สินค้าอุปโภคบริโภค"อาหาร - สแน็ก"พลิกเกม"ฮาร์ดเซลล์"อัดกิจกรรมการตลาด ณ จุดขาย แทนซื้อสื่อแมส ลดงบการตลาด กระตุ้นกำลังซื้อตรงกลุ่มเป้าหมาย
นายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจในปี 2557ว่า ยังเผชิญปัญหาในการบุกตลาด โดยเฉพาะอารมณ์ในการจับจ่ายของผู้บริโภคที่ลดลงทั่วประเทศ สัมผัสได้ทั้งจากช่องทางห้างค้าปลีก และร้านค้าทั่วไป ทำให้แนวทางการทำตลาดในปีนี้จะเปลี่ยนจากการใช้งบประมาณซื้อสื่อโฆษณาแบบแมส (Mass Marketing) มาเน้นจัดกิจกรรม ณ จุดขาย (Point of Sale) มากขึ้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ทั้งการลด แลก แจก แถม สินค้า เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อพร้อมกันนี้ ยังปรับแผนธุรกิจด้วยการลดงบการตลาดลงเหลือ 20 ล้านบาท จากปีก่อนใช้ราว 50 ล้านบาท หรือลดลงกว่า 30 ล้านบาท
ทำตลาดสินค้าเดิม-ไม่ออกสินค้าใหม่
นอกจากนี้ในช่วง 8 เดือนที่เหลือของปีจะเน้นทำตลาดสินค้ารายการเดิมที่มีความแข็งแรงและเพิ่มรสชาติสินค้าใหม่ๆ มากกว่าการมุ่งออกสินค้าใหม่
"โจทย์หินสุดของปีนี้คือความรู้สึกในการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงทั่วประเทศ บรรยากาศซบเซา คนซื้อสินค้ายากขึ้น ถ้าไม่ทำกิจกรรมตลาดเพื่อปลุกกำลังซื้อ ผู้บริโภคจะล้วงเงินออกจากกระเป๋ายากมาก เพราะสินค้าทั่วไปก็มีราคาแพง ทำให้คนซื้อน้อยลง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทต้องสวิตช์การใช้งบประมาณทางการตลาด โดย 4-5 เดือนแรก ไม่ใช้สื่อแมสเลย แต่ใช้เงินกับการขยายช่องทางจำหน่าย และจัดกิจกรรมถึงลูกค้าโดยตรง ทั้งเชิญชิม ซื้อ 1 แถม 1 เพื่อให้ลูกค้าจับต้องได้ ซึ่งถือเป็นฮาร์ดเซลล์"
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา พรานทะเลได้เข้าไปบริหารจุดจำหน่ายสินค้าในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ทั้งบิ๊กซีและเทสโก้ โลตัส เพิ่ม 300 จุด ซึ่งเดิมเป็นจุดจำหน่ายซูชิแบรนด์พีเอฟพี โดยได้นำสินค้าใกล้เคียง ได้แก่ ซูชิสไตล์คามาโบโกะ อาหารทอด และอาหารแช่เย็นของพรานทะเลเข้าไปแทนที่
ทั้งนี้ เชื่อว่าช่องทางจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ยอดขายปี 2557 ปิดที่ 1,500 ล้านบาท เติบโต 20% เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูง สวนทางกับตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวม และธุรกิจในเซ็กเตอร์อื่นๆ
"เรียกว่าเป็นการช่วยกัน เมื่อพีเอฟพีต้องการมุ่งด้านส่งออกเป็นหลัก เราก็เลยเข้าไปบริหารจุดขายแทน โดยนำสินค้าที่เป็นจุดแข็งและสิ่งที่ผู้บริโภคชื่นชอบไปให้บริการแทนทั้งหมด การขยายช่องทางจำหน่ายมากขึ้น ทำให้ปีนี้เรายังเติบโตค่อนข้างสูง และภาพรวมกำลังซื้อในธุรกิจอาหารปีนี้ ก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่ยอมรับว่าทุกๆ 10 ปี จะมีปัจจัยลบเกิดขึ้นเป็นวัฏจักร"
เถ้าแก่น้อยดันส่งออกชดเชยรายได้
ด้านนายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมุ่งทำตลาดส่งออกขนมขบเคี้ยว (สแน็ก) ประเภทสาหร่ายมากขึ้น จากปัจจุบันจำหน่ายกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และจะเน้นเปิดตัวสินค้าในแคทิกอรีใหม่เข้าทำตลาดมากขึ้น เพื่อผลักดันการเติบโต
ส่วนแผนธุรกิจในประเทศค่อนข้างนิ่งทั้งการทำตลาด และการโยกการใช้งบประมาณ โดยให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรม ณ จุดขายมากขึ้น จากเดิมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั่วไปจะมากกว่า 50%
"การทำตลาดในประเทศต้องปรับกันทุกเดือน เพราะเศรษฐกิจกำลังซื้อค่อนข้างซบเซา ส่งผลให้ยอดขายไตรมาส 1 เถ้าแก่น้อยเติบโตทรงตัว ในประเทศเราจึงต้องเป็นน้ำนิ่ง และเตรียมแผนธุรกิจให้มีความพร้อมไว้ก่อน เหตุการณ์ต่างๆยุติเมื่อไหร่ ก็พร้อมจัดกิจกรรมตลาดแบบคราวเดียว ส่วนงบการตลาดปีนี้ไม่ได้ลดลงแต่บริษัทจะหันมาใช้การทำส่งเสริมการขายกับร้านค้า ( Trade Promotion) มากขึ้น โฆษณาน้อยลง และพยายามหาทางเติบโตจากสินค้าแคทิกอรี่ใหม่ เช่น ป๊อปคอร์น เป็นต้น"
สำหรับภาพรวมรายได้ปีนี้ คาดว่าจะปิดที่ 3,000 ล้านบาท การเติบโตเท่ากับปีก่อนหน้า โดยมีสัดส่วนรายได้จาก ยอดขายของตลาดต่างประเทศ 40% และในประเทศ 60%






