วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โตโยต้าเน้นธุรกิจโตยั่งยืนมากกว่าตัวเลขกำไร

โตอย่างยั่งยืน หัวใจสำคัญธุรกิจโตโยต้า

นายอากิโอะ โตโยดะ ประธานบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ซึ่งต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักตลอดช่วง 1 ปีของการเข้ามากุมบังเหียนค่ายรถยนต์ใหญ่สุดของโลกแห่งนี้ เปิดใจว่า รู้สึกพอใจกับตัวเลขการเติบโตของผลกำไรบริษัทในปีงบการเงินที่ผ่านมาที่ 1.82 ล้านล้านเยน

โตโยต้า คาดการณ์ว่า รายได้สุทธิ สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.จะร่วงลง 2.4% ซึ่งตัวเลขนี้ มีขึ้นในช่วงที่บริษัทคาดการณ์ว่าการส่งมอบรถจะเพิ่มขึ้นในทุกๆ ภูมิภาคที่สำคัญ ยกเว้น ญี่ปุ่น ที่ความต้องการรถยนต์จะลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากการที่ทางการญี่ปุ่นจัดเก็บภาษีการขายเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี

"หากดูที่การเติบโตของผลกำไรชั่วคราวในตอนนี้ คนอาจจะสงสัยว่าเราไม่อยากให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องหรือ? แต่ถ้าเราแค่ต้องการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่อไป เราก็จำเป็นต้องหว่านพืชลงไปเพิ่มเติม" นายโตโยดะ กล่าวต่อผู้สื่อข่าวที่กรุงโตเกียว

เบื้องหลังท่าทีไม่ค่อยเต็มใจที่จะกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจมากกว่านี้คือบทเรียนจากเมื่อปี 2552 ที่นายโตโยดะ เห็นว่าบริษัทขยายตัวเร็วเกินไปก่อนที่ความต้องการรถยนต์จะดิ่งลง ส่งผลให้บริษัทประสบภาวะขาดทุนรายปีเป็นครั้งแรกในรอบ 59 ปี แต่ความกังวลเรื่องนี้ก็อาจจะทำให้โตโยต้าพลาดโอกาสที่จะทำยอดขายรถยนต์ในตลาดโลกเพิ่มขึ้นและทำสถิติยอดขายรถสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้

"คุณอะกิโอะระมัดระวังมาก กลัวจะทำผิดพลาดในการกระตุ้นยอดขายเหมือนเมื่อครั้งอดีต "นายมาซาฮิโระ อะกิตะ นักวิเคราะห์จากเครดิตสวิส กรุ๊ป เอจี ในกรุงโตเกียวให้ความเห็น

การพัฒนาอาณาจักรธุรกิจยนตกรรมของโตโยต้า ที่มีพนักงาน 330,000 คนและลงทุนด้านเทคโนโลยีหลากหลายประเภท อาทิ รถยนต์ใช้พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของนายโตโยดะ หลานปู่ของผู้ก่อตั้งบริษัทโตโยต้าเร่งผลักดัน เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง

"เราวางเป้าให้ธุรกิจของเราเติบโตอย่างยั่งยืนในปีงบการเงินนี้ "นายโตโยดะ กล่าว

ขณะที่การทำกำไรได้มากสุดเป็นประวัติการณ์ของโตโยต้า ในปีงบการเงินล่าสุด ตอกย้ำว่าบริษัทฟื้นตัวจากภาวะถดถอยแล้ว และการเรียกคืนรถ 10 ล้านคันทั่วโลกเพราะข้อบกพร่องของชิ้นส่วนรถยนต์ที่ทำให้รถยนต์เร่งความเร็วกะทันหัน ยังคงเป็นปัญหาให้บริษัทต้องเร่งแก้ไข

"การพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ของเราไม่สอดคล้องกับการขยายธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ พนักงานของเรา ตลอดจนหุ้นส่วนของเราจึงใช้ศักยภาพที่มีอยู่อย่างไม่เหมาะสม ส่วนการขาดทุนของเราเกิดขึ้นในช่วงเกิดวิกฤติการเงิน และการเรียกคืนรถครั้งใหญ่ อาจเป็นผลพวงจากสิ่งนี้ เราจึงเหมือนต้นไม้ที่โตเร็วเกินไป ลำต้นจึงไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะปกป้องตัวเองจากองค์ประกอบต่างๆ ที่เป็นความเสี่ยง" บิ๊กบอสของโตโยต้า กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ไอเอชเอา ออโตโมทีฟ จะคาดการณ์ว่ายอดขายของโตโยต้าปีนี้จะเพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 85 ล้านคัน แต่ค่ายรถยนต์อันดับ 1 ของโลกแห่งนี้ก็ยังเผชิญความท้าทายต่างๆ รวมถึงเงินเยน ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จนทำให้ยอดขายรถยนต์พริอุส และเล็กซัส ที่ส่งออกจากญี่ปุ่นมีปริมาณเพิ่มขึ้น เริ่มมีเสถียรภาพขึ้น ทำให้มีโอกาสน้อยมาก ที่โตโยต้าจะทำยอดขายได้ปริมาณมากอย่างที่หวังไว้ในปีนี้