คาดยอดขาย 2Q57 เติบโตจากโครงการใหม่
กำไร 1Q57 ทรงตัว YoY
LH มีกำไรสุทธิ 1Q57 อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาททรงตัวเทียบกับรายปี น้อยกว่าที่เราคาด4% สาเหตุจากอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ลดลงเป็น 34.7% จาก ปีก่อนที่ 35.3% ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการปิดโครงการเก่าเช่น นันทวัน ศรีนครินทร์ ทำให้มีการซอมแซมพื้นที่ส่วนกลาง และการรับรู้รายได้สินค้าคอนโดมีเนียมที่มีอัตรากำไรขั้นต้นน้อยกว่า แม้ว่าจะมีรายได้จากการขายและบริหาร 6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และ มีกำไรจากเงินลงทุนที่470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เป็น 470 ล้านบาทก็ตาม และเมื่อเทียบผลประกอบการรายไตรมาสปรับลด 9% มาจากการรับรู้รายได้ที่ลดลง5% ซึ่งเกิดจากสินค้าบ้านเดี่ยว
งานในมือกว่า 7 พันล้านบาทรอบันทึกรายได้ปี 57
เราคาดว่าการรับรู้รายได้ของ LH ยังมีความต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากงานในมือที่รอบันทึกรายได้ในปี 57 ณ ปัจจุบันที่ 7.6 พันล้านบาท มาจากสินค้าประเภทคอนโดมีเนียมจำนวน 5.3 พันล้านบาท จากโครงการหลักที่เริ่มรับรู้รายได้ในปี57 คือ The key-สาธร ราชพฤกษ์ มูลค่าโครงการ 1.8 พันล้านบาท ที่จะบันทึกรายได้ในช่วง 2Q57-3Q57 และโครงการ The Room – วงเวียนใหญ่ มูลค่าโครงการ 1.6 พันล้านบาท ซึ่งจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ใน 4Q57 นอกจากนั้นคาดการบันทึกรายได้จากสินค้าแนวราบราว 2 พันล้านบาท จะเป็นหลักประกันให้กับรายได้ใน 2Q57
ยอดขาย 2Q57 มีโอกาสเติบโต
ใน 1Q57 LH มียอดขาย( Presale) ขายได้ 6.5 พันล้านบาท เติบโต 26% QoQ สินค้าหลักยังคงมาจากบ้านเดี่ยว 4.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% QoQ สำหรับยอดขายใน 2Q57 เราคาดว่ามีโอกาสเติบโต จาก 1Q57 ส่วนหนึ่งจากโครงการใหม่ที่เปิดตัว ซึ่งมีมูลค่าและจำนวนโครงการสูงกว่าทุกไตรมาส ที่มูลค่ารวม 1.7 หมื่นล้านบาทคิดเป็น 48% ของมูลค่าโครงการเปิดใหม่ทั้งปี โดยสินค้าที่เปิดขายเป็นสินค้าแนวราบเป็นหลัก โดยมีคอนโดมีเนียมเปิดเพียงแห่งเดียว และเป็นโครงการขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท ภายใต้ชื่อ 333 Riverside ซึ่งเราคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งช่วยสนับสนุนยอดขาย
คงประมาณการและราคาเหมาะสม
เราคาดว่ายอดขาย( Presale) และการรับรู้รายได้ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แม้ผลกระทบจากการเมืองทำให้กำลังซื้อหดตัวลง อย่างไรก็ดีจากสินค้าที่ได้รับการตอบรับจากตลาด ฐานะผู้ประกอบการรายใหญ่ เราคาดว่าการทำตลาดสร้างยอดขายของบริษัทยังคงรักษาระดับได้ นอกเหนือจากผลกำไรจากการดำเนินงานปกติ บริษัทมีผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน ทั้งใน QH LHbank และHMPRO ขณะที่มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการปิดโครงการซึ่งอาจมีผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น







