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เดือน พ.ค.ที่ 50.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วที่ 50.4 ซึ่งนับเป็นแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตและขยายตัว

กลยุทธ์การลงทุน สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้มาก เราแนะนำให้ซื้อเก็งกำไรหุ้นที่จะได้รับอานิสงค์จากนโยบายของ คสช. ที่จะเร่งดำเนินการในทันที ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (CPALL HMPRO MC) กลุ่มอสังหา (SPALI AP) ได้รับอานิสงค์จากกำลังซื้อฟื้นตัว กลุ่มรับเหมา (CK SEAFCO) ที่มีงานในรองรับระยะยาว สำหรับนักลงทุนระยะกลาง แนะนำ ให้ทยอยซื้อสะสม หุ้นกลุ่มธนาคาร (BBL KBANK) ที่จะได้รับประโยชน์จากการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในแผนนโยบายเร่งด่วนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจระยะสั้น อีกทั้งยังนับเป็นกลุ่มที่ราคายังไม่ได้ปรับขึ้นหลังเกิดการรัฐประหารเช่นกัน (ปรับขึ้นเพียง 1.2%) และ กลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP) ส่วนหุ้นที่แนะนำให้หลีกเลี่ยง ยังคงเป็น กลุ่มโรงแรม และ กลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากมีหลายประเทศประกาศเตือนเข้าประเทศไทย

Stock Picks

CK (+) แม้ว่าโครงการลงทุนใหญ่ของ คสช.จะกลับมาเริ่มดำเนินการใหม่แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนอีกหลายประเด็น อย่างไรก็ดีเรามองว่า CK จะได้รับความเสี่ยงน้อยแม้ว่ายังไม่มีงานโครงการขนาดใหญ่ในช่วงนี้ เพราะงานในมือกว่า 1 แสนล้านบาท และยังมีโครงการโรงไฟฟ้าและเขื่อนนํ้าบากที่รอทำเซ็นสัญญามูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้ในอนาคตให้มีความต่อเนื่อง ทำให้เรามองว่า CK จะสามารถรักษาระดับรายได้ไม่ตํ่ากว่า 7.5 พันล้านบาทต่อไตรมาส และอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 10% มูลค่าเหมาะสมที่ 22.44 บาท แนะนำ “ซื้อ”

EFORL (+) หาก คสช.สามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายคงค้างที่เกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุขได้เร็ว จะเป็นปัจจัยบวกต่อ EFORL ซึ่งจะมีโอกาสเพิ่มรายได้จากโรงพยาบาลของรัฐในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนการเจาะตลาดเอกชน ยังมีความได้เปรียบจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ให้กับแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศหลากหลายผลิตภัณฑ์ ได้รับการยอมรับในวงกว้างจากแพทย์ ทำให้มีคำสั่งซื้อซํ้าต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีสถานะ “ปลอดหนี้” ทำให้มีความเสี่ยงในการดำเนินงานตํ่า สามารถขยายธุรกิจได้ตามแผนธุรกิจในเร็วๆ มูลค่าเหมาะสมที่ 0.95 บาท แนะนำ “ซื้อ”