วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.เปิดโรดแมพเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า

"คสช." เตรียมประกาศโรดแมพในการดูแลเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า เผยแผนระยะสั้นคือดูแลเศรษฐกิจระดับรากหญ้าผ่านการจ่ายหนี้จำนำข้าว และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงการคลัง และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเข้าร่วมหารือถึงแนวทางการดูแลเศรษฐกิจไทยวานนี้ (26พ.ค.) ว่า ทีมเศรษฐกิจของคสช.ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจกับทีมผู้บริหารกระทรวงการคลังทั้งหมด เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และกำหนดเป็นโรดแมปในการดูแลเศรษฐกิจ เพื่อนำเสนอให้คสช.ได้พิจารณาเห็นชอบในสัปดาห์หน้า

หากคสช.เห็นชอบ จะได้ประกาศใช้โรดแมพประมาณวันที่ 29 พ.ค.นี้ หรือวันศุกร์หน้า (6ก.ค.) แต่หากเห็นว่า ยังต้องมีการทบทวน การประกาศโรดแมพในการดูแลเศรษฐกิจจะขยับไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์

"วันนี้ทีมเศรษฐกิขของคสช.จะนำข้อมูลที่ได้จากการประชุมไปวิเคราะห์ เพื่อเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์และนโยบายของคสช.จากนั้น วันที่ 31 พ.ค.นี้ ทีมเศรษฐกิจของคสช.จะเชิญผู้บริหารกระทรวงการคลังและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจทุกแห่งเข้าร่วมประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำมาประมวลร่วมเป็นโรดแมพในการดูแลเศรษฐกิจอีกครั้ง"

2สิ่งสำคัญดู"ศก.รากหญ้า-เอสเอ็มอี"

สำหรับระยะเวลาของโรดแมพในการดูแลเศรษฐกิจ ยังไม่สามารถระบุได้ จะต้องรอให้ทุกฝ่ายร่วมหารือกำหนดออกมาเป็นแผนก่อน สิ่งที่สำคัญในการดูแลเศรษฐกิจขณะนี้ คือ การดูแลเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าและธุรกิจเอสเอ็มอี เพื่อให้เศรษฐกิจได้ขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว

หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจคสช.กล่าวด้วยว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เร่งด่วนขณะนี้ ซึ่งคสช.ให้ความสำคัญมาก คือ การจ่ายเงินค้างหนี้จำนำข้าวให้แก่ชาวนา ซึ่งวานนี้คสช. โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เริ่มจ่ายเงินให้แก่ชาวนาแล้ว โดยนำเงินสภาพคล่องของธ.ก.ส.ไปจ่ายก่อน 4 หมื่นล้านบาทขณะเดียวกัน คสช.จะดูแลเรื่องเร่งด่วนสำหรับกรณีความช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ เช่น วาตภัย หรือ แผ่นดินไหว และ เรื่องของน้ำท่วมที่จะมาพร้อมในฤดูฝนด้วย

"ทีมเศรษฐกิจคสช. คาดว่า หลังจากเราสามารถจ่ายเงินค้างหนี้ชาวนาได้ทั้งหมด 9.2 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าและทำให้จีดีพีปีนี้เพิ่มขึ้น 0.2%" เขากล่าว

เร่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนไทย-เทศ

ทั้งนี้ ทีมเศรษฐกิจของคสช. ได้ให้ความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนไทยและต่างประเทศ โดย คสช.พร้อมจะสนับสนุนด้านการลงทุนของภาคเอกชนอย่างเต็มที่ โดยระหว่างนี้ จะเร่งสร้างความสงบเรียบร้อยและสร้างความปรองดอง จากนั้น คสช.จะทำธรรมนูญ และกำหนดฝ่ายบริหาร ปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ รวมทั้ง ด้านนิติบัญญัติ และจะเข้าสู่ระบบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2558 นั้น ที่ประชุมได้หารือและยืนยันว่า จะสามารถจัดทำงบประมาณรายจ่ายปีดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลา ซึ่งสำนักงบประมาณได้รายงานเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ การจัดทำงบประมาณดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่สมบูรณ์ และจะปรับให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน

ทั้งนี้ แนวคิดในการบริหารงบประมาณรายจ่ายปี 2557 คือ จะเร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายงบที่ค้างโดยเร็ว ส่วนแนวคิดของงบรายจ่ายปี 2558 คือ จะจัดงบประมาณไม่มาก และต้องไม่มีผลผูกพันยาว ซึ่งงบลงทุนใหญ่ๆ จะเน้นไปที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เร่งแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน

พลอากาศเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจคสช.กล่าวว่า โรดแมพในการดูแลเศรษฐกิจ จะคำนึงถึงปัญหาระยะกลางของระบบเศรษฐกิจด้วย โดยจะเข้าไปแก้ไขปัญหาในส่วนที่มีผลกระทบโดยตรง เช่น ระบบน้ำ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น การก่อสร้างรถไฟรางคู่ ถ้าสามารถทำได้จะทำทันที แต่คงไม่ให้มีผลผูกพันต่อเสถียรภาพการคลัง เพื่อเป็นการรักษาวินัยทางการคลัง

คาดจีดีพีเติบโตได้ถึง3%

ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่าน กระทรวงการคลังได้หารือกับ คสช.อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ กระทรวงการคลัง ได้จัดทำโรคแมพเสร็จ และพร้อมที่จะเสนอกับ คสช.ซึ่งแผนงานดังกล่าว หากนำมาใช้ในทันที คาดว่า จีดีพีปีนี้ขยายตัวได้ 3% แม้จะเหลือระยะเวลาอีก 6 เดือนจะสิ้นปีนี้ก็ตาม ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่ สศค.คาดการณ์ล่าสุดที่ขยายตัวเพียง 2.6% ของจีดีพี เนื่องจาก คสช.มีอำนาจอย่างถูกต้องในการบริหาร ประเทศและเศรษฐกิจ

"โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ไม่เป็นข้อสงสัยของประชาชน มั่นใจว่า คสช.จะสั่งให้ดำเนินการทันเช่น โครงการรถไฟรางคู่และรถไฟฟ้าในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงคงยังไม่เกินขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งทั้ง 2 โครงการจะถูกบรรจุอยู่ในงบประมาณรายจ่ายปี2558 อย่างแน่นอน นอกจากนี้ งบประมาณที่ยังค้างท่อที่ต้องรอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัตินั้น ขณะนี้ คสช.ก็มีอำนาจและสามารถอนุมัติได้ทันที ซึ่งเม็ดเงินอยู่ประมาณ 7,000 ล้านบาทและส่วนใหญ่เป็นงบลงทุน" เขากล่าว

นายสมชัย กล่าวว่า คสช.ได้ให้นโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นโดยจะเน้น การค้าและการลงทุนอย่างเสรี การดำเนินการตามกรอบประชาคมอาเซียน หรือเออีซี การเปิดเศรษฐกิจพิเศษตามชายแดน การสนับสนนุให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และการเร่งใบอนุญาตประกอบโรงงาน หรือป4. ซึ่งติดขัดมานานจนทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถขยายโรงงานหรือประกอบการกิจการใหม่เพิ่มเติมได้