พลิกขาดทุนจากการตั้งสำรองหนี้สูญ
ผลงานต่ำคาดจาก รายได้ลด ต้นทุนเพิ่ม และสำรองหนี้สูญ
LIVE ประกาศผลประกอบการงวด 1Q57 น่าผิดหวัง มีผลขาดทุนสุทธิ 18 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งสำรองหนี้สูญ (เงินทดรองจ่ายคุณกนิษฐาค่าภาษี) จำนวน 17 ล้านบาท ในขณะที่ธุรกิจปกติมีผลขาดทุนเพียง 2 ล้านบาทจากค่าภาษี ประกอบด้วย ธุรกิจเดิม (ให้เช่าช่องทีวีดาวเทียม สื่อทีวีดาวเทียม บิลบอร์ด) มีผลขาดทุนราว 10 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวและความเข้มงวดในการตรวจสอบช่องทีวีดาวเทียมโดย กสทช. ทำให้มีรายได้ลดลง 14% YoY อยู่ที่ 64 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 50% YoY เป็น 28 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ ค่าตอบแทนกรรมการ และค่าตัวแทนขาย และได้รับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (สเตรก้า) เข้ามาจำนวน 10 ล้านบาท
ไตรมาส 2 แนวโน้มฟื้นตัวจากธุรกิจเดิมและสเตรก้า
เราคาดผลประกอบการงวด 2Q57 มีแนวโน้มฟื้นตัว QoQ จากธุรกิจเดิมให้เช่าช่องทีวีดาวเทียมที่ลูกค้าเริ่มกลับเช่าช่องสัญญาณเต็มอีกครั้ง ธุรกิจสื่อทีวีดาวเทียมเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น และไม่มีค่าใช้จ่ายการออกหุ้นกู้และการตั้งสำรองหนี้สูญเหมือนในงวด 1Q57 ขณะที่ธุรกิจสื่อโฆษณาบิลบอร์ดยังถูกกดดันจากปัจจัยลบเศรษฐกิจและการเมือง ทางด้านส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (สเตรก้า) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น QoQ ตามกำหนดการส่งมอบงาน แต่อย่างไรก็ดี มีความเสี่ยงที่การส่งมอบงานอาจเกิดความล่าช้าเนื่องจากช่วงไตรมาส 2 เป็นช่วงหน้าฝนอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานขุดเจาะพื้นดินของบริษัทร่วม
ปรับลดประมาณการและมูลค่าเหมาะสมลง
จากผลประกอบการงวด 1Q57 ที่พลิกเป็นขาดทุนจากที่เราคาดว่าจะมีกำไร 18 ล้านบาท ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ของ LIVE ลงจากเดิม 52% เหลือ 54 ล้านบาท ลดลง 15% YoY จากการปรับลดประมาณการรายได้รวมลง 4% เหลือ 308 ล้านบาท และปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารขึ้นจากเดิม 2% และรวมการตั้งสำรองหนี้สูญจำนวน 17 ล้านบาท เข้าในประมาณการ ขณะที่หากไม่รวมรายการพิเศษ (สำรองหนี้สูญ) คาดกำไรปกติ 71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% YoY และเราปรับลดมูลค่าเหมาะสมลง 38% เหลือ 0.35 บาท (วิธีอัตราส่วนราคาต่อกำไรที่ 30 เท่า คิดจากกำไรปกติต่อหุ้นปี 2557)
เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ” รอการฟื้นตัวและการลงทุนใหม่ในครึ่งปีหลัง
ผลประกอบการงวด 1Q57 ออกมาน่าผิดหวังทำให้เราปรับลดประมาณการและมูลค่าเหมาะสมลงทำให้เหลือ Up-side Gain ไม่เยอะ เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ” (จากเดิม “ซื้อ”) เพื่อรอการฟื้นตัวของผลประกอบการในงวดครึ่งปีหลังตามการฟื้นตัวของธุรกิจสื่อโฆษณา (ถ้าปัญหาการเมืองจบ) ทั้งนี้ ประมาณการและมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินยังไม่รวมโอกาสจากการลงทุนในกิจการอื่นๆ เพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปี









